4 พ.ย. 2025 เวลา 10:07 • สุขภาพ

💊DICLOXACILLIN - ข้อควรรู้

⭕: การกำหนดขนาดยา Dicloxacillin ชนิดกินที่เหมาะสม" โดยใช้การจำลอง Monte Carlo
Dicloxacillin มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียที่มีนัยสำคัญต่อเชื้อ Methicillin-Sensitive Staphylococcus aureus (MSSA), Coagulase-Negative Staphylococcus (CoNS) และเชื้อ Streptococcus อื่นๆ
ผลการจำลองชี้ให้เห็นว่า
ขนาดยา Dicloxacillin 250 มก. ทุก 6 ชั่วโมง และ 500 มก. ทุก 6 ชั่วโมง อาจเป็นขนาดยาที่แนะนำสำหรับการนำไปใช้ทางคลินิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการติดเชื้อที่พบในชุมชน
ข้อจำกัด: พารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์ได้มาจากอาสาสมัครสุขภาพดี ซึ่งอาจไม่เท่ากันในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว
>>>>>>>>
⭕: Dicloxacillin กับการเหนี่ยวนำเอนไซม์ CYP
1. ผลการศึกษาทางคลินิกพบว่า Dicloxacillin ทำให้ค่า AUC0-24h (Area Under the Plasma Concentration–Time Curve) ของยาลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางคลินิกและสถิติ
Omeprazole (CYP2C19), Tolbutamide (CYP2C9) และ Midazolam (CYP3A4)
2. การลดลงของค่า AUC0-24h ของยาที่กล่าวถึง บ่งชี้ว่า Dicloxacillin เหนี่ยวนำ (Induction) การทำงานของเอนไซม์ CYP ที่เกี่ยวข้อง
3. ผลการศึกษาในเซลล์ตับของมนุษย์ (Primary Human Hepatocytes) แสดงให้เห็นว่า Dicloxacillin เพิ่มการแสดงออกและกิจกรรมของ CYP3A4, CYP2C9 และ CYP2B6 โดยขึ้นกับปริมาณยา
4. ให้ระมัดระวังเมื่อสั่ง Dicloxacillin ให้ผู้ป่วยที่ใช้ยาอื่นที่มี Therapeutic Window แคบ​ อาทิเช่น Dicloxacillin มีผลลดระดับ INR ในผู้ป่วยที่กินยา Warfarin
>>>>>>
⭕ผลต่อยาเม็ดคุมกำเนิด Desogestrel; Ethinyl Estradiol
(ปฏิกิริยาระหว่างยาระดับปานกลาง)
ในอดีตเคยมีความเชื่อว่า ยาปฏิชีวนะอาจลดประสิทธิภาพของยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogens) เนื่องจากยาปฏิชีวนะไปกระตุ้นการเผาผลาญเอสโตรเจน หรือลดการหมุนเวียนกลับของเอสโตรเจนในลำไส้และตับ (enterohepatic circulation) ผ่านการเปลี่ยนแปลงของเชื้อจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร (GI flora)
มีงานวิจัยเชิงทบทวนย้อนหลัง (retrospective study) หนึ่งชิ้น ได้ทำการตรวจสอบวรรณกรรมเพื่อประเมินผลของยาปฏิชีวนะชนิดกินต่อเภสัชจลนศาสตร์ (pharmacokinetics) ของเอสโตรเจนและโปรเจสตินในยาคุมกำเนิด และยังได้ตรวจสอบการศึกษาทางคลินิกที่รายงานอุบัติการณ์การตั้งครรภ์ขณะใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดร่วมกับยาปฏิชีวนะ
ผลการศึกษา สรุปว่า ยาปฏิชีวนะกลุ่มต่างๆ ได้แก่ ampicillin, ciprofloxacin, clarithromycin, doxycycline, metronidazole, ofloxacin, roxithromycin, temafloxacin และ tetracycline ไม่ได้เปลี่ยนแปลงระดับยาคุมกำเนิดในพลาสมา
มียาเพียงกลุ่มเดียวที่เกี่ยวข้องกับการล้มเหลวของยาคุมกำเนิดและการตั้งครรภ์ คือ ยารักษาวัณโรค (antituberculous drugs) (เช่น rifampin)
จากผลการศึกษานี้ ผู้เขียนจึงแนะนำว่า หากมีการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดอย่างสม่ำเสมอและถูกต้อง ระหว่างการใช้ยาปฏิชีวนะชนิดกิน การคุมกำเนิดสำรอง (back-up contraception) อาจไม่จำเป็น
อย่างไรก็ตาม งานทบทวนอีกชิ้นหนึ่งเห็นด้วยกับข้อมูลดังกล่าว แต่ตั้งข้อสังเกตว่า มีการระบุผู้ป่วยเป็นรายบุคคล ที่พบว่าระดับความเข้มข้นของส่วนประกอบในยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมในพลาสมาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และดูเหมือนว่าจะมีการตกไข่เกิดขึ้น โดยยาที่มักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงนี้มากที่สุดคือ rifampin, tetracyclines และอนุพันธ์ของ penicillin
ผู้เขียนงานทบทวนนี้สรุปว่า เนื่องจากเป็นการยากที่จะระบุว่าสตรีกลุ่มใดมีความเสี่ยงสูงสุดต่อการล้มเหลวของยาคุมกำเนิดหรือการไม่ปฏิบัติตามการใช้ยา (noncompliance) และอุบัติการณ์ที่แท้จริงของเหตุการณ์ดังกล่าว​ อาจถูกรายงานต่ำกว่าความเป็นจริง ประกอบกับผลกระทบที่ร้ายแรงของการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์
ดังนั้น การแนะนำให้ใช้วิธีคุมกำเนิดเพิ่มเติมระหว่างการใช้ยาปฏิชีวนะในระยะสั้น (short-term) จึงอาจมีเหตุผลอันสมควร (may be justified)
สำหรับการใช้ยาปฏิชีวนะในระยะยาว (long-term) ความเสี่ยงของการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาเม็ดคุมกำเนิดยังไม่ชัดเจนนัก แต่การคุมกำเนิดทางเลือกหรือการคุมกำเนิดเพิ่มเติมอาจยังเป็นสิ่งที่แนะนำในบางสถานการณ์
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับยาคุมกำเนิดชนิดโปรเจสตินอย่างเดียว (progestin-only contraceptives) หรือการคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมรูปแบบใหม่ (เช่น แผ่นแปะคุมกำเนิด, วงแหวนคุมกำเนิด)
 
>>>>>>>>
สรุป
▪️Dicloxacillin จัดเป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่ม Penicillins (เพนิซิลลิน)
ทนทานต่อเอนไซม์ Beta-lactamase ที่สร้างโดยเชื้อแบคทีเรียบางชนิด
มักถูกนำมาใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus (โดยเฉพาะที่สร้าง Beta-lactamase)
อาทิเช่น
✅รักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อน
✅รักษาการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
✅รักษาการติดเชื้อในกระแสเลือด
❌แต่ไม่ใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากเชื้อไวรัส
⛔หากมีประวัติแพ้ยา Penicillin ควรหลีกเลี่ยงการใช้ Dicloxacillin อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นยาในกลุ่ม Penicillin ด้วยกัน
🧑‍🔬คำแนะนำในการกินยา Dicloxacillin คือ
กินในขณะท้องว่าง (อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนอาหาร หรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร)
หากกินยาแล้วอาการดีขึ้น ไม่ควรหยุดยาเอง ควรกินยาให้ครบตามคำสั่งของเภสัชกร เพื่อป้องกันการดื้อยา
อาการข้างเคียงที่พบบ่อยของ Dicloxacillin คือ คลื่นไส้, อาเจียน, ท้องเสีย
😀มีปัญหา​เ​รื่องก​ารใช้ยา​ เชิญ​ปรึกษา​เภสัชกร
.
.
.
.
💢Determining optimal dosing regimen of oral administration of dicloxacillin using Monte Carlo simulation, 28 June 2017
Dicloxacillin induces CYP2C19, CYP2C9 and CYP3A4 in vivo and in vitro, Br J Clin Pharmacol. 2018 Jan 10
Dicloxacillin Sodium, Drug Summary
โฆษณา