25 พ.ย. 2025 เวลา 16:09 • ความคิดเห็น

มหาอุทกภัย ....

ขอเล่าแบบมุมของตัวเองนะคะ
ตามข่าวจริงจังตั้งแต่เมื่อวาน ไล่เช็คตามหน้าเพจดังต่างๆ เห็นคนขอความช่วยเหลือ ติดน้ำออกมาไม่ได้เยอะมาก...ในนั้นจำนวนไม่น้อยที่เราอ่านแล้วรับรู้ได้ว่านี่คือกลุ่มเปราะบาง และด้วยสัญชาตญาณวิชาชีพอ่านไปแต่ละรายๆ มันทำให้แยกไปเรื่อยว่า เคสนี้ถ้าไม่รีบเข้าไปช่วยให้เร็ว เสี่ยงมากที่เขาจะรอไม่ไหว .....มองเห็นคนจะตายคนแล้วคนเล่า ...
เมื่อคืนก่อนหลับ นึกถึงภาพคนที่จมอยู่ในน้ำ หรือนั่งเปียกฝนหนาว ไม่ได้กินอะไรมา สองสามวัน บางคนใช้น้ำฝนประทังชีวิต บางคนป่วย บางคนแก่ บางคนท้อง บ้างก็เป็นเด็ก เด็กโต เด็กเล็ก เด็กอ่อน...บ้างก็ขาดการติดต่อกับญาติ ...และหมอหลายคนบ้างก็ติดอยู่ในบ้าน บ้างก็ติดในโรงพยาบาลออกไม่ได้ และทำงานต่อเนื่องไม่ได้หยุดตลอดสามสี่วัน...หลับด้วยหัวใจเหือดแห้งนะ ภัยพิบัติเราหนีไม่ได้หรอกอันนี้เข้าใจ แต่ที่เหือดแห้งคือทำไมรัฐบาลไม่ช่วยประชาชน รออะไร นี่คือคำถามของเรา ...
วันนี้ก็ยังคอยตามข่าวว่าท่านผู้นำจะทำอะไรดีๆบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีอะไรช่วยให้อุ่มใจเลย ...
ได้ยินแต่การผลักความรับผิดชอบิอกจากตัว ว่าเป็นงานคนนั้นคนนี้ มอบหมายไปแล้ว เขาออกจะไปดูแลอย่างเร็วเลยนะ ไปก่อนใคร อย่ากล่าวหาคนของท่านว่าไม่ทำงาน ไปจนถึงคนของท่านกล่าวโทษประชาชนว่าผิดที่คาดการผิดไม่อพยพ......
ฟังคนระดับผู้นำพูดแล้วเหมือนผู้รับเหมาจะทิ้งงานยังไงก็ไม่รู้ สิ่งที่ผู้นำไม่น่าพูดออกมาคือ ถ้าฉันคาดการณ์ผิด ชาวบ้านก็คาดการณ์ผิดเหมือนกัน ...มันไม่เหมือนกันแม้แต่นิดเดียว
น่าอาย...ไม่ต่างอะไรกับคนเป็นหมอกล่าวโทษคนไข้ว่า ปวดท้องแบบนี้ทำไมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นไส้ติ่ง มาหาหมอทำไมเอาจนป่านนี้ไส้ติ่งแตกแล้ว ....
คุณผู้มีอำนาจดูแล มีข้อมูลทุกอย่างเต็มมือ มีผู้เชี่ยวชาญที่จะปรึกษาเขาได้ ข้อมูลปริมาณน้ำ ปริมาณฝน ทิศทางลม ความกดอากาศ ทุกอย่างมันต้องเอามาวิเคราะห์หมด.... ฝ่ายบริหารคาดการณ์ผิดไม่เชื่อข้อมูล ละเลยเพิกเฉยไม่มีแผนรองรับภัยพิบัตินั่นแหละน่าอาย อย่ามาโทษชาวบ้านค่ะ เขาไม่ได้เรียนมา เขาควรถูกดูแลไม่ใช่ถูกกล่าวหา.... คนที่น่ากลัวคือคนที่ไม่รู้แต่คิดว่าตัวเองรู้และฉลาดนี่แหละ ....
หลังจากเอือมระอา สะอิดสะเอียนกับความคิดที่ออกมาเป็นคำพูด...ก็ได้แต่คิดว่า จบงานนี้จะกี่ร้อยศพ....
ตอนบ่ายไล่ตามเพจ เจอภาพขาเด็กที่แม่ถ่ายส่งมาเพื่อขอความช่วยเหลือ...เป็นหมอเนาะ ดูก็รู้ว่าเด็กเป็นอะไร ...รู้ว่าถ้าไม่รีบช่วยเขามีโอกาสตายสูงมากถ้าช้าเกินไป ถ้าช่วยทันเด็กมีโอกาสน่ารอดสูง ....ตัดสินใจโง่ๆค่ะ
เขียนคอมเม้นท์คิดว่าแม่เด็กอาจจะอ่าน แล้วก็คิดว่า มีเบอร์โทร...โทรหาสิ...
ตัดสินใจโทรไปค่ะ ปลายสายเป็นผู้หญิงรับสาย เราฟังได้ว่ามีผู้หญิงน่าจะอีกคนอยู่แถวนั้น...เราถามเขาว่ามียาอะไรอยู่ในบ้านบ้าง เขาตอบว่ามีแค่เบตาดีน...
เราสะอื้น จุกอก...ความหวังสำหรับเรามันดับเลย เราจะเอายาไปให้เด็กได้ยังไง ...
แม่ไม่มียาอื่นเลยเหรอ
ไม่มี...
......เงียบ....ไม่ต้องกลัวนะ อดทน อีกสักพัก เดี๋ยวจะมีคนมาช่วย....เราพูดปลอยเขาทั้งที่เรารู้ว่ามันแทบไม่มีความหวัง คนต้องการความช่วยเหลืออีกหลายหมื่น ...มันอาจจะเหมือนโกหก เราร้องไห้นะ...แต่ผู้หญิงคนนั้นเขาเข้มแข็งมากเลย เข้มแข็งกว่าเรา เขาไม่ร้องไห้ ไม่ฟูมฟาย...อาจจะงงด้วยซ้ำ ใครนะโทรมา แถมปลอบเขาไปร้องไห้ไป...
เราวางสายอย่าง...หมดหวังที่จะช่วยใครแม้แต่สักคนเดียว ...
ทำงานหาอะไรทำตามปกติ
ตอนเย็นมีการแจ้งเตือนกลับมาจากผู้คนในโซเซียลถึงเราว่า ...ช่วงบ่ายสามมีคนไปรับน้องพาไปโรงพยาบาลแล้ว...
เรื่องมหัศจรรย์มีสำหรับเรา...
ถ้าคุณคิดว่าจะช่วยใคร ช่วยเถอะ ลงมือ อย่างน้อยถึงจะไม่สำเร็จเราก็ได้พยายามทำแล้ว ....
โฆษณา