Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
รายการ ต้นรู้ โลกรู้ BY : Anurak News
•
ติดตาม
24 พ.ย. เวลา 15:24 • ข่าว
จุดเริ่มต้นการใช้กฎหมายอิสลามในประเทศไทย
"พรบ. กฎหมายอิสลาม ใน 3 จังหวัด" หมายถึง พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ. 2489 ที่อนุญาตให้นำกฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกมาใช้บังคับได้กับอิสลามศาสนิกชนในศาลชั้นต้นใน 4 จังหวัดนี้. จุดประสงค์คือเพื่อให้การพิจารณาคดีแพ่งเกี่ยวกับครอบครัวและมรดกเป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม โดยมี ดะโต๊ะยุติธรรมร่วมพิจารณา.
สาระสำคัญของ พ.ร.บ.
ขอบเขตการบังคับใช้: ใช้เฉพาะในศาลชั้นต้นของจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล เท่านั้น และเฉพาะกับคดีแพ่งที่เกี่ยวกับครอบครัวและมรดกของอิสลามศาสนิกชน.
หลักการ: หากเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวกับครอบครัวและมรดกของอิสลามศาสนิกชนใน 4 จังหวัดนี้ จะให้ใช้กฎหมายอิสลามบังคับแทนบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์.
การพิจารณาคดี: ดะโต๊ะยุติธรรมจะนั่งพิจารณาคดีร่วมกับผู้พิพากษา โดยมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลาม ซึ่งคำวินิจฉัยของดะโต๊ะยุติธรรมในข้อกฎหมายอิสลามถือเป็นที่สิ้นสุดในคดีนั้น.
ประเด็นเพิ่มเติม
กฎหมายนี้มีผลเฉพาะในศาลเท่านั้น ไม่ได้บังคับใช้นอกศาล.
การที่กฎหมายใช้บังคับเฉพาะใน 4 จังหวัดนี้ เป็นการจำกัดขอบเขตการใช้กฎหมายอิสลามให้เฉพาะในพื้นที่ที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความวุ่นวายหากบังคับใช้ทั่วประเทศ.
หญิงฟ้องหย่าไม่ได้ถ้าผู้ชายเลวแบบนี้
กฎหมายอิสลามคืออะไร? ใช้เรื่องอะไรบ้างในไทย
ในประเทศไทย โดยเฉพาะ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล
รัฐเปิดให้มุสลิมสามารถใช้ กฎหมายอิสลามในเรื่องครอบครัวและมรดก ได้ เช่น
✔ เรื่องที่ใช้กฎหมายอิสลาม
1. การแต่งงาน
2. การหย่า
3. การเลี้ยงดูบุตร / ผู้ปกครองเด็ก
4. การแบ่งมรดก (ฟะรออ์ด – สัดส่วนชาย 2 หญิง 1 ในบางกรณี)
5. ทรัพย์วักฟ์และกิจการศาสนา (เช่น มัสยิด, ทรัพย์ที่ถวายเพื่อสาธารณะ)
✔ ทำไมถึงใช้ได้?
เพราะรัฐยอมรับว่า เรื่องครอบครัวและมรดกเป็นเรื่อง ความเชื่อและวิถีชีวิต
จึงให้มุสลิมมี “กฎหมายส่วนบุคคล” ของตัวเอง (คล้ายประเทศมาเลเซียบางมลรัฐ)
✔ ใครเป็นคนพิจารณาคดี?
• ศาลยุติธรรมไทยเป็นผู้ตัดสิน
• แต่จะมี ดะโต๊ะยุติธรรม/ผู้รู้ศาสนา มาช่วยอธิบายหลักอิสลามให้ศาล
• ศาลต้องออกคำพิพากษาให้ ถูกต้องทั้งกฎหมายไทย + กฎหมายอิสลาม
② สรุป “หลักการสำคัญ” แบบเข้าใจง่าย
🔹 1. #หลักส่วนบุคคล
กฎหมายอิสลามใช้เฉพาะ
➡ “ผู้ที่เป็นมุสลิมเท่านั้น”
ไม่ไปใช้กับคนต่างศาสนา
🔹 2. #หลักอัลกุรอาน–#ซุนนะห์
เรื่องแต่งงาน หย่า มรดก มี สัดส่วนและวิธีการชัดเจน
ศาลต้องยึดตามหลักศาสนา เช่น
• มรดกชายได้ 2 ส่วน
• หญิงได้ 1 ส่วน (เฉพาะในความสัมพันธ์บางรูป เช่น พี่ชาย–น้องสาว)
🔹 3. #การประสานงานระหว่างศาลไทยกับศาสนา
แม้ใช้กฎหมายอิสลาม แต่
➡ ศาลไทยยังเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย
➡ ต้องทำให้คำพิพากษา “ถูกต้องตามศาสนา” ด้วย
เพราะเป็นเรื่องความเชื่อของประชาชน
③ กฎหมาย/มาตราสำคัญที่ควรรู้ (ภาษาชาวบ้าน)
🔸 พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม
อธิบายเรื่อง:
• คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
• อำนาจหน้าที่ของโต๊ะอิหม่าม มัสยิด
• การออกใบรับรองต่าง ๆ เช่น การแต่งงาน การหย่า
นี่คือ กฎหมายแม่บท ที่ทำให้กฎหมายอิสลามทำงานในไทยได้
🔸 หลักกฎหมายครอบครัวอิสลาม
1. เงื่อนไขการแต่งงาน
• ต้องมีฝ่ายชาย–หญิง
• มีพยาน 2 คน
• มี “มะห์ร” (สินสอดฝ่ายหญิง)
2. การหย่า
• สามารถทำได้หลายแบบ เช่น ตะล๊าก หรือ ขอหย่าโดยฝ่ายหญิง (คูละอ์)
• ต้องทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่/ดะโต๊ะเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย
3. สิทธิของเด็ก
• มารดาเลี้ยงดูเด็กช่วงวัยเล็ก ๆ
• บิดาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
🔸 หลักมรดก (ฟะรออ์ด)
จำง่าย ๆ:
• ลูกชาย 2 ส่วน
• ลูกสาว 1 ส่วน
• สามี–ภรรยา มีสัดส่วนแน่นอนตามศาสนา
• หากไม่มีลูก จะต้องแบ่งให้พ่อแม่ตามสัดส่วน
กฎหมายเรื่องครอบครัว เลี้ยงดูบุตร สมรส หย่า
คดีที่ 1 – สามีหย่า แต่อ้างว่าพูดเล่น
➡ เรื่องเกิดบ่อยมาก
ศาลอิสลามอธิบายว่า “ตะล๊าก” ถ้าพูดครบความหมาย แม้พูดด้วยอารมณ์ก็ถือว่าเป็นหย่า
ศาลไทยจึงพิพากษาว่า หย่าถูกต้องแล้ว
เพราะศาลต้องตามหลักศาสนาเป็นหลัก
คดีที่ 2 – การแบ่งมรดกของพ่อที่เสียชีวิต
ลูกชาย 1 คน
ลูกสาว 2 คน
ศาลใช้กฎหมายฟะรออ์ด → แบ่ง 2:1
ดังนั้น
• ลูกชาย = 2 ส่วน
• ลูกสาว = คนละ 1 ส่วน
ศาลไทยยึดตามนี้
เพราะเป็นบทบัญญัติชัดเจนจากศาสนา และเป็นสิทธิของมุสลิม
คดีที่ 3 – เด็กอยู่กับใครเมื่อพ่อ–แม่หย่า
โดยหลักอิสลาม
➡ ช่วงเด็กยังเล็ก → มารดาเลี้ยงดู
➡ บิดา → จ่ายค่าใช้จ่าย
ศาลไทยจึงพิพากษาตามหลักนี้
โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดของเด็กด้วย
⑤ สรุปทั้งหมดแบบสั้นที่สุด
• ไทยอนุญาตให้มุสลิมใช้ “กฎหมายอิสลามด้านครอบครัวและมรดก”
• ใช้ใน 4 จังหวัดใต้มากที่สุด
• ศาลไทยเป็นคนตัดสิน แต่ต้องใช้หลักศาสนาประกอบ
• เรื่องสำคัญ: แต่งงาน / หย่า / เด็ก / มรดก
• มีดะโต๊ะและคณะกรรมการอิสลามช่วยตรวจสอบหลักศาสนา
• จุดสำคัญคือ “ต้องถูกต้องตามอัลกุรอานและกฎหมาย
การหย่าในเเต่ละประเทศ มุมมองทางสังคมของเเต่ละประเทศ
การหย่าร้างเป็นกระบวนการที่อาจนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต แต่หากเข้าใจกฎหมายและขั้นตอนอย่างถูกต้อง ก็สามารถเปลี่ยนช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ให้กลายเป็นโอกาสสำหรับการเริ่มต้นใหม่ ในศาสนาอิสลาม การหย่าถือเป็นสิ่งที่อนุญาตแต่ไม่พึงประสงค์ และกระบวนการนี้ได้รับการออกแบบเพื่อรักษาสมดุลทางกฎหมายและศาสนา บทความนี้จะนำคุณสำรวจแนวทางการหย่าในสิงคโปร์และมาเลเซีย รวมถึงการจัดการเรื่องบุตรและมรดก เพื่อให้คุณสามารถเข้าใจและวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. การหย่าในอิสลาม: หลักการและความสำคัญ
ในอิสลาม การหย่า (Talaq) คือ “ทางเลือกสุดท้าย” ที่ใช้เมื่อคู่สมรสไม่สามารถดำเนินชีวิตร่วมกันได้อย่างสงบสุข แม้จะเป็นสิ่งที่พระเจ้ายอมให้ แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างระมัดระวัง ด้วยเหตุนี้ กระบวนการหย่าจึงถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องสิทธิของทั้งสองฝ่าย รวมถึงบุตรที่อาจได้รับผลกระทบ
2. กระบวนการหย่าในสิงคโปร์
ในสิงคโปร์ การหย่าของมุสลิมอยู่ภายใต้การดูแลของ Syariah Court ซึ่งมีกฎหมาย Administration of Muslim Law Act (AMLA) เป็นพื้นฐาน กระบวนการนี้มุ่งเน้นการไกล่เกลี่ยเพื่อรักษาสันติในครอบครัว
ขั้นตอนการหย่าในสิงคโปร์
การยื่นคำร้อง:
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องยื่นคำร้องต่อ Syariah Court พร้อมเหตุผลที่ชัดเจน เช่น ความรุนแรงในครอบครัว หรือการถูกทอดทิ้ง
การไกล่เกลี่ย : ศาลจะส่งคู่สมรสไปไกล่เกลี่ยหรือให้คำปรึกษา เพื่อหาทางออกร่วมกันก่อนพิจารณาคดี
การพิจารณาคดี : ศาลจะตัดสินการหย่าตามประเภทที่เหมาะสม เช่น:
Talak : การประกาศหย่าจากฝ่ายชาย
Khulu ’: การหย่าที่ฝ่ายหญิงร้องขอโดยคืนสินสอด
Fasakh : การยุติสมรสโดยคำสั่งศาล เนื่องจากเหตุผลสำคัญ เช่น การละเมิดสิทธิ
ของฝ่ายหญิง
ตัวอย่างจากสิงคโปร์ : ในกรณีที่สามีละเมิดเงื่อนไข Taklik โดยการไม่เลี้ยงดูหรือใช้ความรุนแรง ฝ่ายหญิงสามารถยื่นคำร้อง Fasakh และศาล Syariah จะพิจารณาให้การหย่าเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
3. กระบวนการหย่าในมาเลเซีย
มาเลเซียมีกฎหมายครอบครัวอิสลามที่แตกต่างกันในแต่ละรัฐ โดยศาล Syariah Court มีบทบาทสำคัญในการพิจารณาคดีหย่าร้าง
ขั้นตอนการหย่าในมาเลเซีย
การแจ้งความประสงค์ : ฝ่ายชายสามารถประกาศ Talak ได้ แต่ต้องรายงานต่อศาลเพื่อให้กระบวนการสมบูรณ์ตามกฎหมาย
Taklik : ฝ่ายหญิงสามารถร้องขอหย่าได้ หากสามีละเมิดเงื่อนไข เช่น การทอดทิ้ง หรือการไม่เลี้ยงดู
การพิจารณา Fasakh : หากฝ่ายหญิงมีเหตุผลที่สมควร เช่น ความรุนแรงในครอบครัว เธอสามารถร้องขอ Fasakh เพื่อยุติการแต่งงานได้
ตัวอย่างจากมาเลเซีย:
ในกรณีที่ฝ่ายหญิงถูกทอดทิ้งเป็นเวลาหลายเดือนโดยไม่มีเหตุผล เธอสามารถอ้าง Taklik และร้องขอ Fasakh ผ่านศาล ซึ่งมักพิจารณาให้เธอได้รับการหย่าร้าง
การหย่าในเเต่ละประเทศ มุมมองทางสังคมของเเต่ละประเทศ
4. การจัดการเรื่องบุตรในกระบวนการหย่า
การดูแลบุตร (Custody)
ในสิงคโปร์ : สิทธิการดูแลบุตรมักตกเป็นของฝ่ายแม่ในกรณีที่บุตรยังเล็ก (Hadhanah) แต่ศาลอาจให้สิทธิฝ่ายพ่อในการเยี่ยมหรือมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ
ในมาเลเซีย : ศาลพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความสามารถทางการเงินและจิตใจของผู้ปกครอง รวมถึงความคิดเห็นของเด็ก หากเด็กโตพอที่จะเลือก
ค่าเลี้ยงดูบุตร (Nafkah Anak)
ฝ่ายบิดามีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดู ไม่ว่าจะอาศัยอยู่กับบุตรหรือไม่ ค่าใช้จ่ายครอบคลุมค่าอาหาร การศึกษา และสุขภาพ
5. การจัดการมรดกหลังการหย่า
การแบ่งสินสมรส (Harta Sepencarian)
ในสิงคโปร์ : ทรัพย์สินจะถูกแบ่งตามสัดส่วนการมีส่วนร่วม เช่น รายได้จากงานนอกบ้าน หรือการดูแลครอบครัว
ในมาเลเซีย : การแบ่งสินสมรสต้องเป็นไปตามหลักศาสนา โดยศาลจะพิจารณาความเหมาะสมและส่วนร่วมของแต่ละฝ่าย
สิทธิในมรดกของบุตร
การหย่าไม่มีผลต่อสิทธิในมรดกของบุตร หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต บุตรยังคงมีสิทธิในมรดกของผู้เสียชีวิตตามกฎหมายอิสลาม
อินโดนีเซียก็มีกฎหมายอิสลาม
คำและความหมาย: ขยายความคำสำคัญในบทความ
เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจบทความได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ต่อไปนี้คือคำสำคัญที่ใช้ในบทความพร้อมคำอธิบายสั้น ๆ:
Talaq (ตะลัก) : การหย่าที่ฝ่ายชายประกาศเพื่อยุติการแต่งงานตามหลักศาสนาอิสลาม โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาสนากำหนด เช่น ไม่อยู่ในภาวะโกรธหรือบีบบังคับ.
Khulu’ (ขะลูอ์) : การหย่าที่ฝ่ายหญิงร้องขอ โดยยินยอมคืนสินสอดหรือทรัพย์สินบางส่วนให้ฝ่ายชาย เพื่อยุติการแต่งงาน
Fasakh (ฟะสัคห์) : การหย่าที่เกิดจากการร้องขอของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยศาลเป็นผู้ตัดสินให้ยุติการแต่งงานเนื่องจากมีเหตุผลสมควร เช่น การละเมิดสิทธิ การทอดทิ้ง หรือการไม่ปฏิบัติหน้าที่
Taklik (ตะกลิก) : ข้อตกลงหรือคำสัญญาที่สามีให้ไว้ขณะสมรส หากสามีละเมิดข้อตกลง ฝ่ายหญิงสามารถนำไปอ้างในศาลเพื่อขอหย่าได้
Syariah Court (ศาลชะรีอะห์) : ศาลที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวมุสลิม เช่น การหย่า การเลี้ยงดูบุตร และการแบ่งสินสมรส
Nafkah (นะฟะห์) : ค่าเลี้ยงดูที่ฝ่ายชายต้องจ่ายให้ภรรยาหรือบุตร หลังการหย่าร้าง โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น ค่าอาหาร การศึกษา และสุขภาพ
Harta Sepencarian (ฮาร์ตา เซเปนจาเรียน) : ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างการแต่งงาน ซึ่งจะถูกแบ่งตามความเหมาะสมหลังการหย่า
Hadhanah (ฮัฎฎอนะห์) : สิทธิในการเลี้ยงดูบุตร ซึ่งมักมอบให้ฝ่ายแม่ในกรณีที่บุตรยังเล็ก เว้นแต่ศาลพิจารณาเป็นอย่างอื่น
คำศัพท์เหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจกระบวนการหย่าร้างในมุสลิมและกฎหมายอิสลามได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เรียบเรียงโดยอาจารย์ต้นสัก สนิทนาม
#กฎหมาย #อิสลาม #มุสลิม #เเต่งงาน #ยะลา #สตูล #ปัตตานี #นราธิวาส
อิสลาม
กฎหมาย
กฎหมายครอบครัว
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย