Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
7 พ.ย. 2025 เวลา 05:07 • การเมือง
พลเอก อมฤต บุญสุยา จากทหารเสือสู่ผช.ผบ.ทบ.
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน เมื่อวานนี้มีข่าวว่า อดีตแม่ทัพภาคที่ 1 ที่เคยถูกโจมตีขณะนี้ท่านได้ฝ่าข้อครหาลงพื้นที่ในตำแหน่งใหม่นั่นคือผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ท่านไม่ได้มาเพื่อกลบกระแสเชิงลบจากประชาชน ท่านมาเพื่อเป็นขวััญกำลังใจให้ทหารทุกนายในแนวหน้า เมื่อทหารมีขวัญกำลังใจจากนายมาเยี่ยม การรบก็จะเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพจเฟสบุ๊ค Wassana Nanuam รายงานว่า “บิ๊กใหญ่” พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม หน่วยปฏิบัติการตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่กองทัพภาค 2 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญและรับฟังปัญหาโดยตรงจากแนวหน้า
โดยท่านได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติภารกิจ ที่ มณฑลทหารบกที่ 22 และหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี จ.ศรีสะเกษ
ก่อนเดินทางต่อไปยังฐานปฏิบัติการผาหลวง กรมทหารราบเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 2 และฐานปฏิบัติการผาดง กองร้อยรถถัง กองพันทหารม้าที่ 8 เพื่อมอบสิ่งของและให้กำลังใจแก่ทหารที่ปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงชายแดน
พลเอก อมฤต บุญสุยา (ขวาสุดในภาพ)
ท่านได้เน้นย้ำผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ดูแลสิทธิ สวัสดิการ และความเป็นอยู่ของกำลังพลอย่างทั่วถึง ทั้งสุขภาพกายและใจ เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ ยึดหลัก ให้ "อยู่ดี มีกำลังใจ ปลอดภัย“
นอกจากนี้ ยังเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ที่ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี แสดงความห่วงใยและชื่นชมในความเสียสละเพื่อประเทศชาติของทหารทุกนาย
พลเอก อมฤต จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 27 (ตท.27) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 38
เริ่มต้นชีวิตราชการทหารในค่ายนวมินทราชินี อันเป็นต้นสังกัดของทหารเสือราชินี ท่านประจำการอยู่ที่จ.ชลบุรี ตั้งแต่ผู้บังคับกองร้อย ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จนเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.)
เดินตามรอย “บิ๊กตู่” พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และได้รับความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัยให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วงเป็น นายกรัฐมนตรี
และเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.2 รอ.) ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี โดยขุนศึกบูรพานั้น แยกเป็น 2 ค่ายคือ “บูรพาพยัคฆ์” กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) จ.ปราจีนบุรี และ “ทหารเสือราชินี” กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) จ.ชลบุรี
โดยทหารปราจีนฯ และทหารสระแก้วจะถูกเรียกว่า “บูรพาชายแดน” ส่วนทหารเมืองชลฯ มักจะไม่ค่อยได้มาข้องแวะกับเรื่องชายแดนกัมพูชา
จากนั้น ท่านเข้าสู่เมืองหลวงในตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 1
พลเอก อมฤต บุญสุยา (ซ้าย) พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ (ขวา) ในพิธีรับส่งตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1
สำหรับกองทัพภาคที่ 1 ที่ท่านเคยแม่ทัพนั้น รับผิดชอบพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ตั้งกองบัญชาการที่แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งดำรงตำแหน่งและบังคับบัญชาทหารกองทัพภาคนี้ระหว่าง 1 ตุลาคม พ.ศ. 2567 - 30 กันยายน พ.ศ. 2568
ก่อนเกิดการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา มีกระแสข่าว "บิ๊กใหญ่" พลเอก อมฤต ถูกวางตัวให้เป็น ผู้บัญชาการทำหารบกคนต่อไป ต่อจาก “พี่ปู” พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ที่จะเกษียณอายุราชการในปีพ.ศ.2570
ช่วงที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ท่านยังอยู่ในหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) และเป็นหัวขบวนนายทหารเสือราชินีคอแดง และหากได้เป็น ผบ.ทบ.ก็จะกลับมาเป็นแม่ทัพบกคอเขียวอีกครั้ง
ในช่วงที่มีกระแสดราม่าหลังการประชุม RBC ท่านออกมาชี้แจงว่า กองทัพภาคที่ 1 ใช้แผนที่ 1:50,000 เช่นเดียวกับกองทัพภาคที่ 2 แต่ลักษณะพื้นที่มีความแตกต่างกัน เพราะกองทัพภาคที่ 2 มีลักษณะภูมิประเทศเด่นชัด เป็นแนวเทือกเขาพนมดงรัก บางจุดเป็นหน้าผา เป็นป่าเขาต่างกับพื้นที่ภาคที่ 1 ซึ่งเต็มไปด้วยชุมชนขนาดใหญ่ของทั้งสองฝั่ง ลักษณะดินต่อดิน ยกเว้นบางช่วงที่อาจเป็นแนวคลอง
ยืนยันว่าตลอดแนวหลักเขตตั้งแต่ 28 - 51 กำลังพลกองทัพภาคที่ 1 สามารถดูแลได้ทั้งหมด พร้อมได้ภาพสดจากกล้องและโดรน ให้สื่อมวลชนได้เห็นถึงกำลังพลที่รักษาหลักเขตทั้งหมด
บิ๊กใหญ่ (ซ้าย) และแม่ทัพไก่ (ขวา)
พลเอกอมฤต ยอมรับว่า ยังมีบางหลักเขตที่ฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมรับ จึงเป็นที่มาของ MOU 43 ที่ทำไว้ระหว่าง 2 รัฐบาล ซึ่งได้รับความยินยอมจากทั้งสองประเทศตรงกันว่า ในจุดที่ตกลงไม่ได้ห้ามดำเนินการเปลี่ยนแปลงใดๆ จนกว่าการปักปันเขตแดนจะสำเร็จ
สำหรับการปฎิบัติในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 หลังเกิดความตึงเครียดในพื้นที่ภาคที่ 2 พลโท อมฤต กล่าวว่า ฝ่ายกัมพูชาเริ่มยั่วยุตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์พ.ศ. 2568 นับตั้งแต่มาร้องเพลงชาติที่ประสาทตาเมืองธม เหตุการณ์ปะทะที่ช่องบก และการวางทุ่นระเบิด
เหตุการณ์ความรุนแรงยกระดับมากยิ่งขึ้น จนมีการปฏิบัติการทางทหารในวันที่ 24 กรกฎาคมปีเดียวกัน ในส่วนกองทัพภาคที่ 1 มีการเคลื่อนย้ายกำลังครบทุกหน่วย ภายในวันที่ 25 กรกฎาคมและเข้าปฏิบัติพื้นที่เป้าหมายในช่วงเช้าของวันที่ 26 กรกฎาคมโดยไม่มีการโต้ตอบจากฝ่ายตรงข้าม เป็นเพราะกำลังรบของกองทัพภาคที่ 1 สูงกว่า
นอกจากนี้สิ่งที่คำนึงถึงตลอดคือ หากมีการเปิดพื้นที่รบเพิ่ม จากพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ก็จะกลายเป็นการประกาศสงคราม และหากเป็นสงคราม จะมีความวุ่นวายตามมาอีกมากมาย ทั้งการระดมสรรพกำลัง การควบคุมต่างๆ ที่สำคัญคือประชาชนจะเดือดร้อนหมด เช่นในพื้นที่ภาคอีสาน จะต้องมีการอพยพประชาชนนับ 100,000 คน แต่ในพื้นที่ภาคตะวันออกก็ต้องอพยพแต่ไม่มากเท่า ดังนั้นกองทัพภาคที่ 1 ต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน แต่ในส่วนนี้ประชาชนที่อยู่ตอนใน หรือคนในกรุงเทพฯ อาจไม่เข้าใจ
ท่านผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกขณะตรวจแถวกำลังพล
“ยืนยันว่า การปฏิบัติการของกองทัพภาคที่ 1 ช่วยยับยั้งการไปเพิ่มเติมกำลังของฝ่ายกัมพูชา ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2”
“กองทัพภาคที่ 1 ยืนยันในศักดิ์ศรีการรักษาประชาธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สิน ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกองทัพภาคที่ 1”
คำกล่าวของพลเอก อมฤต บุญสุยา ขณะเป็นแม่ทัพภาคที่ 1
วันที่ 1 ตุลาคมพ.ศ.2568 ที่กองทัพภาคที่ 1 จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 1 ระหว่าง "บิ๊กใหญ่" พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญการทหารบก ในฐานะอดีตแม่ทัพภาคที่ 1 กับ "แม่ทัพไก่" พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 โดยมีพิธีลงนามในเอกสารรับ-ส่งหน้าที่ ณ ห้องพระบารมีปกเกล้า จากนั้นได้ร่วมกันตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ กระทำพิธีส่งมอบธง และการบังคับบัญชาแม่ทัพภาคที่ 1 ณ ลานหน้าอาคารกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1
พลเอก อมฤตกล่าวว่า "ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่รับหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 1 ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานทุกท่าน ส่งผลให้ภารกิจต่างๆ ของกองทัพภาคที่ 1 ที่ได้รับมอบจากผู้บังคับบัญชาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จนเป็นที่เชื่อมั่นของผู้บังคับบัญชา และเป็นที่ยอมรับของประชาชน จึงขอขอบคุณทุกคน"
ท่านผู้ช่วยผบ.ทบ.ลงพื้นที่ชายแดนอีสานใต้
"สำหรับแม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่ เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเป็นผู้นำ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา จึงมั่นใจว่ากองทัพภาคที่ 1 ภายใต้การนำของแม่ทัพภาคที่ 1 จะมีความเจริญก้าวหน้า เป็นกำลังหลักของกองทัพบก รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาประเทศ เพื่อสร้างความผาสุกให้แก่พี่น้องประชาชนและประเทศชาติสืบไป"
นี่คือเรื่องราวของพลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกท่านปัจจุบัน ท่านไม่ได้เป็นแค่ผู้ใหญ่ระดับ 5 เสือทบ. แต่ท่านยังเป็นกำลังใจอันสำคัญที่ทำให้ทหารไทยในแนวหน้าเกิดความฮึกเหิมพร้อมรบตลอดเวลา ถึงคำพูดในช่วงที่ผ่านๆมาจะทำให้ท่านได้รับคำด่ามากกว่าคำชม อย่างไรก็ตาม ต้นไม้ต้นนี้ยังคงฝ่าแรงลมนั่นคือคำวิพากษ์วิจารณ์มาได้
สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอปิดท้ายด้วยภาพขณะที่ท่านผู้ช่วยผบ.ทบ. ให้กำลังใจครอบครัวสิบตรีธีระยุทธ กระจ่างทอง หนึ่งในทหารกล้าที่เสียสละชีวิตในการปกป้องอธิปไตยจากการปะทะชายแดนที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมของปีนี้ สำหรับวันนี้ผู้เขียนขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
มณฑลทหารบกที่ 26
PPTV
NATION TV
TV5HD Online
Wassana Nanuam
วิกิพีเดีย
เรียบเรียงโดย : เบิ้ล ตาควาย
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย