4 พ.ย. 2025 เวลา 11:53 • ท่องเที่ยว

Japan 2025 (18)

Japan 2025 (18) : Kamakuchi-01 : จาก Bus Stop Hotel สู่ Myojin Pon
แสงอรุณบนเส้นทางแห่งขุนเขา
เช้าวันใหม่ในหุบเขาที่ตั้งของโรงแรม เริ่มต้นด้วยอากาศเย็นใสและหมอกบางที่ลอยอ้อยอิ่งเหนือแนวสน เสียงลมแผ่วเบาปะทะยอดไม้ เหมือนการทักทายจากธรรมชาติ
เราออกจาก Bus Stop Hotel แต่เช้าตรู่ ใช้บริการแท็กซี่คันเล็ก ขับผ่านถนนที่โอบล้อมด้วยป่าฤดูใบไม้ร่วง สีเหลืองทองของสนญี่ปุ่นและใบเมเปิลแดงเข้มตัดกับท้องฟ้าที่เริ่มเปิด เงาของภูเขาในระยะไกลทอดทับกับไอหมอกสีเงิน ดูงามละเมียดราวภาพวาดสีน้ำ
รถของเรามุ่งหน้าไปยังสถานีรถบัสกลาง Kamikochi Bus Terminal ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินชมธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ Chubusangaku ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง และได้ชื่อว่าเป็น “อัญมณีแห่งเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น”
ลานจอดรถกว้างของ Kamikuchi Bus Terminal รายล้อมด้วยภูเขาสูงตระหง่านและแนวต้นสนที่ใบเริ่มเปลี่ยนสีเป็นทองเข้มแข่งกันชูลำต้นชะลูดขึ้นสู่ท้องฟ้า มองดูงดงามในสายตา
.. เสียงเครื่องยนต์รถบัสประปรายปนกับเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ เป็นเสียงเปิดม่านของวันใหม่ในหุบเขา
เราเดินผ่านป้ายแผนที่ใหญ่ของอุทยานแห่งชาติชูบุซังกาคุ (Chubu Sangaku National Park) ซึ่งอุทยานแห่งนี้มีลักษณะเป็นที่ราบสูงทอดยาวไปตามแม่น้ำอาซุสะ (Azusa River) มีระยะทางยาว 15 กิโลเมตร
ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงและป่าไม้เขียวขจี มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้อากาศเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน เหมาะสำหรับคนรักธรรมชาติ และชอบความสงบเงียบ
แต่ ... คามิโคจิ จะเปิดเส้นทางให้ท่องเที่ยวระหว่างช่วง กลางเดือนเมษายน – กลางเดือนพฤศจิกายน เท่านั้น
ในช่วงที่เราไปเยือนในปลายเดือนตุลาคม เป็นช่วงพีคมากของที่นี่ มีนักท่องเที่ยวมากมายต่างพากันมาชมความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสี อันเป็นช่วงที่เหล่าต้นไม้จะมีสีสันสดใสมากที่สุด ก่อนที่หิมะจะเริ่มตกในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน
เราก้าวเท้าตามเส้นทางที่มุ่งไปยัง Kappa-bashi Bridge — สะพานไม้เก่าแก่ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของ Kamikochi
เส้นทางช่วงนี้เป็นทางดินปนกรวดสีน้ำตาลอ่อน ค่อนข้างราบเรียบเดินง่ายแสงอาทิตย์ลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นลำ ๆ ทำให้ป่าสนดูมีชีวิตชีวา
.. ด้านหนึ่งเป็นสายน้ำใสแจ๋วจากแม่น้ำ Azusa ส่วนอีกด้านเป็นแนวภูเขา .. เราเดินผ่านป่าสนมาเรื่อยๆ กลิ่นไม้ชื้น ๆ จากรากสนและใบไม้แห้งคลุ้งในอากาศ ไม่นานสะพานแขวน Kappa Bridge ก็ปรากฏตัวขึ้นในสายตา
สะพาน Kappa-bashi : จุดที่แม่น้ำและขุนเขาโอบกอดกัน
Kappa-bashi เป็นสะพานไม้แขวนเก่าแก่ที่ทอดข้ามแม่น้ำสายสำคัญของหุบเขา .. ณ จุดนี้ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางกิจกรรมทั้งมวลของ Kamikuchi ทั้งความงดงามของเทือกเขาโฮทากะ (Hotaka) แบบชัดเต็มตา รายล้อมไปด้วยร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ แถมยังอยู่ใกล้กับท่ารถบัสและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอีก
.. เป็นจุดที่ป๊อบปูล่าในการมาเช๊คอิน ถ่ายภาพของทุกคนที่มาเยือนพื้นที่แห่งนี้ ด้วยมีเทือกเขา Hotaka เป็นฉากหลังที่งดงาม
เมื่อยืนอยู่บนสะพาน Kappa-bashi ภาพตรงหน้าช่างงดงามจนแทบลืมหายใจ .. ด้านหนึ่งของสะพานคือแม่น้ำ Azusa-gawa ที่ขนาบด้วยแนวต้นสนเรียงราย
น้ำใสจนเห็นก้อนกรวดสีเทาอ่อนใต้ผิวน้ำ สองฝั่งแม่น้ำมีใบไม้เปลี่ยนสีสลับกันทั้งแดง ส้ม และทอง เหมือนจิตรกรแต่งแต้มด้วยพู่กันแห่งฤดูกาล .. ด้านนี้คือภาพแห่งความสงบที่ไหลไปอย่างนุ่มนวล
ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของสะพานเป็นพื้นที่หาดสีขาวที่ส่วนใหญ่เป็นหินกรวดที่เกิดจากการพัดพามาของน้ำใสสะอาดจากเทือกเขา Japan Alps น้ำสีฟ้าใสสะท้อนแสงแดดระยิบระยับเหมือนแก้วผลึกที่มีชีวิต ..
เป็นแหล่งพักใจของนักท่องเที่ยวไว้สำหรับทำกิจกรรมพักผ่อนต่างๆ สามารถเดินเล่นเลียบแม่น้ำได้สบายๆ เพราะมีระบบการจัดการดูแลเป็นอย่างดี
เหนือสายธารนั้น เงาของภูเขา Hotaka สะท้อนในน้ำพอดีราวกับกระจกธรรมชาติ เป็นภาพที่ทั้งสมบูรณ์และนิ่งสงบจนหัวใจเหมือนจะละลายไปกับลม .. ทุกมุมคือภาพงดงามจนอยากหยุดเวลาไว้
เราใช้เวลานานอยู่บนสะพาน — ไม่ใช่เพียงเพื่อถ่ายภาพ แต่เพื่อซึมซับทุกแสง ทุกเงา และทุกเสียงของสายน้ำที่บอกเล่าเรื่องราวของขุนเขาในฤดูใบไม้ร่วง
เส้นทางเดินป่าใน Kamikuchi
เส้นทางเดินป่าใน คามิโคจิ มีหลากหลายเส้นทางให้เลือกเดิน มีระดับความยากแตกต่างกันไป ตั้งแต่เดินเล่นง่ายๆ ไปจนถึงระดับมืออาชีพ โดยใช้เวลาเที่ยววันเดียวไปจนถึงนอนค้างคืนเลยก็มี
เราข้ามสะพานมาได้ไม่นาน จะเห็นทางแยกสองสาย — ทางหนึ่งมุ่งไปยัง Myojin Pond ส่วนอีกทางคือ Weston Relief เส้นทางแห่งอนุสรณ์ของนักสำรวจผู้ทำให้ Kamikochi เป็นที่รู้จัก เราเลือกเดินไปยัง Myojin Pond ก่อน
เส้นทางสู่ Myojin Pond
Kamikuchi เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่มีวิวสุดอลังการแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น สามารถเดินเทรกกิ้งไปตามเส้นทาง แล้วจะมองเห็นเทือกเขาเจแปนเอลป์ตอนเหนือได้อย่างสวยงามเกินคำบรรยาย
วิธีที่ง่ายที่สุดในการเพลิดเพลินกับคามิโคจิหนึ่งวันคือการเดินป่าตามเส้นทางเลียบแม่น้ำอาซูสะ ตั้งแต่บ่อไทโชไปจนถึงสะพานเมียวจิน .. ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเรียบ ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การเดินป่า ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
จากสะพาน Kappa-bashi เราเริ่มต้นเดินตามทางเลียบแม่น้ำไปยัง Myojin Pond ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านแม่น้ำอาซุสะ : เส้นทางเดินป่าที่เรียกว่าสุดเบสิก ส่วนใหญ่เป็นทางราบ เดินสะดวก ระยะทางประมาณ 9.2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ก็สามารถเก็บจุดไฮไลท์เด่นๆ ของที่นี่ได้
จุดเริ่มต้นของ Walking Trail สวยงามด้วยใบไม้สีแดงโดดเด่น
จุดชมวิว Hotaka Mountain Range ที่ทอดตัวยาวสุดสายตา ปกคลุมด้วยป่าสนเขียวเข้มสลับใบไม้สีเหลืองทองของฤดูใบไม้ร่วง
และในบางส่วนยังเห็นร่องรอยของธารน้ำแข็งเก่าขาวนวลราวเส้นสีเงินของอดีตที่ยังไม่เลือน มันคือภาพเปิดม่านของ Kamikochi ที่ทั้งสง่าและอ่อนโยนในคราวเดียวกัน
เมื่อเหลียวกลับไปมองในระยะไกล สะพาน Kappa ที่เราเพิ่งเดินข้ามดูเล็กลง แต่ภูเขาเบื้องหน้ากลับยิ่งใหญ่ขึ้นราวกับกำลังส่งเราไปยังเส้นทางใหม่ — เส้นทางที่จะพาเข้าสู่หัวใจของ Kamikochi อย่างแท้จริง นั่นคือ Myojin Pond หรือ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งเทวสถาน Hotaka”
เส้นทางป่าเริ่มแคบลงและร่มรื่นขึ้น ต้นไม้สูงชะลูดเรียงรายเป็นอุโมงค์ธรรมชาติ กลิ่นดินชื้นผสมกลิ่นไม้สนจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศอย่างนุ่มนวล
คามิโคจิมีความสวยงามเป็นพิเศษในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งมักจะบานสะพรั่งในช่วงกลางเดือนตุลาคม สามารถชมพืชพรรณบนภูเขาสูงได้หลากหลายชนิด
บางช่วงของเส้นทางจะลดระดับลงเลียบลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลคู่ขนานไปกับทางเดิน แสงแดดลอดผ่านใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี — บางต้นยังเขียวอ่อน บางต้นกลายเป็นเหลืองทอง และบางต้นแดงเข้มราวเปลวไฟแห่งฤดูใบไม้ร่วง
เสียงรองเท้าแตะกับทางดินเบา ๆ คล้ายจังหวะดนตรีจากธรรมชาติที่ค่อย ๆ พาเราลึกเข้าสู่หัวใจของ Kamikochi
ไม่นานนัก เราก็ได้พบ “เจ้าถิ่น” ตัวจริงของป่า — ฝูง ลิงญี่ปุ่น (Japanese macaque) หรือที่มักถูกเรียกกันว่า ลิงหิมะญี่ปุ่น พวกมันออกมาตากแดดยามสายอยู่ตามแนวไม้倒และพุ่มหญ้า
ขนของพวกมันหนาและฟูนุ่มเพื่อทนกับอากาศเย็น ดวงหน้าแดงอมชมพูเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้ ดูโดดเด่นเมื่อกระทบแสงอาทิตย์
บางตัวนั่งแอบอิงกันอยู่บนท่อนไม้ บางตัวเกาศีรษะให้กันอย่างสบายใจ ส่วนเจ้าตัวเล็ก ๆ วิ่งเล่นอยู่ไม่ไกลนัก เสียงหัวเราะเบา ๆ ของนักท่องเที่ยวกลืนไปกับเสียงใบไม้ไหว เป็นภาพที่ทำให้หัวใจอบอุ่นอย่างประหลาด —
ความสงบของป่า ความน่ารักของสิ่งมีชีวิต และความอ่อนโยนของแสงเช้า รวมกันเป็นช่วงเวลาที่งดงามเกินคำพูด
ทางเดินค่อย ๆ เลี้ยวเข้าสู่แนวป่าสนอีกครั้ง ต้นไม้สูงเรียงรายราวกับอุโมงค์ธรรมชาติ พื้นดินปกคลุมด้วยใบไม้ร่วงและหญ้าป่าเขียวเข้ม
พอเดินลึกเข้าไป อากาศก็เย็นลงเล็กน้อย และเริ่มได้ยินเสียงลมพัดไหวเหนือยอดไม้
บางช่วงของเส้นทางมีสะพานไม้ยกระดับเหนือพื้นชื้นให้เดินอย่างปลอดภัย เส้นทางเลียบธารน้ำเล็ก ๆ ที่ไหลขนานกับทางเดิน แสงแดดลอดผ่านใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี —
บางต้นยังเขียว บางต้นกลายเป็นเหลืองทอง และบางต้นแดงจัดราวเปลวไฟของฤดูใบไม้ร่วง
เมื่อเงยหน้ามอง เห็นยอดเขาไกล ๆ โผล่พ้นม่านหมอก ขณะที่เสียงกระดิ่ง Bear Bell ดังเบา ๆ จากนักเดินทางที่เดินผ่านไป เหมือนเสียงเรียกขวัญของขุนเขา
เส้นทางบางช่วงลดระดับลงเลียบแม่น้ำอีกครั้ง ใบไม้เหลืองสดสะท้อนกับน้ำใสที่ไหลเอื่อย แสงแดดกระทบเกิดประกายระยิบระยับตลอดทางเดิน ขณะสายลมเย็นพัดผ่านเหมือนพรมเส้นบาง ๆ แห่งความสุข
ระหว่างทางและแสงแห่งขุนเขา .. บางช่วงของทางเดินลดต่ำลงเลียบแม่น้ำ Azusa อีกครั้ง ใบไม้สีทองสะท้อนกับผิวน้ำใสที่ไหลเอื่อย แสงแดดพริ้วระยับไปทั่วราวเกล็ดแก้ว เสียงสายน้ำกระทบหินเป็นทำนองเบา ๆ ที่ปลอบใจนักเดินทางทุกคน
ระยะทางจากสะพาน Kappa-bashi สู่ปากทาง Myojin Pond ไม่ไกลนัก แต่ความงดงามระหว่างทางกลับทำให้เราช้าลงทุกย่างก้าว เพราะทุกฝีก้าวคือภาพแห่งความสงบที่อยากจดจำไว้ให้นานที่สุด…
โฆษณา