ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกของเราได้รู้จักกับปรากฏการณ์ Generative AI ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT ที่สามารถแต่งเรื่องราวและตอบคำถามได้อย่างชาญฉลาด หรือ Midjourney ที่เสกสรรค์ภาพวาดอันน่าทึ่งจากคำไม่กี่คำ ทว่า AI เหล่านี้ยังคงเป็นเพียง "เครื่องมือ" ที่รอรับคำสั่ง (Prompt) จากมนุษย์ในทุกย่างก้าว แต่ทว่ากระแสที่กำลังเขย่าวงการเทคโนโลยีและตลาดแรงงานครั้งใหม่ กำลังพัดพาเราเข้าสู่ยุคของ Agentic AI หรือที่เรียกว่า AI Agent – ปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้แค่ตอบสนอง แต่สามารถ "คิด วางแผน และดำเนินการ
เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ซับซ้อนได้ด้วยตัวเอง Agentic AI คืออะไร? ปฏิวัติการทำงานอย่างไร?
ลองจินตนาการถึง AI ที่ไม่ได้แค่เขียนอีเมล แต่สามารถจัดการโครงการตั้งแต่ต้นจนจบได้โดยลำพัง นั่นคือแก่นแท้ของ Agentic AI ที่แตกต่างจาก Generative AI ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง AI Agent มีองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้มันเหนือกว่าการเป็นแค่เครื่องมือ:
1.การวางแผน (Planning): เมื่อได้รับเป้าหมายที่ใหญ่ Agentic AI จะสามารถแตกเป้าหมายนั้นออกเป็นงานย่อยๆ กำหนดลำดับความสำคัญ และสร้างแผนการทำงานทีละขั้นตอนได้เอง
2.ความจำ (Memory): AI Agent มีความสามารถในการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา จดจำผลลัพธ์ของแต่ละขั้นตอน และนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงการตัดสินใจในอนาคต ทำให้ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ
3.การใช้เครื่องมือ (Tool Use): ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การประมวลผลข้อมูลภายในตัว AI เท่านั้น แต่ AI Agent สามารถเชื่อมต่อและใช้งานเครื่องมือภายนอกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเว็บเบราว์เซอร์สำหรับค้นหาข้อมูล, โปรแกรมเขียนโค้ด, แพลตฟอร์มอีเมล, หรือแม้แต่ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล
นอกเหนือจากการมี Agent AI เพียงตัวเดียวที่ทำหน้าที่แทนเรา Agent AI ที่แท้จริงกำลังพัฒนาไปสู่ระบบที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นที่เรียกว่า Multi-Agent Systems ซึ่งหมายถึงการที่ AI หลายตัวทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ใหญ่กว่า
แนวคิด: เปรียบเสมือนการสร้างทีมทำงานเสมือนจริง (Virtual Team) โดยมี AI แต่ละตัวรับบทบาทเฉพาะทาง (Role-based Agent)