8 พ.ย. 2025 เวลา 08:01

เคยคิดไหมว่าทำไมทุกวันนี้…

เราต้องตื่นเช้าฝ่ารถ ฝ่าคน ฝ่าความเหนื่อย เพื่อแลกกับ “เงินเดือนที่หายไปในพริบตา”
บางคนทำงานทั้งวัน กลับถึงบ้านก็แทบไม่มีแรงจะคิดถึงวันพรุ่งนี้
บางคนอยากมีบ้าน มีรถ แค่เพื่อความมั่นคงในชีวิต
แต่พอวันหนึ่งกลับรู้ว่า “ความมั่นคง” มันแพงกว่าที่คิดไว้เยอะ
ไม่ใช่แค่ของแพงขึ้น แต่ทุกอย่างรอบตัวเรากำลังค่อย ๆ กลืนชีวิตเราไปทีละนิด
ข้าวจานเดิมที่เคย 40 วันนี้กลายเป็น 60
กาแฟแก้วเดิมที่เคยดื่มทุกเช้า วันนี้ต้องคิดก่อนจะซื้อ
ค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ทุกอย่างขยับขึ้นหมด
แต่เงินเดือนกลับ “นิ่ง” เหมือนเวลาไม่หมุน
มันไม่ใช่เพราะเราฟุ่มเฟือย
แต่มันคือ “เงินเฟ้อ” ที่ค่อย ๆ กัดกินความสามารถในการใช้ชีวิตของเรา
รายได้เท่าเดิม แต่รายจ่ายโตขึ้นทุกเดือน
เราทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาระดับชีวิตเดิม — แค่นั้นจริง ๆ
ทุกวันนี้หลายคนไม่ได้ทำงานเพื่อ “ก้าวหน้า”
แต่ทำงานเพื่อ “เอาตัวรอด”
เพราะระบบที่เราอยู่ มันไม่ได้สร้างให้ทุกคนเติบโตเท่ากัน
ใครหยุดพัก ก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ใครเหนื่อย ก็ต้องกลืนมันไว้ แล้วบอกตัวเองว่า “เดี๋ยวสิ้นเดือนก็ได้เงิน”
แต่พอเงินเดือนเข้ามา มันก็หายไปกับบิล ค่าครองชีพ และราคาที่ขยับขึ้นไม่รู้จบ
เราเหมือนกำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่งที่ไม่มีเส้นชัย
เหนื่อยเท่าไหร่ ก็ยังอยู่ที่เดิม
สุดท้ายแล้ว…
เราอาจไม่ได้แพ้เพราะขี้เกียจ หรือใช้เงินเกินตัว
แต่แพ้เพราะ “ระบบที่ไม่แฟร์”
และเพราะเงินที่เราหาได้ มันไม่เท่ากับมูลค่าของชีวิตจริง ๆ อีกต่อไป
หนังสือดีๆ ที่คุณต้องอ่าน
1.The Psychology of Money : จิตวิทยาว่าด้วยเงิน
2.The Bitcoin Standard : ระบบการเงินทางเลือกใหม่ไร้ศูนย์กลาง
3. เงินเฟ้อคือคดีอาญา
📗https://s.shopee.co.th/7AVZBaD4kT
#เงินเฟ้อ #ค่าครองชีพ #ทำงานแต่ไม่พอใช้ #ชีวิตมนุษย์เงินเดือน #ความมั่นคงที่แพงขึ้น
โฆษณา