Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หลงไปในประวัติศาสตร์ by หมอเอ้ว ชัชพล
•
ติดตาม
26 พ.ย. 2025 เวลา 12:00 • ประวัติศาสตร์
Punic war ครั้งที่ 1 ตอนที่ 1 สงครามที่สร้างโรมใหัเป็นจักรวรรดิ์
ถ้าจะถามว่ามีสงครามครั้งไหนไหมที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้โรมซึ่งเคยเป็นเพียงมหาอำนาจในคาบสมุทรอิตาลี เริ่มก้าวสู่การเป็นจักรวรรดินอกอิตาลีจริง ๆ
เราสามารถชี้ไปที่สงครามใหญ่ครั้งหนึ่งได้ นั่นคือ สงคราม Punic (พิวนิก) ครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นการรบกันของโรมกับคาร์เธจ (Carthage)
สงครามครั้งนี้คือ
สงครามที่ทำให้โรมได้ครอบครองดินแดนนอกอิตาลีเป็นครั้งแรก
สงครามที่รบกันต่อเนื่อง 20 กว่าปี ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดครั้งหนึ่งของโรม
สงครามที่เป็นการรบทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่โรมเคยเผชิญ
สงครามที่โรมเกือบแพ้หลายครั้ง แต่สุดท้ายด้วยความอึด และความพยายามอย่างไม่สิ้นสุด ที่ทำให้โรมพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะ
และเป็นชัยชนะในสงครามนี้เองที่ทำให้โรมให้ขึ้นมาเป็นรัฐที่มีอำนาจที่สุดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก
แต่ก่อนจะคุยกันเรื่องของสงคราม ผมอยากชวนมาทำความเข้าใจสถานะของโรมและคาร์เทจในช่วงเวลานั้นกันเสียก่อน เพราะทั้งคู่เป็นคู่ปรับที่มีความต่างกันจนแทบจะเรียกได้ว่าตรงข้ามกัน
1
โรมขณะนั้นแม้ว่าจะมีอายุกว่า 500 ปีแล้ว แต่ในความเป็นจริงโรมยังไม่ใช่โรมที่มีอำนาจกว้างไกลแบบที่เราคุ้นชินกัน ในตอนนั้นโรมยังเป็นเพียงผู้เล่นรายหนึ่งในคาบสมุทรอิตาลี เป็นสาธารณรัฐที่เข้มแข็ง เติบโตต่อเนื่อง แต่ยังไม่ใช่อำนาจเหนือใครทั้งภูมิภาค ประชากรส่วนใหญ่ของโรมเป็นชาวนา ใช้ชีวิตผูกพันกับผืนดิน และถูกเกณฑ์เป็นทหารเมื่อมีสงคราม และโรมยังไม่มีกองทัพอาชีพที่เกรียงไกรแบบที่เราคุ้นเคยกัน
อีกฟากหนึ่งของทะเลคือคู่แข่งสำคัญ คาร์เธจ (Carthage) เมืองซึ่งเก่าแก่พอ ๆ กับโรม แต่มีพื้นฐานและบุคลิกต่างกันสุดขั้ว คาร์เธจเริ่มต้นมาจากการเป็นอาณานิคมหนึ่งของพ่อค้าชาวฟินีเซียน และคำว่า Punicus ในภาษาละตินที่หมายถึงฟินีเซียนก็คือที่มาของชื่อสงคราม “Punic” ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
พอถึงช่วงกลาง ศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล คาร์เธจก็ก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก พวกเขามีฐานหลักอยู่บริเวณทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา นอกจากนี้ยังครอบครองดินแดนที่เป็นชายฝั่งของคาบสมุทรไอบีเรีย หรือ ส่วนที่เป็นชายฝั่งของประเทศสเปนในปัจจุบัน
เมื่อโรมครอบครองดินแดนอื่นในคาบสมุทรอิตาลีได้ โรมจะให้ประชาชนของดินแดนที่ยึดมาได้มีสถานะเป็นพลเมืองของโรม ส่วนคาร์เทจจะไม่ทำเช่นนั้น แต่จะทำสงครามเพื่อเก็บส่วยเป็นหลัก ความมั่งคั่งของคาร์เธจมาจากการค้าและการควบคุมทรัพยากร ทำให้คาร์เธจกลายเป็นรัฐพ่อค้าที่ร่ำรวยมหาศาล
ความแข็งแกร่งของโรมมาจากทหารบก ที่เกณฑ์ชาวนามาร่วมรบได้มากมายมหาศาล ส่วนคาร์เทจเก่งทางทะเล จนเรียกได้ว่าเป็นเบอร์หนึ่งของยุคนั้น และมักใช้เงินจ้างทหารรับจ้างมาช่วยรบ
และที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้าจะเกิดสงครามครั้งนี้ โรมกับคาร์เธจไม่ได้เป็นศัตรูกันมาก่อน ในทางตรงกันข้าม ทั้งสองฝ่ายลงนามในสนธิสัญญาระหว่างกันมาแล้วถึงสามฉบับตลอดสองร้อยกว่าปี โดยต่างก็ยอมรับเขตอิทธิพลของอีกฝ่ายและตกลงจะไม่ก้าวล้ำกัน
แต่เมื่ออิทธิพลของทั้งคู่ขยายออกไปกว้างขวางขึ้น คือโรมขยายตัวลงไปสู่ตอนใต้ ส่วนคาร์เธจขยับขึ้นมาทางเหนือ ในที่สุดเขตอิทธิพลของทั้งสองก็มาชนกันแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
พอจะเห็นภาพใหญ่แล้วนะครับว่า คู่สงครามเป็นใครมาจากไหน และก็น่าจะพอเห็นแล้วว่า สงครามครั้งนี้ เหมือนเป็นสงครามที่เหมือนจะเลี่ยงได้ยาก ไม่ต่างไปจากสงครามระหว่าง กรีก สปาร์ตา ที่เราเคยคุยกันไป
คราวนี้มาดูกันว่า อะไรคือชนวนที่นำไปสู่การระเบิดขึ้น เป็นสงครามเต็มรูปแบบ
เรื่องราวมันเริ่มต้นขึ้นมาจากความขัดแย้งของรัฐสองรัฐ ที่ไม่เกี่ยวกับโรมและคาร์เทจ บนเกาะที่มีชื่อว่า เกาะ ซิซีลี (Sicily)
เกาะนี้แม้ว่าจะไม่ใหญ่มาก แต่ก็เป็นเกาะที่สำคัญเพราะมีรัฐต่างๆ ที่สำคัญ โดยเฉพาะ เมืองไซราคิวส์ (Syracuse) เมืองที่ร่ำรวยและมีอำนาจที่สุดบนเกาะ กับเมือง เมสซีนา (Messina) ที่ตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางตอนเหนือของซิซิลี และเป็นสองเมืองนี้ที่แข่งขันกันแย่งชิงความเป็นผู้มีอิทธิพลของเกาะ จนถึงจุดที่ปริ่มๆ จะเกิดสงคราม
ทางฝ่ายเมสซีนา ประเมินดู แล้วคิดว่ากำลังทหารตัวเองคงสูงไซราคิวส์ไม่ได้ จึงตัดสินใจที่จะไปจ้างทหารรับจ้างที่มีชื่อว่า มาเมอร์ทีน (Mamertines) ให้มาช่วยเป็นกำลังเสริม
ทหารรับจ้าง มาเมอร์ทีน เป็นใคร ?
ทหารรับจ้างเหล่านี้ เป็นทหารที่มีฐานที่มั่นอยู่ในภูมิภาคแคมปาเนียในคาบสมุทรอิตาลี ส่วนชื่อ มาเมอร์ทีน ของพวกเข้า ก็ตั้งตั้งเทพเจ้าแห่งสงคราม ที่ชื่อว่า มาเมอร์ส (Mamers) ซึ่งก็คือเทพ Mars ของชาวโรม แม้ว่าทหารเหล่านี้จะได้ชื่อว่ารบเก่ง แต่ก็ได้ชื่อว่าโหด ดิบ เถื่อน พอๆ กัน
และสิ่งที่จะเกิดขึ้น ต่อจากนี้ ก็ยังแสดงให้เห็นว่า ทหารกลุ่มนี้ ยังไว้ใจไม่ได้อีกด้วย
ทันทีที่พวกมาร์เมอทีนมาถึงแล้วเห็นโอกาส พวกเขาก็ยึดเมืองเมสซีนาเป็นของตัวเองซะเลย เท่านั้นไม่พอยังเปิดฉากโจมตีไซราคิวส์ต่อ แต่ก็พลาดทำให้โดนไซราคิวส์ปิดล้อม พอถึงตาจน พวกเขาก็ไปขอความช่วยเหลือจาก มหาอำนาจบนคาบสมุทรอิตาลีนั่นก็คือ คาร์เทจ และโรม
เมื่อคาร์เทจ ได้โอกาสก็ไม่รอช้า รีบส่งกำลังทหารมาที่เกาะซิซีลีทันที เหตุผลหลักคงไม่ได้ตั้งใจมาช่วยมาร์เมอทีน แต่ทั้งคาร์เทจและโรม ต่างก็เล็งเกาะซีซิลีไว้นานแล้ว เพราะเกาะนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก
ช่องแคบทางทะเลทั้งที่อยู่ทางทิศเหนือและทิศใต้ของเกาะ อาจจะเทียบได้ว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมการค้าจากตะวันออกสู่ตะวันตก ใครควบคุมน่านน้ำแคบ ๆ นี้ได้ ก็เท่ากับกำการค้าทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไว้ได้ นอกจากนี้ เมืองบนเกาะนี้ยังมีท่าเรือที่สำคัญ มีแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ และเครือข่ายการค้าที่เชื่อมโยงไปไกลในหลายดินแดน ใครได้เมืองเหล่านี้มาอยู่ภายใต้อำนาจได้ จะได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล
ฝ่ายโรมแม้ว่าจะอยากได้ซิซีลี แต่ตอบสนองช้ากว่าเพราะวุฒิสภาเกิดความลังเลที่จะไปยุ่งกับการเมืองของเมืองอื่นนอกคาบสมุทร แต่ฝ่ายที่โต้เถียงก็อ้างว่า หากโรมไม่เดินหมากตอนนี้ ซิซิลีอาจตกอยู่ในมือคาร์เทจอย่างสมบูรณ์ และนั่นคือภัยต่อความมั่นคงของโรมในระยะยาว
นอกจากนี้ ชนชั้นนำของโรมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น กงสุล นายทหาร และตระกูลผู้ดี ล้วนถูกหล่อหลอมาในวัฒนธรรมที่มองว่าสงครามเป็นเวทีสร้างชื่อเสียง สร้างเกียรติ และเพิ่ม dignitas หรือศักดิ์ศรี ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดในสาธารณรัฐโรมัน พวกเขาจึงมีแนวโน้มจะอยากให้ทำสงคราม
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ โรมจึงส่งกองทัพไปยังเกาะซีซีลีในปี 264 ปีก่อนคริสตกาลเพื่อเข้าร่วมกับเมสซีนา
การมาถึงของทัพโรมทำให้คาร์เธจตัดสินใจ ผนึกกำลังกับไซราคิวส์ทันที ส่วนโรมก็เป็นพันธมิตรกับเมสซีนา
ถึงตอนนี้อำนาจบนเกาะซิซิลีก็แตกเป็นสองขั้ว ไฟสงครามกำลังจะปะทุขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งหมดนี้ คือจุดเริ่มต้นของ สงครามพิวนิกครั้งที่หนึ่ง
สงครามระหว่างโรมและคาร์เทจที่จะยืดเยื้อยาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่ปี 264 ถึง 241 ปีก่อนคริสตกาล
และจะเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนผ่าน จากมหาอำนาจบนคาบสมุทรอิตาลี กลายเป็นจักรวรรดิ์ที่ครอบครองดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล
รายละเอียดของการรบจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเรามาคุยกันต่อในตอนที่ 2 นะครับ
14 บันทึก
17
3
14
17
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย