5 พ.ย. 2025 เวลา 14:27 • สุขภาพ

🏥 โรงพยาบาลเอกชน = “ธุรกิจสุขภาพ” หรือ “วิกฤตค่ารักษา” ที่ควบคุมไม่ได้?

เมื่อการเป็นหวัดธรรมดา ถูกคิดค่ารักษา 4,500 บาท++ และบทวิเคราะห์ว่าด้วย “ต้นทุนแฝง” ที่ประชาชนต้องแบกรับ แลกกับความสะดวกสบายในระบบสุขภาพไทย พร้อมแนวทางนโยบายเพื่อฟื้นความเป็นธรรมในระบบสาธารณสุข
====
💥 ประสบการณ์จริงที่สะท้อนปัญหาเชิงระบบ?
เมื่อไม่นานมานี้ ผมแวะไปโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งแถวบริษัท ด้วยอาการไข้หวัดเล็กน้อย คิดเพียงว่าการจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยเพื่อความสะดวกน่าจะคุ้มค่าโรงพยาบาลตามสิทธิ์ของผม... แต่สิ่งที่ได้รับกลับทำให้ผมต้องอึ้ง คือ ใบเสร็จค่ารักษา 4,500 บาท++ สำหรับ “ไข้หวัดธรรมดา” พร้อมยาที่เกินจำเป็น
โรงพยาบาลเอกชนที่เคยราคาสมเหตุสมผลในอดีต บัดนี้กลายเป็นสถานที่หรูหรา มีเครื่องมือแพทย์นำเข้าระดับสูง ห้องพักเหมือนโรงแรม 5 ดาว และค่าบริการที่สูงขึ้นจนเทียบเท่าโรงพยาบาลเฉพาะทางในต่างประเทศ
====
🧩 ทำไมโรงพยาบาลรัฐ “ล้น” แต่เอกชนกลับ “ว่าง”?
นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาของอุปสงค์–อุปทาน แต่คือ “อาการของความไม่สมดุลเชิงโครงสร้าง” ที่กำลังฝังรากในระบบสุขภาพไทย
1
* ต้นทุนที่ถูกผลักให้ผู้ป่วยจ่ายแทน เช่น การตกแต่งอาคารหรู การนำเข้าเครื่องมือราคาแพง และการตลาดภาพลักษณ์ ทั้งหมดคือ “ต้นทุนแฝง” ที่ส่งต่อในบิลค่ารักษา
* ยาเกินความจำเป็น = การจ่ายยาจำนวนมากแม้ในอาการเล็กน้อย กลายเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะค่ายาที่บวกกำไรหลายเท่าตัว
* ความสะดวกสบาย = สินค้าฟุ่มเฟือย คนชั้นกลางต้องจ่ายเพิ่ม 2–3 เท่าเพื่อหลีกเลี่ยงการรอคิวนาน ช่องว่างนี้ทำให้หลายครอบครัวเริ่ม “ไม่กล้าเจ็บ” เพราะกลัวค่ารักษา
1
====
⚖️ จาก “กลไกตลาด” สู่ “กลไกจริยธรรม” ของสุขภาพไทย
ในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น อังกฤษ หรือญี่ปุ่น รัฐบาลมีระบบควบคุมราคาค่ารักษาและค่ายาอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้สุขภาพกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ในประเทศไทย ตลาดสุขภาพเติบโตเร็วกว่ากลไกนโยบายที่คอยกำกับ
ค่าใช้จ่ายสุขภาพในไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5–7% สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปถึงสองเท่า และเกือบ 20% ของครัวเรือนไทย ต้องแบกรับ “ภาระค่าใช้จ่ายสุขภาพเกินกำลัง” หรือ Catastrophic Health Expenditure ซึ่งอาจทำให้ครอบครัวล้มละลายได้
“เพียงล้มป่วยครั้งเดียว... ก็อาจสูญเงินเก็บทั้งชีวิต”
====
💰 สวัสดิการสุขภาพไทย? เมื่อ “สิทธิ” กลายเป็น “โชคดี”?
* ไทยเคยถูกยกย่องว่ามีระบบสาธารณสุขดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ช่องว่างระหว่าง “สิทธิ” กับ “คุณภาพ” กำลังถ่างกว้าง
* ผู้ที่มีสิทธิสวัสดิการ เช่น ข้าราชการ หรือพนักงานเอกชนขนาดใหญ่ ยังเข้าถึงบริการได้ แต่ประชาชนทั่วไปกลับต้องเลือกระหว่าง “รอคิวนานจนโรคลุกลาม” หรือ “กู้เงินจนเป็นหนี้สิน”
* ในหลายครอบครัว การมีสมาชิกป่วยหนักส่งผลทั้งต่อสุขภาพจิตและฐานะทางการเงิน เพราะรายได้ทั้งครอบครัวถูกใช้รักษาไม่กี่เดือน ขณะที่ประกันสุขภาพเอกชนก็แพงจนเอื้อมไม่ถึง
“คนไทยไม่ได้กลัวโรค... แต่กลัวค่ารักษา”
====
🧭 ข้อเสนอเชิงนโยบายทั้งระยะสั้นและยาว?
1. จัดตั้งคณะกรรมการกำกับราคายาและค่ารักษา ที่มีตัวแทนจากรัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อทบทวนและกำหนดเพดานราคากลางของยาและค่าบริการที่จำเป็น โดยมีการประกาศราคากลางทุกปี
2. สร้างระบบฐานข้อมูลสาธารณะ เปรียบเทียบราคาค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและเลือกบริการอย่างมีข้อมูล (Price Transparency Portal)
3. ขยายสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง (UHC) ให้ครอบคลุมโรคร้ายแรงและการดูแลระยะยาว โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในรูปแบบ PPP เพื่อแบ่งเบาภาระโรงพยาบาลรัฐและยกระดับคุณภาพบริการ
4. สนับสนุนการทำประกันสุขภาพเสริมในราคาที่เอื้อมถึง ผ่านการลดหย่อนภาษี หรือการร่วมทุนกับบริษัทประกัน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนกลุ่มรายได้ปานกลางและต่ำ
5. ตั้งเป้าในระยะ 5 ปี ให้ลดสัดส่วนครัวเรือนที่เผชิญภาระค่าใช้จ่ายสุขภาพเกินกำลังจาก 20% เหลือต่ำกว่า 10% ด้วยมาตรการควบคุมราคาและขยายสิทธิ์อย่างเป็นระบบ
====
🌍 บทเรียนจากต่างประเทศ = สมดุลย์ระหว่าง “ธุรกิจ” และ “มนุษยธรรม”
* ประเทศในยุโรป เช่น สวีเดน เดนมาร์ก และฝรั่งเศส มีระบบ “ภาษีเพื่อสุขภาพ” ที่นำกลับมาช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นธรรม ประชาชนมั่นใจว่าแม้ป่วยจะไม่สูญเงินเก็บ ขณะเดียวกันเอกชนยังแข่งขันได้โดยไม่ละเมิดหลักความเท่าเทียม
* ประเทศไทยสามารถเรียนรู้โมเดลเหล่านี้ เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงกำไรสูงสุดของโรงพยาบาล แต่คือความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน
====
✨ เมื่อสุขภาพไม่ควรถูกวัดด้วยราคาป้ายบิล
* ภาพของโรงพยาบาลหรูแต่ที่จอดรถว่างคือสัญญาณของความไม่สมดุล สุขภาพไม่ควรเป็นสินค้าแบรนด์เนม แต่คือสิทธิพื้นฐานของการมีชีวิตที่มีศักดิ์ศรี
* ระบบสุขภาพที่ดีต้องวัดจากจำนวนคนที่สามารถเข้าถึงการรักษาได้โดยไม่ต้องสูญสิ้นศักดิ์ศรีทางการเงิน
“สังคมที่ดี วัดได้จากจำนวนคนที่ไม่ต้องกลัวล้มละลายเพราะเจ็บป่วย”
#วันละเรื่องสองเรื่อง
#โรงพยาบาลเอกชน
#ค่ารักษาแพง
#สาธารณสุข
#สวัสดิการสุขภาพ
#เศรษฐกิจ
#ความเป็นธรรม
#สุขภาพ
โฆษณา