Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลุงหมอขอ WRITE
•
ติดตาม
8 พ.ย. 2025 เวลา 15:39 • ท่องเที่ยว
ตอนที่ 6 ทริปจิ่วไจ้โกว ทริปท่องเที่ยวหรือทริปฝึกจิต
ตอนที่พวกเรามาถึงที่พักก็มืดแล้ว และเมื่อบวกกับอากาศที่หนาวมากทำให้พวกเรารีบเช็คอินเข้าห้องพักกันอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากประสบการณ์การเดินทางที่ค่อนข้างจะไม่ราบรื่นจากการที่พวกเราซื้อตั๋วโดยสารรถยนต์ขามาจิ่วไจ้โกวไม่ได้ จนน้องไกด์ต้องหารถเช่าให้พวกเรา พวกเราก็เลยต้องขู่เพื่อย้ำให้น้องมีความรอบคอบและให้น้องพยายามหาตั๋วโดยสารขากลับเข้าเฉิงตูให้เรียบร้อยก่อนให้ได้
เพราะถ้าพลาดรถขากลับแล้วมันจะพ่วงมาด้วยการที่พวกเราต้องพลาดเที่ยวบินขากลับเมืองไทยด้วยเช่นกัน น้องไกด์ก็รับปากว่าจะจัดการให้เรียบร้อยก่อนวันเดินทางกลับให้ได้ จากนั้นพวกเราก็นัดกันว่าพรุ่งนี้เช้าเราจะออกจากโรงแรมเพื่อเดินทางไปเข้าอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกวตอนประมาณ 6 โมงเช้าถึงแม้ว่าอุทยานจะเปิดให้เข้าชมได้ในตอน 8 โมงครึ่งก็ตาม
เพราะถ้าเราไปสายเราอาจจะพลาดและอดเข้าชมเพราะจากการค้นข้อมูลบอกว่าจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันด้วยเช่นกัน ซึ่งข้อมูลนี้ลุงหมอไม่มั่นใจนักว่าจำกัดไว้ที่กี่คนต่อวัน หลังจากนัดแนะกันเรียบร้อยแล้วพวกเราก็แยกย้ายเข้าห้องพัก
ห้องพักสะอาด มีเครื่องปรับอากาศที่มีทั้งฟังก์ชั่นทำความเย็นและความร้อน ที่นอนกว้างพร้อมกับมีผ้าห่มนวมหนามาก
ห้องน้ำกว้างพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น ที่แปลกใจคือผ้าเช็ดตัว เป็นผ้าเช็ดตัวแบบบางใช้แล้วทิ้ง ลุงหมอก็เกิดความสงสัยว่า เอ๊ะ! เราต้องใช้ผ้าเช็ดตัวผืนนี้ตลอดในทุกวันของการพักอยู่ที่นี่หรือเปล่านะ ว่าแล้วก็เดินดุ่มๆ อย่างมั่นใจไปที่เคาน์เตอร์เช็คอินเพื่อสอบถามพนักงาน
แต่ก็ต้องกลับเข้าห้องแบบคนขาดความมั่นใจหลังจากที่พูดกับพนักงานเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจกัน จนสุดท้ายน้องพนักงานต้องเดินตามลุงหมอเข้ามาในห้องพักเพราะลุงหมอกวักมือเป็นสัญลักษณ์ให้เดินตามมา พอเข้าไปในห้องก็ส่งสัญญาณคุยภาษาใบ้ แต่ก็ไม่ได้คำตอบว่าจะมีการเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวให้ทุกวันหรือเปล่าอยู่ดี
ท้ายที่สุดลุงหมอก็ยังต้องขอบคุณน้องพนักงานที่พร้อมให้ข้อมูลและพร้อมให้การช่วยเหลือแขก ลุงหมอกับคุณแป๋วก็เลยตัดสินใจว่าพรุ่งนี้เช้าหลังใช้ผ้าเช็ดต้วเสร็จเราจะเก็บไว้ก่อน เผื่อว่าเขาจะให้ใช้ผ้าผืนนี้ตลอดสามวันที่เราเข้าพัก
คืนนั้นเราสองคนนอนหลับสนิทด้วยความล้าและเพลียจากการเดินทางอันยาวนาน เราตื่นนอนและเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางไปเข้าชมอุทยานจิ่วไจ้โกวตามเวลาที่นัดทีมไว้ ลุงหมอก็เห็นว่าวันนี้น้องไกด์ก็น่าจะพร้อมที่จะพาพวกเราเข้าชมธรรมชาติแล้ว โรงแรมที่เราพักน่าจะอยู่ห่างจากทางเข้าอุทยานประมาณ 5 กิโลเมตร ทำให้คณะเราต้องเดินทางโดยการนั่งรถแท็กซี่ 2 คัน
ทีมลุงหมอ คุณแป๋ว อาจารย์แป๋วและน้องเมย์ไปถึงก่อน ส่วนพี่นิด พี่สถิตย์ พี่ปูและพี่จีตามมาทีหลัง ตอนไปถึงหน้าประตูทางเข้าฟ้ายังคงมืดอยู่และอากาศก็หนาวมากบวกกับลมแรง ก็ยิ่งทำให้หนาวเข้ากระดูก อุณหภูมิน่าจะยังติดลบอยู่ ตรงนั้นมีชาวบ้านมายืนขายถุงมือราคาถูกและของที่ระลึกอยู่ก่อนแล้ว ลุงหมอเลยซื้อถุงมือมา 1 คู่ เพราะหนาวมากจนปวดมือไปหมดแล้ว
ระหว่างรอทีมและน้องไกด์มาถึง ฟ้าก็เริ่มสว่างทำให้มองเห็นความงามและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติบ้างแล้ว มีใบไม้ที่เริ่มเปลี่ยนสีแล้วแต่ไม่มากนัก เราก็ถ่ายภาพที่ระลึกกันไป นักท่องเที่ยวก็ทยอยกันเดินทางมาเยอะพอสมควร แต่งกายด้วยเสื้อผ้ากันหนาวกันเต็มที่ เมื่อทีมเรามาครบเราก็เอาพาสปอร์ตให้น้องไกด์เพื่อติดต่อรับตั๋วเข้าอุทยานที่น้องไกด์จองให้เรามาล่วงหน้าแล้ว ส่วนพวกเราก็นั่งรอกันที่ม้านั่งในอาคาร
น้องไกด์หายไปนานมาก แต่ด้วยความที่จำนวนนักท่องเที่ยวเยอะมาก พวกเราจึงคิดว่าสงสัยคิวรับตั๋วจะยาว แต่เราก็รอแล้วรอเล่าก็ไม่มาสักที หรือว่ามีอะไรผิดพลาดนะ ลุงหมอรอจนรู้สึกหิว ท้องร้องจนต้องไปซื้ออาหารเช้าในร้านของอุทยานมากินรองท้อง และเมื่อถึงเวลาเปิดให้เข้าชมอุทยานตอนแปดโมงครึ่งน้องก็ยังไม่มา เราเลยเข้าไปดูในจุดที่ขายตั๋วซื่งมีเพียงจุดเดียวเพื่อไปดูว่าน้องยังรอคิวอยู่ไหม
สรุปว่าตรงนั้นไม่เห็นวี่แววของน้องเลย เอาอีกแล้วหายไปไหนนะ หรือว่าเข้าห้องน้ำ ลุงหมอก็เดินเข้าห้องน้ำก็หลายรอบนะ ไม่ยักเห็นน้องไกด์ และในตอนนี้พวกเราก็ทำได้แค่มองดูนักท่องเที่ยวเป็นพันๆคนทยอยกันขึ้นรถบัสของอุทยานคันแล้วคันเล่า มีทั้งฝรั่งและเอเชียซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน
กลุ่มชาวไทยก็มีหลายกลุ่มแต่ก็ไม่ได้ทักทายกัน พวกเราก็เริ่มอารมณ์เสียที่ต้องมานั่งรอโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยแถมอากาศก็โคตรจะหนาวอีกด้วย ลุงหมอคิดว่าเราน่าจะรออยู่ตรงนั้นเกือบๆ 2 ชั่งโมงเห็นจะได้ ทุกคนทำได้เพียงสูดหายใจลึกๆ ถอนหายใจแล้วก็สูดหายใจเข้าลึกอีกราวกับทำสมาธิก็ไม่ปาน ดีที่ยังมีมุมให้เดินเล่นและถ่ายรูปสวยๆ ให้เก็บภาพไปตามเรื่องตามราว
จนในที่สุดน้องไกด์ก็กลับมา มาถึงน้องก็แจกตั๋วและคืนพาสปอร์ตให้และเราก็ได้ไปเข้าคิวเพื่อขึ้นรถนำเที่ยวของอุทยาน โดยไม่ได้ต่อว่าน้องเลย บนรถจะมีวีดีโอแนะนำจิ่วไจ้โกวเป็นภาษาจีนเท่านั้น เออว่ะ ช่างชาตินิยมเสียเหลือเกิน ฟังไปตลอดทางเข้าใจคำเดียวคือ จิ่วไจ้โกว แค่นั้นจริงๆ
รถนำเที่ยวจะจอดให้เราที่จุดสูงสุดของจุดชมวิว จากนั้นเราก็ต้องเดินตามป้ายบอกทางเพื่อไปยังจุดชมวิวต่างๆเองหรืออาจจะใช้บริการรถที่มีบริการตลอดทั้งวันก็ได้ พอรถจอดพวกเราก็ลงจากรถ ลุงหมออยากจะบอกว่าพอพวกเราเห็นความงามของทะเลสาบอันแรก(ซึ่งจำชื่อไม่ได้หรอก) อาการอารมณ์เสียให้น้องไกด์ก็หายวับไปในทันที
ลืมไปหมดเลยว่าน้องทำอะไรผิดไปบ้าง สวยมากสมกับที่ถูกขนานนามว่าเป็นสวรรค์บนดิน จุดชมวิวแต่ละจุดจะมีนักท่องเที่ยวเยอะมาก ชาวจีนก็ไม่รู้จักคำว่าต่อคิวเช่นเคย แย่งกันถ่ายรูป แย่งกันทุกอย่างแม้กระทั่งการขึ้นหรือลงรถบริการ ซึ่งมีจุดหนึ่งตอนที่เรารอขึ้นรถ ก็พบว่าเด็กอายุสัก 3-4 ขวบถูกผู้ใหญ่เบียดจนแทบกระเด็นตอนขึ้นรถ น่ากลัวมากไม่สนเพศไม่สนวัยกันเลย
พวกเราเดินชมธรรมชาติหลายที่ จนถึงตอนเที่ยงเราก็หามาม่ากินกันที่ลานที่ให้บริการขายอาหารในอุทยานนั่นเอง พอช่วงบ่ายเราก็เดินชมทะเลสาบอีกหลายที่และพอใกล้เวลาอุทยานปิดเราก็ขึ้นรถกลับออกมาจากอุทยาน เราไม่รีบร้อนเนื่องจากเราซื้อตั๋วไว้ 2 วัน เพราะเราจะชมอุทยานแห่งนี้ให้ครบทั้งสองฝั่ง
ลืมไปว่าอยากจะบอกคุณคุณว่าห้องน้ำในอุทยานเป็นห้องน้ำสมัยใหม่แล้วนะครับ ไม่ใช่แบบที่อยู่ในร้านอาหารเมื่อตอนระหว่างทางที่เราแวะกินอาหารเมื่อตอนขามานะครับ สบายใจได้ สะอาดด้วยนา วันนี้ก็เป็นอีกวันที่พวกเราเหนื่อยเนื่องจากจุดชมวิวแต่ละจุดนั้นห่างกันและต้องเดินไกลพอสมควร แต่ก็มีความสุขนะครับเพลินดี ใครไม่อยากเดินก็นั่งรถบริการได้
พอตอนกลับที่พักเราก็นั่งแท็กซี่เหมือนเดิม กลับเข้าที่พักสักครู่เราก็ออกมาหาอาหารเย็นกินที่ร้านใกล้ๆโรงแรมนั่นเอง อ้อ! พอลุงหมอเข้าไปในห้องพักก็พบว่าพนักงานได้เปลี่ยนผ้าเช็ดตัวแบบใช้แล้วทิ้งอันใหม่ให้แล้ว โล่งใจไปทีเพราะสภาพแบบนั้นไม่น่าจะใช้ได้ถึง 3 วัน ที่ร้านอาหารพวกเราสั่งอาหารกันเยอะมาก และพออาหารมาขึ้นโต๊ะ ทุกคนก็อ้าปากค้าง เพราะว่าแต่ละจานนี่คือใหญ่มาก หม้อไฟใหญ่อย่างกับกะละมังซักผ้า อาหารเต็มโต๊ะ
น้องไกด์ก็มานั่งกินด้วยกันกับพวกเรานั่นแหละเพราะต้องเป็นคนจ่ายเงิน และคุณคุณครับน้องไกด์ก็น่ารักนะ เค้าชวนผมดื่มเบียร์ด้วย เค้าบอกว่าพี่ครับสั่งเบียร์มาดื่มด้วยกันไหมครับ ลุงหมอก็ติดในใจว่า น้องครับหลังจากที่น้องได้ทำความผิดไว้กับพวกพี่มาก็หลายกระทงแล้วน้องยังกล้าชวนพี่ดื่มเบียร์อีกเหรอครับ แล้วลุงหมอก็ตอบน้องไปว่า ได้สิสั่งมาเลยน้อง
แล้วลุงหมอก็ถามน้องไกด์ว่าเมื่อเช้าไปไหนมาทำไมทิ้งให้พวกพี่รอตั้งนานสองนาน น้องตอบว่าน้องเดินไปที่สถานีรถโดยสารที่อยู่ห่างไปจากอุทยานจิ่วไจ้โกวประมาณ 2 กิโลเมตรเพื่อซื้อตั๋วรถโดยสารขากลับให้พวกเรา ตอนนี้ตั๋วอยู่ที่น้องแล้ว ว่างั้น อืม ดูมีเหตุผลนะ
แต่ลุงหมอก็ต้องขอบคุณน้องไกด์อีกครั้งและที่บริหารจัดการให้เราได้มาเห็นธรรมชาติที่งดงามแบบนี้ ได้มาเจอกับพี่นิด พี่ปู เพื่อนร่วมเดินทางที่น่ารัก ตอนแรกคืออาจจะเขินๆกันบ้างแต่พอได้เจอเรื่องราวต่างๆ ไปด้วยกัน ได้เดินเที่ยวด้วยกันผลัดกันถ่ายรูปให้กันโดยไม่รู้จักเบื่อ
ถึงแม้ว่าลุงหมอจะพูดขอบคุณแบบนี้แล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าทริปจบแค่นี้นะครับ ทริปเรายังมีอะไรต้องลุ้นอีกหลายอย่าง ส่วนน้องไกด์คนเก่งของเราก็ยังสมามรถหาเรื่องให้เราปวดหัวในวันต่อๆมาได้อีกครับ
ฝากติดตามต่อด้วยนะครับ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย