30 ต.ค. 2025 เวลา 09:36 • การเมือง

สหรัฐไม่ได้มาเอาแค่ดินไทย… เขามาเอา “ตำแหน่งไทยบนแผนที่อำนาจโลก”

เวลาเห็นข่าว “อเมริกาสนใจแร่ Rare Earth ในไทย” หลายคนงง… บ้านเรามีอะไรให้เขาเอาขนาดนั้นวะ?
แร่ก็ไม่ได้เยอะเหมือนจีน ออสเตรเลีย หรือเวียดนาม แล้วทำไมถึงต้องบินมาถึงนี่ แถมระดับผู้นำยังมานั่งพยานในหนังหน้าไฟการเมืองเพื่อนบ้านกันอีก?
บทความนี้… ขอเล่าแบบ ไม่ต้องปรุงสวย ไม่ต้องการเมืองเยิ่นเย้อ แต่จะคุยตรง ๆ ให้เห็นภาพชัดว่า
เกมนี้ไม่ใช่เกมแร่… แต่คือเกมอำนาจโลก
ไทยไม่ได้ถูกจีบเพราะ “ดินไทย”
ไทยถูกจีบเพราะ “ตำแหน่งไทยบนกระดาน”
และตอนท้าย… จะเห็นเองว่า ถ้าไทยคิดแค่ “ขายดิน” เราแพ้ตั้งแต่ยังไม่เปิดเหมือง
แต่ถ้าเล่นถูก เราอาจขึ้นเป็น “ผู้ผลิตหัวใจเทคโนโลยีโลก” ได้ภายใน 7–10 ปี
1. คนไทยส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดเรื่อง Rare Earth
ก่อนคุยเรื่องอเมริกา ขอสรุป 3 บรรทัดให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า Rare Earth คืออะไร
มีทั้งหมด 17 ธาตุ
ไม่ได้ “Rare” เพราะหายาก แต่ Rare เพราะ แยกออกมายาก
โลกสมัยนี้ติดมันทุกวงการ: iPhone, EV, โดรน, ดาวเทียม, เรดาร์, อาวุธ, กังหันลม
ของที่แพงสุดและเป็น “คอขวดโลก” ตอนนี้ ไม่ใช่ตัวเยอะ ๆ อย่าง Cerium หรือ Lanthanum
แต่คือ 4 ตัวที่ทำแม่เหล็กความแรงสูง และทนความร้อน
ของที่ทำให้ Rare Earth มีความสำคัญระดับโลก ไม่ใช่ทุกตัว แต่เป็นกลุ่มที่ใช้ทำแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet) โดยเฉพาะธาตุ Neodymium (นีโอไดเมียม), Praseodymium (แพรซีโอดีเมียม), Dysprosium (ดิสโพรเซียม) และ Terbium (เทอร์เบียม)
Nd, Pr, Dy, Tb
โดยเฉพาะ Dy กับ Tb ที่เรียกว่า “แร่น้อยแต่โคตรมีอิทธิพล”
แปลไทยเป็นไทย:
ไม่มี Rare Earth โลกก็ไม่มี Tesla, iPhone, F-35, ดาวเทียม Starlink, หรือแม้แต่ขีปนาวุธจะยิงยังต้องง้อ
นี่คือเหตุผลที่สหรัฐลงมาเล่นเอง ไม่ใช่ปล่อยเป็นเรื่องเอกชน
2. ถ้าไทยแร่ไม่เยอะ แล้วทำไมสหรัฐต้องมา?
นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่ เข้าใจผิดตั้งแต่หน้าแรกของบทสนทนา
สหรัฐไม่ได้วิ่งหา “ประเทศที่มีแร่เยอะที่สุดในโลก” — เขามีพันธมิตรพวกนั้นอยู่แล้ว
เขาต้องการ จิ๊กซอว์ชิ้นที่ขาดอยู่ในแผนล้อมจีน
ลองดูภาพนี้ครับ:
ประเทศบทบาทในเกม REE โลก
จีนตัวใหญ่สุดของโลก + โรงแยก 90%
สหรัฐต้องการ supply chain ที่ไม่ง้อจีน
ออสเตรเลียเหมืองใหญ่ แต่ไกลและแพง
ญี่ปุ่นเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ไม่มีทรัพยากร
เกาหลีใต้ผลิตมอเตอร์/อุตสาหกรรมเร็ว
เวียดนามมีแร่เยอะ แต่การเมือง/โครงสร้างยังไม่นิ่ง
ไทยอยู่ตรงกลาง + มีเสถียรภาพ + โลจิสติกส์ดีที่สุดใน SEA
สหรัฐมองไทยแบบนี้:
ไม่ต้องเป็นประเทศแร่เยอะ
แต่เป็น ที่ตั้งที่เหมาะสำหรับตั้งฐานแปรรูป–ผลิตแม่เหล็ก–ส่งออก
และสำคัญที่สุด: เป็นพื้นที่ที่จีนคุมยาก
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ :
ไทยไม่ได้เป็น “โกดังอะไหล่” แต่เป็น “ฐานประกอบเครื่องยนต์” ที่จีนเข้ามาส่องยาก แต่สหรัฐเข้าถึงได้
นี่แหละเหตุผลที่ต้องมาจับมือเอง
3. เกมใหญ่ของสหรัฐไม่ใช่ “หาแร่” แต่คือ “ลดจีน”
90% ของการแยกแร่ Rare Earth ของโลก อยู่ในจีน
แต่ไม่ใช่เพราะจีนมีแร่เยอะที่สุด
เป็นเพราะ จีนยอมทำขั้นตอนสกปรก + คุมโรงแต่งแร่ทั่วโลกด้วยราคา
อเมริกาถึงจะมีเหมือง แต่ก็ยังต้องส่งไปให้จีนแปรรูป
เหมือนมีข้าวสาร แต่หม้อหุงข้าวอยู่บ้านคนอื่น
สิ่งสหรัฐกำลังทำคือสร้าง China-Free Supply Chain
เขาไม่ได้ต้องการที่เยอะ
เขาต้องการ “ที่กั้นจีน” และ “ตั้งโรงแปรรูปที่ควบคุมได้”
ตำแหน่งไทย คือ ตรงกลางอาเซียน จ่อทะเล 2 ฝั่ง
ถ้าตั้งโรง refine + magnet + motor ในไทยได้
เขาจะไม่ต้องผ่านจีน หรือแม้แต่เวียดนามในอนาคต
นี่คือหมาก 4 เด้งของสหรัฐ:
กันจีน
ดึงอาเซียนเข้า supply chain ตัวเอง
ใช้ไทยเป็นฐาน EV/Defense Tech
ปิดประตูจีนไม่ให้กวาด HREE ในภูมิภาค
เห็นภาพมั้ยครับ?
เขาไม่ได้มาเพื่อซื้อมะนาว 2 โล — เขามาเปิดสาขา Makro ใกล้สวนเราต่างหาก
4. แล้วของไทย “มีอะไร” ถึงเขาแวะมาดู?
ตอบตรง ๆ แบบไม่ต้องทำประเทศดูเว่อร์:
ไทยมี LREE (Nd, Pr) มากพอเริ่มโรงแม่เหล็กได้
ไทยมี “ตัวลุ้น” HREE (Dy, Tb) ในภาคใต้–ตะวันตก
ไทยมี กองทิ้งแร่ดีบุก (Tailings) จำนวนมาก แยกง่ายกว่าเปิดเหมืองใหม่
ไทยมีโอกาส ion-adsorption clay แบบจีนตอนใต้ — อันนี้ถ้าเจอ มูลค่าจะพุ่ง
US ไม่ได้หวังให้ไทยเป็น “เหมืองใหญ่”
แต่หวังให้ไทยเป็น “ฐานผลิตของแพง”
เหมือนกันว่า…
ไม่ต้องมีสวนทุเรียน 1,000 ไร่
แต่มี “ครัว + อีคอมเมิร์ซ” เอาขายได้ทั่วโลก
5. จุดที่ไทยโคตรได้เปรียบ (แต่คนไทยยังไม่รู้)
3 ข้อนี้สำคัญมาก และไม่เกี่ยวกับปริมาณแร่เลย:
ข้อ 1: ไทยเป็น Logistic Hub ที่ดีที่สุดใน SEA
ส่งของขึ้นญี่ปุ่น–เกาหลี–อินเดีย–ยุโรป ได้ง่ายกว่าเพื่อนบ้านหลายประเทศ
จะตั้งโรง magnet หรือ motor — ต้นทุนโลจิสติกส์ไทย “คุ้มกว่า”
ข้อ 2: ไทยมี Supply Chain อุตสาหกรรมอยู่แล้ว
เรามีฐานประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์
ต่อเป็น ecosystem ได้เลย ไม่ต้องสร้างจากศูนย์
ข้อ 3: ไทยคือประเทศ “บาลานซ์จีน–US” ที่นุ่มที่สุดในอาเซียน
ไม่ฝั่งจีนแบบกัมพูชา–ลาว
ไม่ anti จีนแบบเวียดนาม
ไม่ปิดตัวแบบเมียนมา
เปิดเสรีมากกว่าอินโดฯ
นี่แหละ ที่ทำให้ทั้งจีนและสหรัฐ “พร้อมจะลงทุนแบบร่วมได้” ในกรณีไทย
น้อยประเทศที่มีคุณสมบัตินี้
6. ถ้าไทยคิดแค่ “ขายดิน” แปลว่าเราแพ้ตั้งแต่หน้าแรก
นี่คือประโยคที่ผมอยากให้คนไทยจำ:
“Rare Earth ไม่ใช่เกมขายแร่… แต่มันคือเกมใครคุมขั้นตอนการแปรรูป”
ขายดิน กำไร 1X
ขาย Oxide กำไร 4X
ขาย Alloy กำไร 12X
ขาย Magnet กำไร 25X
ขาย Motor กำไร 60–80X
ขายเทคโนโลยี + ใบรับรอง ESG = 100X
คิดแบบวิศวกรมอง value chain
ถ้าเราขายดิน เรากำไรชั้นเดียว แต่รับมลพิษเต็ม ๆ
และประเทศที่จะโดนคนด่า–NGO–สิ่งแวดล้อม–น้ำเสีย
ไม่ใช่อเมริกา ไม่ใช่จีน
แต่เป็นไทย
เราต้องไม่เป็น “เหมืองดีบุก 2.0”
คือเปิด ขุด รวยแค่กลุ่มเดียว ปิด ทิ้งปัญหาเป็นมรดกประเทศ
7. ถ้าไทยรับมือไม่ดี จะเกิด 3 เรื่องนี้แน่นอน
1) ไทยจะคล้ายแอฟริกา: ส่งออกดิน ราคาถูก + นำเข้าของแพง
เหมือนขายยางดิบ แต่ต้องซื้อยางรถยนต์กลับมาแพงกว่า 10 เท่า
2) โดนผูก supply chain 10 ปี
ถ้ายอมเซ็นสัญญาผูก supply แบบ exclusive กับฝั่งไหน คือ จบเกม
3) คนไทยจะไม่ได้งานเทคโนโลยี
ได้งานขุด งานล้างดิน งานคัดแร่… แต่ไม่ได้อัพ Skill ใน Magnet/Motor/Material Science
ซึ่งเป็นเงินเดือนดี อนาคตยาวกว่าเยอะ
8. แล้วไทยควรรับมือยังไงให้ “ไม่โดนดูด”
สรุปแบบบ้าน ๆ แต่ชัด:
1) ห้ามขายดิน — ต้องตั้ง “โรงแยก + โรงแม่เหล็กในไทย”
ใครอยากได้แร่ ต้องมาลงโรงงานในไทย
สูตรโต้ตอบง่าย ๆ:
“คุณอยากได้ของเรา — งั้นคุณต้องสอนเราทำของแพง”
2) ทำ 2 สายผลิตในประเทศ เพื่อบาลานซ์บล็อก
สาย A: US–Japan (ESG + Hi-Tech)
สาย B: China–Korea (ต้นทุนต่ำ + Scale)
หลักคิดเหมือนมีไฟบ้าน 2 เฟส — เฟสไหนดับ อีกเฟสอยู่
3) ใส่ “เงื่อนไขถ่ายโอนเทคโนโลยี” ทุกสัญญา
ไม่เอาแบบ “มาเปิดโรง แล้วล็อกสูตร”
ต้องกำหนด milestone เปิด knowledge ทุกปี
4–5 ปี กล่องดำต้องกลายเป็นขาว
4) เปิดข้อมูลสิ่งแวดล้อมแบบ Real-time
เครื่องตรวจน้ำ–ดิน–รังสี ขึ้น Dashboard ให้ดูได้สาธารณะ
โปร่งใส เท่ากับ ชนะเกมสังคมตั้งแต่วันแรก
5) ไทยต้องกำหนด “เกณฑ์เกม” ก่อนคุย ไม่ใช่ค่อยไปต่อรองทีหลัง
ประเทศเล็กแพ้ตรงนี้เสมอ
ต้องมี REE Act คุมกติกาก่อนให้สัมปทาน
9. ทำไมต้องกล้าพูดกันตรง ๆ ตอนนี้?
เพราะตอนนี้ไทยกำลังอยู่ หน้าประตูเดียวที่ถ้าเปิดผิด อนาคตจะเปลี่ยนทั้งประเทศ
หากเรารีบรับดีลแบบ “ได้ข่าวดีเร็ว” แต่ไม่ได้ดูเงื่อนไขลึก
เราจะได้หน้า 3 เดือน… แต่เสียประเทศ 30 ปี
อเมริกามาเพราะเห็นโอกาส
จีนจะตามมาเพราะเห็น “จุดที่สหรัฐปักหมุด”
ญี่ปุ่น–เกาหลีจะตามมาเพื่อกันพื้นที่เสียเปรียบ
นี่คือ Moment of Leverage ของไทย
ต้องต่อรองตอนนี้เท่านั้น
ถ้าอีก 5 ปีเทคโนโลยีแม่เหล็กไร้ Dy หรือมอเตอร์ไร้แม่เหล็กเกิดขึ้น ตอนนั้น เกม REE จะดรอปมูลค่า
หน้าต่างโอกาส มีประมาณ 5–8 ปี
ถ้าใช้ไม่เป็น “โอกาส” จะกลายเป็น “หลุม”
10. จบแบบที่อยากให้คนไทยได้คิด
เกม Rare Earth ไม่ได้ถามว่า
“ไทยมีแร่เยอะไหม?”
แต่ถามว่า
“ไทยจะเล่นบทไหนในประวัติศาสตร์โลกช่วงเปลี่ยนขั้วอำนาจ?”
เพราะสุดท้ายแล้ว…
ประเทศที่ขายแร่ จะเป็น ประเทศที่รับความเสี่ยงและมลพิษ
ประเทศที่แยกแร่ ได้กำไรหลายเท่า
ประเทศที่ทำแม่เหล็ก–มอเตอร์ จะ คุมเทคโนโลยี
ประเทศที่ตั้งมาตรฐาน จะ คุมเกม
เราอยากเป็นประเทศแบบไหน?
จะเป็นเหมือนอดีต “ดีบุกไทย”… ที่เคยส่งออกทั้งภูเขา แต่ไม่เหลืออะไรไว้ให้ลูกหลาน
หรือจะเป็นประเทศที่มองทะลุเกมส์รอบนี้
แล้วเดินขึ้นชั้นเป็น “ผู้ผลิตหัวใจเทคโนโลยีโลก”
ไม่ใช่แค่คนขายดินในนามความมั่นคงโลกของคนอื่น
โอกาสมาเคาะประตูไทยแล้ว
คำถามคือ…
เราจะเปิดประตูด้วยสมองที่ “เท่าทันเกมโลก”
หรือเปิดเพราะดีใจที่มีคนมาเรียก?
เลือกให้ถูกตั้งแต่วันนี้
ไม่งั้น… รุ่นลูกหลานจะถามเราว่า
“ตอนนั้นไทยคิดอะไรอยู่?”
โฆษณา