Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
24 พ.ย. 2025 เวลา 10:00 • ประวัติศาสตร์
เมียนมา (พม่า)
กองกำลังว้าแดงมาจากไหน
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน นับตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงปีที่ผ่านมาก่อนที่จะมีประเด็นอย่างสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มีเรื่องใหญ่ที่กองทัพไทยจับตามอง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ชายแดนไทย-พม่า ซึ่งเป็นฝั่งตะวันตกของประเทศเรานั่นเอง แล้วกองกำลังนี้มีที่อย่างไร ทำไมจึงมาตั้งฐานในฝั่งไทยได้โดยที่ไม่มีท่าทีเกรงกลัวทหารไทยหรือตชด.ไทย วันนี้ผู้เขียนมีคำตอบมาเล่าสู่กันฟังครับ
ในปลายปีพ.ศ.2567 กองกำลังว้าแดง (United Wa State Army - UWSA) ได้ล้ำชายแดนและเข้ามาก่อตั้งฐานทหารในพื้นที่ของประเทศไทย จนได้กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ในช่วงเวลานั้นสื่อไทยได้มีการประโคมข่าวว่ากองทัพภาคที่ 3 ได้รับคำสั่งให้เตรียมตั้งปืนใหญ่เพื่อยิงข่มขู่และกดดันทหารกองกำลังว้าแดงให้ถอนฐานทัพที่รุกล้ำออกไป อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงนั้นมาจนถึงปัจจุบันกองกำลังว้าแดงไม่มีการยิงถล่มทหารฝ่ายเรา และเราก็ไม่มีการยิงอาวุธหนักถล่มทหารว้า
ย้อนกลับไปตั้งแต่ปีค.ศ.1948 พม่าได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ ความวุ่นวายก็เกิดขึ้น พม่าได้รับอิทธิพล ลัทธิมากซ์และสังคมนิยม แผ่ขยายลงมาจากจีน เกิดเป็นพรรคคอมมิวนิสต์พม่า โดยมีแนวคิดปกครองแบบฝ่ายซ้ายจัด เกิดการรวบรวม กลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มต่าง ๆ มาตั้งเป็นกองกำลังชายแดน ภายใต้ชื่อ “กองทัพคอมมิวนิสต์พม่า-CPB” ซึ่งมีประชากร กลุ่มว้า ร่วมด้วย
แต่ต่อมาเพราะการดูแลอย่างแร้นแค้น กดขี่ และ ความไม่เท่าเทียม ปีค.ศ.1989 จึงเกิดการลุกฮือของกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ไม่พอใจการบริหารของพรรคคอมมิวนิสต์ และได้ทำการ “ปฏิวัติคอมมิวนิสต์พม่า” จนพรรคและกองกำลังคอมมิวนิสต์พม่า ล่มสลายลง และได้สร้างกองกำลังของตนเองขึ้นมา แบ่งแยกแตกออกเป็นหลายกลุ่มจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มว้าแดง เป็น “กลุ่มติดอาวุธ” นับแต่นั้นเป็นต้นมา
กองกำลังว้าแดงหรือชื่อจริงคือ กองทัพผสมรัฐว้า (United Wa State Army) เป็นกำลังสำคัญของพรรคผสมรัฐว้า พวกเขามีที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่ารัฐว้า (Wa State) ซึ่งเป็นพื้นที่ปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อยชาวว้า สำหรับรัฐว้านั้นจะตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศพม่า ติดกับชายแดนจีนตอนใต้และทางตะวันติดกับภาคเหนือของไทย
ในส่วนของการปกครองแม้รัฐบาลพม่าจะถือว่ารัฐว้าเป็นส่วนหนึ่งของพม่า แต่ในทางปฏิบัติแล้วรัฐว้ามีการปกครองตนเองในระดับที่สูงมาก ทั้งด้านการทหาร เศรษฐกิจที่ค่อนข้างเป็นอิสระจากรัฐบาลกลางและอำนาจทางการเมืองที่สูง
หากจะกล่าวถึงความแข็งแกร่งทางทหารแล้ว กองกำลังว้าแดงถือเป็นกองกำลังของชนกลุ่มน้อยที่มีกำลังพลและความพร้อมทางกองทัพมากที่สุด มีกำลังพลติดอาวุธครบมือพร้อมรบประมาณ 20,000 นายถึง 30,000 นาย นำโดย เป้าหยั่วเสียง ซึ่งเขาเป็นชาวไทยใหญ่เชื้อสายจีน
ปัจจัยที่ทำให้รัฐว้ามีอำนาจสูง ทาง History World กล่าวถึงอำนาจและความแข็งแกร่งของรัฐว้าว่ามาจากสองปัจจัยหลัก
ปัจจัยแรกคือการค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย แน่นอนว่าสินค้าส่งออกสำคัญของว้าแดงคือ ฝิ่นและยาเสพติดหลากชนิด รัฐว้าถูกจัดให้เป็น แหล่งผลิตและค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะยาบ้าและเฮโรอีน เม็ดเงินเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในการสร้างกำลังทหาร จัดซื้ออาวุธมาพัฒนากองทัพ
ความสัมพันธ์กับประเทศอื่นไม่ต้องเดาให้เสียเวลา พวกเขานั้นสนิทกับจีนอยู่แล้ว
จีนเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดและยาวนานที่สุดของว้าแดง จีนให้การสนับสนุนในหลากหลายด้าน ทั้งการจัดหาอาวุธ เสบียง เงินทุน และการสร้างระบบสาธารณูปโภค
ดังนั้นจะเห็นได้ว่ารัฐว้าพึ่งพาจีนอย่างมากทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ การค้าชายแดน และความมั่นคงของรัฐบาลท้องถิ่น
นอกจากว้าแดงจะมีจีนเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุด พวกเขามีทั้งพันธมิตรและศัตรูมากมาย เริ่มจากกองทัพพม่า (ต๊ะมะดอ : Tatmadaw) เดิมทีเคยเป็นพันธมิตร แต่ความสัมพันธ์ได้ลดระดับลง ปัจจุบันอยู่ในจุดที่ต่างฝ่ายต่างอยู่
แต่ทั้งสองฝ่ายมีศัตรูร่วมกันคือกลุ่มติดอาวุธรัฐฉานและกองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงบางกลุ่ม
พวกเขายังมีความสัมพันธ์กับกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากจีนเช่น กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (Ta'ang National Liberation Army : TNLA) และกลุ่มโกก้าง (Myanmar National Democratic Alliance Army-MNDAA : MNDAA)
ศัตรูตัวฉกาจประกอบด้วย กองทัพรัฐฉานใต้ (Shan State Army-South ) เนื่องจากว้าแดงตั้งอยู่ในพื้นที่รัฐฉาน ทำให้เกิดการปะทะเพื่อแย่งชิงพื้นที่และทรัพยากร
ต่อมาเป็นกลุ่มติดอาวุธชาวกะเหรี่ยงและอารกัน เช่นกองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยง (KNLA : Karen National Liberation Army) และ Arakan Army (AA) ซึ่งมักจะต่อสู้กับทหารรัฐว้าเพื่อแย่งชิงพื้นที่และทรัพยากรเช่นกัน
ในช่วงปลายปีพ.ศ.2567 มีรายงานจากฝ่ายความมั่นคงว่ากองทัพว้ามีฐานปฏิบัติการณ์ทางการทหารมากถึง 8 แห่ง ที่ล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะสถานการณ์นี้เกิดขึ้นมานานกว่า 30 ปีแล้ว
สาเหตุของการรุกล้ำ เกิดจากการสู้รบกับกองกำลังติดอาวุธอื่น ๆ ทำให้ต้องมีการขยับพื้นที่ อีกทั้งในอดีต พื้นที่ชายแดนไทย-พม่าบางส่วนยังไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจน ทำให้เกิดความคลุมเครือในการกำหนดอาณาเขต
ระยะที่เข้ามาอยู่หากอิงตามฝ่ายความมั่นคงจะพบว่าบางฐานล้ำเข้ามาเพียงไม่กี่สิบเมตร
แต่บางฐานอาจลึกเข้ามาถึง 800 เมตร
หากเป็นการปะทะกับกองทัพไทยของทหารว้าเคยมีมาแล้ว อย่างไรก็ตามการปะทะกับกองทัพไทยมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นการเผชิญหน้า หรือการยิงปะทะเล็กน้อยด้วยทหารบกหรือการเสริมกำลังของตชด. (ตำรวจตระเวนชายแดน) ตามแนวชายแดน ไม่เคยมีการประกาศศึกหรือการสู้รบเต็มรูปแบบ เช่น การยิงปืนใหญ่ใส่กัน
ในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ความกังวลหลักของไทยไม่ได้อยู่ที่การขยายอาณาเขตของทหารว้าแดง แต่กังวลไปที่การกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบขนส่งยาเสพติดข้ามชายแดนที่เพิ่มมากขึ้น
แม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับการเตรียมการรบด้วยกำลังทางทหารและเตรียมการตั้งปืนใหญ่ของกองทัพไทย แต่ข้อเท็จจริงคือการแก้ปัญหาด้วยวิถีทางการทูต ซึ่งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศได้ใช้วิธีการทางการทูตในการหารือกับตัวแทนของว้าแดง เพื่อให้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ตามขอบเขตเวลาที่กำหนด
ในส่วนกองทัพไทยเองไม่ได้มีความต้องการที่จะเปิดฉากโจมตีแบบ full scale ต่อกองกำลังอาวุธดังกล่าวแต่อย่างใด การเตรียมความพร้อมต่างๆ อาจเป็นเพียงการกดดันทางอ้อม ให้กองทัพว้าแดงยอมรับข้อตกลงในการถอนกำลัง
มีข้อมูลจาก TNN เปิดเผยว่าต้นเหตุที่ทำให้ กลุ่มว้าแดง กลายเป็น แหล่งผลิตยาเสพติดใหญ่สุดในเอเชีย และต้นตอเหมืองแร่พิษ ปนเปื้อนแม่น้ำกกของไทย เพราะเป้าหมายสูงสุดคือ การสถาปนารัฐว้า มีอิสระในการปกครองตัวเองได้เต็มที่ 100% แน่นอนว่าต้องใช้เงินทุนมหาศาล
กลุ่มว้าแดง ทำทุกอย่าง ฉากหน้าคือ กาสิโน และ เกษตรกรรม แต่ข้างหลังก็เป็นฐานการผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ ทั้งยาบ้า ยาไอซ์ เฮโรอีน ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และยังทำเหมืองแรร์เอิร์ธ แร่หายากที่เป็นที่ต้องการของชาติมหาอำนาจในการผลิตเทคโนโลยีล้ำสมัย
แต่ต้องแลกไปด้วยการทำลายสิ่งแวดล้อมในประเทศตัวเอง และยังเป็น ต้นตอทำแม่น้ำกกของประเทศไทยปนเปื้อนสารพิษ สารหนู สารโลหะหนักต่างๆ
นับตั้งแต่ปลายปีพ.ศ.2567 กองทัพไทยกับทหารว้าแดงยังไม่ได้เผชิญหน้ากันเต็มรูปแบบ เพราะทุกอย่างจบลงได้ด้วยวิธีที่สันติ
ถึงกระนั้นยาเสพติดก็ยังคงมีทะลักเข้ามาทุกวันไม่เว้น ไม่ใช่แค่จะเป็นประโยชน์ต่อทหารว้าแดง มันยังส่งผลเสียต่อประชาชนโดยเฉพาะเยาวชน ที่กำลังจะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต
การปราบปรามยาเสพติดว้าแดงหรือกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ทหารที่ทำหน้าที่ตามแนวชายแดนร่วมกับตชด. ยังคงป้องกันการทะลักของยานรกอย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์ที่ภาคเหนือจะไม่ได้มีการรับมือแบบเต็มอัตราเหมือนชายแดนไทย-กัมพูชา แต่การรับมือยาเสพติดจากกองกำลังติดอาวุธในประเทศเพื่อนบ้านนั้นสำคัญไม่แพ้ภารกิจใดที่กองทัพไทยเคยทำ
ชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่งที่เรามองว่าเป็นภัยคุกคาม แม้จะไม่มีการใช้อาวุธหนักเล่นงานทหารไทย แต่พวกเขามีวิธีในการสร้างรายได้ด้วยยานรกมาทุกยุคทุกสมัย ต่อจากนี้การปราบปรามของทหารหรือตำรวจที่ประจำการอยู่ตามชายแดนจะเข้มข้นจนว้าแดงสูญสิ้นรายได้หรือไม่ เรื่องนี้ก็น่าคิดจริงๆ สำหรับวันนี้ผู้เขียนขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
TNN
History World
มังกร ซ่อนตัว
ธรรมวัฒน์ รัชต์ รัตนวิจารณ์
เรียบเรียงโดย : นักรบดาวแดง
2 บันทึก
1
2
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย