Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลุงหมอขอ WRITE
•
ติดตาม
9 พ.ย. 2025 เวลา 06:19 • ท่องเที่ยว
ตอนที่ 7 ทริปจิ่วไจ้โกว ทริปท่องเที่ยวหรือทริปฝึกจิต
ถ้าหากเว้นเรื่องของการรอน้องไกด์ที่หายไปหลายชั่วโมงเพื่อเดินไปซื้อตั๋วรถโดยสารขากลับเข้าเฉิงตูโดยไม่บอกกล่าวแล้ว การเข้าชมอุทยานจิ่วไจ้โกวในวันแรกได้สร้างความประทับใจให้ลุงหมอและสมาชิกเป็นอย่างมาก
เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับการฝ่าฟันอุปสรรคจนมาถึงจุดหมาย และตัวอุทยานที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวรรค์บนดิน” นั้นก็สวยสมคำล่ำลือเสียจริงๆ ทุกจุดชมวิวจะมีความสวยงามแตกต่างกันไป และแม้กระทั่งสิ่งที่เราได้เห็นในระหว่างการเดินเท้าหรือขณะนั่งรถบริการเพื่อไปยังจุดชมวิวในแต่ละจุดก็ยังสวยเกินบรรยาย จนทำให้พวกเราต้องหยุดเดินเพื่อถ่ายรูปกันบ่อยมากๆ ซึ่งลุงหมอก็ถือว่าเป็นวิธีคลายเหนื่อยจากการเดินไกลๆ ที่ดีมากๆวิธีหนึ่ง
การมาเที่ยวแบบนี้ก็มีข้อดีคือเราไม่ต้องรีบร้อนเดินทาง ไม่ต้องจำกัดเวลาเหมือนกรุ๊ฟทัวร์แบบปกติ อยากอยู่จุดไหนนานๆ ก็จัดไปตามใจชอบ แต่คุณคุณบางคนก็อาจจะไม่ชอบเพราะทำให้เก็บได้ไม่ครบทุกจุดชมวิวและอาจจะมองว่าไม่คุ้ม
ทีมลุงหมอวางแผนไว้อยู่แล้วว่าจะเข้าชมอุทยาน 2 วัน เพราะน้องไกด์แจ้งพวกเราไว้แล้วว่าซื้อตั๋วเข้าชมอุทยาน 1 ใบจะเข้าชมได้ 2 วัน ดังนั้นพวกเราก็ไม่ต้องรีบเก็บจุดชมวิวให้หมดภายในวันเดียว พวกเรายังมีเวลาอีก 1 วันเต็มๆ สำหรับการดื่มด่ำกับความงามของ “สวรรค์บนดิน” แห่งนี้
หลังจากที่ได้กินอาหารค่ำจนอิ่มแปร้ ได้ชนแก้วพี่สถิตย์กับน้องไกด์ด้วยความเป็นกันเองจนหมดเบียร์ไปหลายขวด พวกเราก็นัดแนะกับน้องไกด์เรื่องเวลาที่พวกเราจะออกเดินทางเข้าชมอุทยานรอบที่สองในวันรุ่งขึ้น เราตกลงกันว่าจะออกเดินทางกันประมาณ 7 โมงครึ่ง ไม่ต้องรีบเหมือนวันแรก เพราะเรารู้วิธีการเดินทางและระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางแล้ว
หลังจากนั้นน้องไกด์ก็แยกจากกลุ่มไปพักผ่อน ส่วนพวกเรายังพอมีแรงก็เลยเดินดูสินค้าและของที่ระลึกในร้านที่อยู่ข้างๆ ที่พักแล้วก็ได้ของฝากกันคนละอย่างสองอย่าง น้องที่เฝ้าร้านก็อัธยาศัยดี พยายามสื่อสารกับพวกเราอย่างเต็มที่ถึงแม้จะไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวอะไรนักแต่ก็สร้างความประทับใจได้ดีทีเดียว หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันพักผ่อน
ในตอนเช้าพวกเรามารอน้องไกด์ตามเวลานัด รอแล้วรอเล่า เอ๊ะ ! ผ่านมา 5 นาทีก็แล้ว 10 นาที ก็แล้ว 20 นาที ก็แล้ว ยังไม่มีวี่แววของน้องไกด์ ไม่ได้การละหายไปไหนอีกนะน้องไกด์เจ้าปัญหาของเรา ลูกทีมบางส่วนก็เริ่มอารมณ์ขึ้นละ ลำบากทีมงานต้องพยายามติดต่อตอนแรกก็พยายามถามกันเองว่าน้องไกด์พักอยู่ห้องไหนแต่ก็ไม่มีใครรู้เลย
ตอนหลังก็ต้องพยายามถามพนักงานโรงแรมแต่ก็ลำบากมากเพราะสื่อสารกันด้วยความยากลำบาก พวกเราพยายามถามว่าคนไทยที่มากับพวกเรา ตัวโตๆหน่อย ผิวคล้ำๆ พักอยู่ห้องไหน พูดกันตั้งนานสองนานกว่าจะได้คำตอบ พอรู้ว่าอยู่ห้องไหนเราก็ส่งตัวแทนไปเคาะประตูห้อง
ปรากฏว่า น้องไกด์ผู้น่ารักของเรานอนหลับไม่ตื่น สงสัยจะเป็นเพราะการชนแก้วกับลุงหมอเมื่อคืนแหงๆ พอน้องตื่นก็รีบล้างหน้าแปรงฟันและรีบแต่งตัวออกมาสมทบกับพวกเรา บอกขอโทษขอโพยกันสักพักก็พาพวกเราออกเดินทางโดยแบ่งขึ้นรถแท็กซี่ 2 คันตามเดิม ลูกทีมแต่ละคนก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอาใจ เริ่มต้นวันก็อารมณ์เสียกันเลย เฮ๊อ!
พอไปถึงทางเข้าอุทยาน น้องไกด์ก็รวบรวมพาสปอร์ตเพื่อไปรับตั๋วเช่นเดิม ครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานน้องก็ออกมาแจ้งพวกเราว่า ต้องซื้อตั๋วใหม่เพราะตั๋วที่เข้าใจว่าเข้าชมอุทยานได้ 2 วัน คือเข้าใจผิด เอ๋าเป็นงั้นไป อันนี้ลุงหมอจำไม่ได้แล้วว่าน้องรับผิดชอบค่าตั๋วเองหรือเก็บกับพวกเราทีหลัง พอได้ตั๋วพวกเราก็ไปรอคิวขึ้นรถบริการ วันนี้นักท่องเที่ยวเยอะตามเคย อากาศดูเหมือนจะหนาวกว่าวันแรกซะอีก
น้องไกด์วางแผนจะพาเราไปชมความงามอีกฝั่งหนึ่งของอุทยาน โดยที่แรกที่จะพาไปคือ mirror lake ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ผิวน้ำนิ่งมากสะท้อนให้เห็นเงาสะท้อนภูเขาและท้องฟ้าราวกับกระจกเงา น้องไกด์พาเราลงจากรถที่จุดจอดแห่งหนึ่ง จากนั้นก็พาพวกเราเดินวนไปวนมาหลายรอบโดยไม่ได้บอกอะไร
จนพวกเรารู้ได้เองว่าน่าจะหลงทาง อ่านป้ายบอกทางก็อาจจะสับสนหน่อยๆ สุดท้ายน้องก็เดินไปถามทางจากเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่โบกรถอยู่ใกล้ๆ แล้วก็กวักมือให้พวกเราเดินตาม และในตอนนี้แหละ หนึ่งในลูกทีมก็หน้าหงิกอย่างจริงจังแต่ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรน้องไกด์ เดินไปหน้าหงิกไป พลาด 2 อย่างภายในไม่กี่ชั่วโมง มันน่านัก
อากาศในตอนเช้าวันนี้ค่อนข้างหนาว ลมที่โชยมาเบาๆก็ยิ่งทำให้รู้สึกหนาวมากขึ้นไปอีก ลุงหมอหนาวจนปวดมือเพราะเจ้าถุงมือไหมพรมคุณภาพต่ำนั้นไม่ช่วยให้ความอบอุ่นแก่มือลุงหมอเลยสักนิด ระหว่างที่ทุกคนเดินไปตามทาง สิ่งที่ลุงหมอทำคือ ภาวนาให้น้องไกด์นำไปถูกทางและตรงนั้นจะต้องสวยคุ้มกับการเดินเท้านะ ไม่งั้นแกโดนกินหัวแน่ๆ ลุงหมอเองนี่แหละจะเป็นคนนำทัพ
ตอนที่เราเดินไปตามทางเดินก็จะมีรถบริการผ่านเป็นระยะ แต่ไม่ใช่จุดจอดรถ ดังนั้นพวกเราก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดิน คนบนรถคงสงสัยว่าไอ้พวกนี้ไปเดินท้าทายความหนาวกันทำไม ทำไมไม่นั่งรถที่แสนจะอุ่นสบายไม่ต้องออกแรงก็ถึงที่หมายนะ อ้าว! เดินต่อไปครับอย่าใจลอย
ระหว่างการเดินนั้นจะดีหน่อยก็ตรงที่สองฝั่งถนนสวยมาก และเราก็ยังมีแรงเหลือเฟือยังไม่เหนื่อยจากการเดินทาง เส้นทางที่พวกเราเดินเป็นทางเดินรอบๆทะเลสาบซึ่งก็สวยจนต้องถ่ายรูปไปตลอดทาง ทำให้สมาชิกแต่ละคนคลายความอารมณ์เสียไปได้บ้าง กว่าจะไปถึงที่หมายก็น่าจะเก็บภาพเป็นร้อยๆรูปโน่นแหละ
วันนี้พวกเรานั่งรถสลับเดินกันอยู่หลายรอบ เพื่อไปดูทะเลสาบ five flowers วันนี้เราพักกินมาม่าตอนเที่ยงที่ทะเลสาบ five flowers นั่นเองซึ่งที่นี่วิวสวยมาก น่าเสียดายที่ใบไม้ยังไม่ค่อยเปลี่ยนสีนักแต่ก็ถือว่าสวยมากอยู่ดี ในตอนบ่ายก็แวะไปที่น้ำตกอะไรสักอย่างอีกหลายแห่ง จากนั้นก็ไปเดินบนเขาสูงชมป่าสนที่เป็นจุดสูงสุดของอุทยานแห่งนี้
ลุงหมอคิดว่าการเข้าชมอุทยาน 2 วันมันดีมากๆ เพราะทำให้พวกเราสามารถเก็บรายละเอียดของอุทยานได้เยอะ และยังทำให้ไม่เหนื่อยเพราะไม่ต้องรีบร้อนไม่ต้องแข่งกับเวลา ถ้าน้องไกด์ทำการบ้านมาดีกว่านี้จะดีมากๆ
พอตกบ่ายแก่ๆ พวกเราก็เดินทางกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน หลังจากกินข้าวเย็นที่ร้านใกล้ที่พักเราก็แยกย้ายกันและในวันพรุ่งนี้โปรแกรมทัวร์ของเราก็คือเราจะออกเดินทางไปเที่ยวที่ หวงหลง ตั้งแต่เช้าซึ่งเราต้องนั่งรถโดยสารประจำทางประมาณ 2 ชั่วโมง แน่นอนครับน้องไกด์ก็ยังมีเรื่องให้ลูกทีมต้องลุ้นและต้องฝึกจิตอีกตามเคย แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่มันก็ไม่ควรจะมี
และที่ หวงหลง นี่เองที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้ลุงหมอรู้สึกกลัวที่สุดในชีวิต และมันยังคงตอกย้ำให้ได้รู้ว่า “หมอที่ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มียาอะไรในมือเลย ก็เป็นเพียงประชาชนทั่วไปเท่านั้น”
ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ครับ รู้สึกอย่างไรกับการเขียน รบกวนแนะนำใน comment ด้วยครับ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย