10 พ.ย. 2025 เวลา 11:49 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

Agentic AI: เมื่อปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่เป็นผู้จัดการที่คิดและลงมือทำได้เอง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกของเราได้รู้จักกับปรากฏการณ์ Generative AI ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT ที่สามารถแต่งเรื่องราวและตอบคำถามได้อย่างชาญฉลาด หรือ Midjourney ที่เสกสรรค์ภาพวาดอันน่าทึ่งจากคำไม่กี่คำ ทว่า AI เหล่านี้ยังคงเป็นเพียง "เครื่องมือ" ที่รอรับคำสั่ง (Prompt) จากมนุษย์ในทุกย่างก้าว แต่ทว่ากระแสที่กำลังเขย่าวงการเทคโนโลยีและตลาดแรงงานครั้งใหม่ กำลังพัดพาเราเข้าสู่ยุคของ Agentic AI หรือที่เรียกว่า AI Agent – ปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้แค่ตอบสนอง แต่สามารถ "คิด วางแผน และดำเนินการ
เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ซับซ้อนได้ด้วยตัวเอง Agentic AI คืออะไร? ปฏิวัติการทำงานอย่างไร?
ลองจินตนาการถึง AI ที่ไม่ได้แค่เขียนอีเมล แต่สามารถจัดการโครงการตั้งแต่ต้นจนจบได้โดยลำพัง นั่นคือแก่นแท้ของ Agentic AI ที่แตกต่างจาก Generative AI ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง AI Agent มีองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้มันเหนือกว่าการเป็นแค่เครื่องมือ:
1.การวางแผน (Planning): เมื่อได้รับเป้าหมายที่ใหญ่ Agentic AI จะสามารถแตกเป้าหมายนั้นออกเป็นงานย่อยๆ กำหนดลำดับความสำคัญ และสร้างแผนการทำงานทีละขั้นตอนได้เอง
2.ความจำ (Memory): AI Agent มีความสามารถในการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา จดจำผลลัพธ์ของแต่ละขั้นตอน และนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงการตัดสินใจในอนาคต ทำให้ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ
3.การใช้เครื่องมือ (Tool Use): ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การประมวลผลข้อมูลภายในตัว AI เท่านั้น แต่ AI Agent สามารถเชื่อมต่อและใช้งานเครื่องมือภายนอกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเว็บเบราว์เซอร์สำหรับค้นหาข้อมูล, โปรแกรมเขียนโค้ด, แพลตฟอร์มอีเมล, หรือแม้แต่ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล
4.การดำเนินการและทบทวน (Execution & Reflection): เมื่อทำตามแผนเสร็จสิ้น AI Agent จะไม่หยุดอยู่แค่นั้น มันจะสามารถประเมินผลลัพธ์ที่ได้ วิเคราะห์ว่ามีจุดใดผิดพลาดไปหรือไม่ และหาแนวทางแก้ไขเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ดีที่สุด
ตัวอย่างการทำงานของ Agentic AI ที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น:
🌐 การทำงานร่วมกัน: พลังของระบบ Multi-Agent (Multi-Agent Systems)
นอกเหนือจากการมี Agent AI เพียงตัวเดียวที่ทำหน้าที่แทนเรา Agent AI ที่แท้จริงกำลังพัฒนาไปสู่ระบบที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นที่เรียกว่า Multi-Agent Systems ซึ่งหมายถึงการที่ AI หลายตัวทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ใหญ่กว่า
แนวคิด: เปรียบเสมือนการสร้างทีมทำงานเสมือนจริง (Virtual Team) โดยมี AI แต่ละตัวรับบทบาทเฉพาะทาง (Role-based Agent)
ตัวอย่าง:
Agent 1 (Researcher Agent): รับผิดชอบการค้นหาและรวบรวมข้อมูลตลาด
Agent 2 (Strategist Agent): รับข้อมูลจาก Agent 1 มาวิเคราะห์และสร้างแผนกลยุทธ์
Agent 3 (Implementer Agent): รับแผนกลยุทธ์ไปสร้างคอนเทนต์และจัดการการลงโฆษณา
ผลลัพธ์: การทำงานที่รวดเร็วและแม่นยำกว่าการพึ่งพา AI ตัวเดียว ซึ่งระบบนี้จะเป็นอนาคตของการจัดการโครงการในองค์กรขนาดใหญ่
🎓 มนุษย์จะอยู่รอดและเติบโตในยุค Agentic AI ได้อย่างไร?
เมื่อ AI รับบทบาทการจัดการงานเชิงกลยุทธ์และดำเนินการแทน เราต้องปรับทักษะเพื่อก้าวเป็นผู้นำของเหล่า Agent AI
ทักษะการกำหนดเป้าหมาย (Goal Setting): เราต้องเก่งขึ้นในการให้ "เป้าหมายที่ชัดเจน" และกำหนดขอบเขตที่ถูกต้องให้กับ AI Agent เพราะความสามารถของ Agent ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเป้าหมายที่เราตั้งให้
ทักษะการตรวจสอบและประเมินผล (Auditing & Vetting): เนื่องจาก AI Agent สามารถผิดพลาด (Hallucination) ได้ เราจำเป็นต้องมีทักษะในการตรวจสอบผลลัพธ์อย่างละเอียด และกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการตั้งคำถามเพื่อท้าทายการตัดสินใจของ AI
ทักษะทางอารมณ์และมนุษย์ (Human Skills): ความคิดสร้างสรรค์ที่หลุดกรอบ, การเจรจาต่อรองที่ซับซ้อน, และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ยังคงเป็นพื้นที่ที่มนุษย์ทำได้ดีที่สุด และจะมีมูลค่าสูงขึ้นเมื่อเทียบกับงานรูทีนที่ AI เข้ามาแทนที่

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา