25 พ.ย. 2025 เวลา 04:08 • หุ้น & เศรษฐกิจ

“iberry” จากร้านไอศกรีมโฮมเมด สู่อาณาจักรธุรกิจพันล้าน

จากความชอบส่วนตัว สู่กลยุทธ์บริหารแบรนด์ขั้นเทพ
หากย้อนไปช่วงที่ตลาดไลฟ์สไตล์ในไทยยังไม่มีคาแรกเตอร์แบรนด์ชัดเจนมากนัก ชื่อของ “iberry” ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจยุคบุกเบิกที่กล้าเล่าเรื่องราวผ่านสินค้า และใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นตัวนำ ก่อนที่คำว่า Branding จะกลายเป็นสูตรสำเร็จของทุกธุรกิจในวันนี้
จากความชอบส่วนตัวสู่แบรนด์ที่น่าจดจำ
“iberry” เริ่มต้นด้วยความเรียบง่ายจากความชอบส่วนตัวของสองพี่น้อง คุณก๋อย วิวัฒน์ และคุณปลา อัจฉรา บุรารักษ์ ที่หลงรักในรสชาติของไอศกรีม จนปิ๊งไอเดียการทำร้านไอศกรีมโฮมเมดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเข้ากับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ขึ้นปี 2542 ซึ่งไม่เพียงเน้นแค่รสชาติของไอศกรีมเท่านั้น
แต่ยังรวมไปถึงการประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจจิ้ง ไปจนถึงการออกแบบร้านที่ไม่เหมือนใคร เกิดเป็นร้านขนาดเล็กที่มีอารมณ์ความเป็นงานศิลปะชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่ค่อยมีให้เห็นมากนักในช่วงเวลานั้น
และเพราะ iberry สร้างฐานลูกค้าจาก Emotional Value มากกว่า Price Value คนจึงจดจำแบรนด์นี้ในฐานะของอร่อยที่มีสไตล์ มากกว่าแค่ร้านไอศกรีมทั่วไป และจากจุดนั้นเอง จึงกลายเป็นเสมือนบันไดต่อยอดสู่ธุรกิจอื่น ๆ ที่ทำยอดขายมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี
แตกไลน์สู่แบรนด์อาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เมื่อแบรนด์แม่เริ่มแข็งแรง iberry ไม่ได้หยุดอยู่แค่ธุรกิจไอศกรีม แต่ขยับสู่โลกของร้านอาหารอย่างเต็มตัว แม้จะมีความท้าทายมหาศาลตามมาด้วย เพราะถือเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงกว่าเดิมหลายเท่า โดยการขยายอาณาจักรในครั้งนี้อยู่ภายใต้ “IBERRY GROUP” ซึ่งค่อย ๆ พัฒนาแบรนด์เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยพื้นบ้าน, ข้าวต้ม, ร้านกาแฟและเบเกอรี, ร้านก๋วยเตี๋ยวและสตรีทฟู้ด ไปจนถึงร้านสไตล์คลาวด์คิทเช่น
รวมแล้วเป็นจำนวนมากถึง 18 แบรนด์ และกว่า 100 สาขา อาทิ กับข้าว กับปลา, ทองสมิทธ์, เจริญแกง, รส'นิยม, โรงสีโภชนา, iBERISTA เป็นต้น
ซึ่งแต่ละแบรนด์ถูกออกแบบให้มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ไม่ซ้ำกัน และไม่พยายามแย่งตลาดของตัวเอง นี่จึงเป็นเหตุผลที่อาณาจักร iberry ค่อย ๆ ขยายการเติบโตได้อย่างแข็งแรง
กลยุทธ์ที่ทำให้ iberry กลายเป็นอาณาจักรพันล้าน
สิ่งที่หลายคนมองเห็นได้ชัดเจนจาก IBERRY GROUP คือการที่แบรนด์ไม่ได้พยายามเอาชนะด้วยจำนวนสาขา แต่เป็น “หลักคิด” ซึ่งสะท้อนผ่านกลยุทธ์ต่อไปนี้
1.ขายความคิดสร้างสรรค์ผ่านสินค้า
ทุกแบรนด์ในเครือมีคาแรกเตอร์ชัดเจน ตั้งแต่ศิลปะ การออกแบบร้าน ไปจนถึงสตอรี่ ทำให้ลูกค้าจำได้แม้ยังไม่เคยไปกิน
2.ใช้ประสบการณ์ลูกค้าเป็นตัวขับเคลื่อน
ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์เมนูหน้าตาแปลกใหม่ ถ่ายรูปสวย หรือบรรยากาศร้านที่ตั้งใจทำให้เป็น destination สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้แบรนด์ในเครือชนะใจกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ได้อยู่เสมอ
3.แตกแบรนด์แบบ Portfolio ไม่ซ้ำตลาด
แทนที่จะเน้นการเปิดสาขาเพิ่มจากแบรนด์เดิม แต่เลือกที่จะทยอยเปิดแบรนด์เฉพาะกลุ่ม เพื่อจับตลาดหลายเซกเมนต์โดยไม่แย่งกันเอง
4.ขยายแบบเน้นคุณภาพ ไม่เร่งโตเกินตัว
แม้แบรนด์ในเครือ IBERRY GROUP จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยละเลยการคุมคุณภาพของสินค้าในทุก ๆ สาขา รวมถึงการเลือกโลเคชั่นที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพ ทำให้ทุก ๆ แบรนด์ในเครือสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
ส่องผลงาน 5 ปีย้อนหลัง บริษัท ไอเบอร์รี่ โฮมเมด จำกัด
ปี 2563 รายได้รวม 819.55 ล้านบาท กำไรสุทธิ 22.12 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้รวม 806.76 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.81 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้รวม 1,435.53 ล้านบาท กำไรสุทธิ 221.89 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้รวม 2,179.48 ล้านบาท กำไรสุทธิ 418.39 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้รวม 2,694.29 ล้านบาท กำไรสุทธิ 537.2 ล้านบาท
เรื่องราวของ “iberry” ถือเป็นกรณีศึกษาในการประกอบธุรกิจได้เป็นอย่างดีว่าแม้ธุรกิจจะเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ อย่างร้านไอศกรีมโฮมเมด แต่ก็สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาลได้ หากเจ้าของธุรกิจกลยุทธ์เป็นของตัวเอง ที่ใช่แค่การดำเนินธุรกิจตาม “สูตรสำเร็จ” ทั่ว ๆ ไป
ซึ่งวันนี้ IBERRY GROUP แสดงให้เห็นแล้วว่าการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ต้องอาศัยทั้งความทุ่มเท ความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าที่จะแตกต่างเพื่อผลักดันธุรกิจให้ก้าวไปสู่เครือธุรกิจไลฟ์สไตล์มูลค่าพันล้าน ที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และครองใจผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อย ๆ
โฆษณา