28 พ.ย. 2025 เวลา 11:50 • ประวัติศาสตร์

กองบิน 56 เสือดำติดปีก

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้ที่กองบิน 56 และสนามบินทหารเรือสงขลา คึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินจากหน่วยงานภาครัฐ บินส่งความช่วยเหลือประชาชนอย่างไม่ขาดสาย การช่วยเหลือนั้นไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า หรืออะไรก็แล้วแต่ล้วนเป็นสิ่งของที่ทั้งภาครัฐและเอกชนมอบให้ไม่หวังผลประโยชน์ใดๆจากผู้ประสบภัย
สำหรับพี่น้องชาวหาดใหญ่หรือจังหวัดอื่นๆในภาคใต้ ผู้เขียนเชื่อทุกท่านอาจมีความเครียดและความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านๆมา ผู้เขียนขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข มองปัญหาที่เกิดขึ้นให้เป็นเหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านไปไม่หวนกลับ
เมื่อมองเห็นเช่นนี้แล้วกำลังใจจะเกิดขึ้นมาตามมาด้วยรอยยิ้ม เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ของมีค่า ทรัพย์สินอะไรต่ออะไรไม่สามารถนำติดตัวออกจากบ้านไปได้ มีแต่ตัวเราเท่านั้นที่จะต้องหยัดยืนต่อไปเพื่อใช้ขีวิตในวันที่เรายังมีลมหายใจอยู่
วันนี้ก็ให้กำลังใจทุกท่านกันไปบ้างแล้ว ทีนี้ผู้เขียนจะขอนำทุกท่านไปดูประวัติความเป็นมาของกองบิน 56 หาดใหญ่ จังหวัดสงขลาที่เป็นพื้นที่ปลายทางอีกแห่งนอกจากสนามบินสงขลาในการช่วยเหลือประชาชนจากมหาอุทกภัยปี 68 เรื่องราวจะเป็นเช่นไร ไปติดตามกันนะฮะ
เครื่องบิน T-33 ฝูงบิน 561
⏩ประวัติความเป็นมากองบิน 56
ในยุคสงครามเย็นกองทัพอากาศมีภารกิจในการป้องกันภัยทางอากาศของประเทศ สำหรับพื้นที่ภาคใต้เดิมกำหนดให้ฐานบินสงขลาเป็นฐานบินสนาม โดยประจำการ OV-10C ใช้ชื่อว่า “ฝูงบิน 531” จากกองบิน 53 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับผิดชอบน่านฟ้าไทยใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง
ต่อมาผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพอากาศ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันภัยทางอากาศประกอบกับสนามบินสงขลา (ปัจจุบันใช้โดยกองทัพเรือ) เป็นสนามบินที่ยากต่อการขยายทางวิ่ง อันเนื่องมาจากบริเวณโดยรอบเป็นย่านชุมชนและสถานที่ราชการ กองทัพอากาศจึงได้ย้ายหน่วยบินสนามมา ณ ที่ตั้งปัจจุบันซึ่งมี ภูมิประเทศเหมาะแก่การปฏิบัติภารกิจและป้องกันภัยทางอากาศ
เมื่อ 5 ตุลาคมพ.ศ.2518 ใช้ชื่อหน่วยว่า “ฝูงบินผสม 536” (หาดใหญ่)
แล้วเปลี่ยนเป็น “ฝูงบินอิสระปฏิบัติราชการสนาม 536” เมื่อ 25 กันยายนพ.ศ.2520
เมื่อ พลอากาศเอก พะเนียง กานตรัตน์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารอากาศได้เล็งเห็นความสำคัญของการใช้กำลังทางอากาศ สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วยกำลังภาคพื้นในการปราบปรามโจรจีนคอมมิวนิสต์ (จคม.) ในเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 ท่านจึงได้กำหนดนโยบายและอนุมัติหลักการให้พัฒนาฐานบินหาดใหญ่ เป็นกองบินปกติเลข 2 ตัว (เพื่อพลาง) แล้วเปลี่ยนชื่อจาก “ฝูงบินอิสระปฏิบัติราชการสนาม 536” เป็น “กองบิน 56” เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกยนพ.ศ.2523 ดังนั้นวันที่ 27 พฤศจิกายน จึงเป็นวันคล้ายวันสถาปนากองบิน 56 มาจนถึงปัจจุบัน
ในปี 2525 ฝูงบินอิสระปฏิบัติราชการสนาม 536 (หาดใหญ่) ได้โอนการขึ้นการบังคับบัญชาไปขึ้นตรงกองบิน 71 จึงเปลี่ยนชื่อจากเดิมเป็น “ฝูงบินอิสระปฏิบัติราชการสนาม 716” (หาดใหญ่) และต่อมาวันที่ 20 ธันวาคมพ.ศ.2525 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้นได้อนุมัติให้กองทัพอากาศไทยใช้อัตรากองบินหมายเลข 2 ตัวคือ “กองบิน 56” เป็นอัตราอนุมัติ แล้วได้ยกเลิกฝูงบินอิสระปฏิบัติราชการสนาม 716 (หาดใหญ่) เมื่อ 30 กันยายนพ.ศ.2526
ต่อมากองทัพอากาศไทยได้พิจารณาเสริมกำลังทางอากาศ บริเวณพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ทั้งนี้เพื่อเป็นศูนย์กลางการวางกำลังทางอากาศ โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมทั้งทางด้านยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีในการป้องกันประเทศ รวมทั้งมีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลของชาติ จึงย้ายเครื่องบิน T-33 หรือ T-BIRD จำนวน 14 เครื่อง และ RT-33 จำนวน 3 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งจากกองบิน 1 ฝูงบิน 101 จังหวัดนครราชสีมา
มาประจำการ ณ กองบิน 56 จังหวัดสงขลา ใช้ชื่อว่า “กองบิน 56 ฝูงบิน 561” ในวันที่ 15 มิถุนายนพ.ศ.2528 โดยให้ยืดภารกิจหลัก คือการลาดตระเวนทางอากาศและฝึกนักบินขับไล่/โจมตี
นักบิน T-33 ฝูงบิน 561
⏩ทำความรู้จัก T-33
ที่มาของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นปลายที-33 เริ่มต้นจากเครื่องบินรบที่นั่งเดี่ยว พี-80 ซึ่งเป็นเครื่องบินรบไอพ่นแบบแรกที่เข้าประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา (United State Air Force: USAF) ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
นักบินที่จะมาทำการบินกับ พี-80 ต้องผ่านการฝึกบินกับเครื่องบินใบพัดเครื่องยนต์ลูกสูบความเร็วต่ำแล้วกระโดดมาทำการบินกับ พี-80 ที่นั่งเดี่ยว ซึ่งมีความเร็วสูงเกือบ 600 ไมล์ต่อชั่วโมง มีความคล่องตัวและการตอบสนองของเครื่องยนต์ทันอกทันใจกว่าเครื่องบินฝึกใบพัด มากมาย ดังนั้น พี-80 จึงเกิดอุบัติเหตุสูงจากความผิดพลาดของนักบินเนื่องจากนักบินไม่มีความคุ้นเคยกับเครื่องบินความเร็วสูงมาก่อน
ดังนั้นจึงมีการสร้างเครื่องบินฝึกไอพ่น 2 ที่นั่งขึ้นมา โดยทำการดัดแปลงโครงสร้างของเครื่องบิน พี-80ซี เพิ่มความยาวลำตัวอีกเกือบ 3 ฟุต (38.5 นิ้ว) เพื่อเพิ่มที่นั่งเข้าไปอีก 1 ที่นั่ง กลายเป็นเครื่องบินฝึกไอพ่น 2 ที่นั่งเรียงกัน
พร้อมกับเพิ่มความยาวของประทุนฝาครอบห้องนักบินให้ครอบคลุมห้องนักบินทั้งสองห้อง และเปิดขึ้นด้านบนแทนที่จะเปิดออกด้านข้าง และทำการดัดแปลงถังบรรจุเชื้อเพลิงที่ปลายปีก ปืนกลอากาศขนาด 05 นิ้ว ยังคงไว้ 2 กระบอก สำหรับฝึกยิงปืนในอากาศ เครื่องบินฝึกไอพ่นที่ทำการพัฒนาขึ้นมาครั้งแรกใช้ชื่อว่า ทีเอฟ-80ซี ทำการบินครั้งแรกเมื่อ 22 มีนาคม พ.ศ.2491 1 ปีต่อมา เมื่อ 5 พฤษภาคมพ.ศ.2492 จึงเปลี่ยนชื่อเป็นที-33
นอกจากที-33 เอ รุ่นที่ใช้ฝึกนักบินไอพ่นก่อน ที่จะไปทำการบินกับเครื่องบินรบไอพ่นต่อไปยังมีรุ่นอาร์ที-33เอนั้นเหมาะสำหรับใช้ปฏิบัติภารกิจในบทบาทเป็นเครื่องบินถ่ายภาพทางอากาศ โดยติดกล้องที่จมูก และที่นั่งหลัง ติดอุปกรณ์บันทึกเสียงนักบินรายงานสิ่งที่พบเห็นขณะบินอยู่เหนือพื้นที่เป้าหมาย
เครื่องบิน T-33 สมัยประจำการในฝูงบิน 561
พ.ศ.2498 ที-33 ได้กลายเป็นเครื่องบินฝึกไอพ่นแบบแรกของในกองทัพอากาศไทย
โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ครั้งแรกเข้าประจำการในฝูงบิน 10 สังกัด กองบิน 1 ที่ดอนเมือง ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 ฝูงบิน 10 เปลี่ยนเป็น ฝูงบิน 11 มีภารกิจ หลักคือการฝึกนักบินไอพ่นให้กับกองทัพอากาศไทย ปี พ.ศ.2522 ฝูงบิน 11 ได้ย้ายไปอยู่ที่โคราช
เมื่อเปลี่ยนชื่อเป็นฝูงบิน 101 เครื่องบินแบบดังกล่าวประจำการอยู่ที่กองบิน 1 นครราชสีมา ได้ 6 ปี ที-33 ได้ย้ายลงใต้ไปสังกัด กองบิน 56 ฝูงบิน 561 ที่หาดใหญ่ เมื่อ 15 มิถุนายนพ.ศ.2528
และ ปลดประจำการ เมื่อ 30 กันยายน พ.ศ. 2538 รวมอายุ “รับราชการ" ในกองทัพอากาศไทย 40 ปี ที-33 และ อาร์ที-33 ในกองทัพอากาศไทยมีชื่อว่าเครื่องบินฝึก/ตรวจการณ์ฝึก (บ.ฝ.11/บ.ตฝ.11) ตามลำดับ
โดยกองทัพอากาศไทยได้จัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น แอล-39 แซดเอ/เออาร์ที (L-39ZA/ART) หรือบ.ขฝ.1 มาใช้งานทดแทน ที-33 ในภารกิจฝึกนักบินไอพ่น เพื่อไปทำการบินกับเครื่องบินรบไอพ่นสมรรถนะสูงต่อไป
เท่าที่ทราบมามีนักบินรุ่นใหญ่หลายท่านที่เคยบินที-33 เล่าเหมือนกันหมดว่าที-33 เป็นเครื่องบินที่ บินยากมากความคล่องแคล่วคล่องตัว ไม่ปรูดปราดเหมือนกับ เอฟ-5 หรือเครื่องบินรบไอพ่นแบบอื่นๆ สาเหตุก็อาจมาจากถังเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ที่ปลายปีกและเครื่องยนต์ที่ให้พลังขับเคลื่อนต่ำ นักบินที่มีฝีมือสามารถควบคุม ที-33 ให้เชื่องสามารถไปทำการบินกับเครื่องบินรบไอพ่นได้ทุกแบบในโลก
ถ้าใครบิน T-33 ได้ในยุคนั้น จะไปขับ F-5 หรือ F-16A ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
⏩F-16 มาฝึกบินที่หาดใหญ่ครั้งแรก
ในช่วงเดือนเมษายนพ.ศ.2568 มีการทดสอบการใช้กำลังของกองทัพอากาศ ทำให้เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มทั่วไปทั่วน่านฟ้า
นั่นคือเสียงเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่มาวางกำลัง ณ กองบิน 56 หาดใหญ่ โดยทำการฝึกระหว่างวันที่ 22-25 เมษายนพ.ศ.2568 หลังจากไปทำการฝึกบินขึ้นลงที่สนามบินภูเก็ตมาก่อนหน้านี้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ F-16 ฝึกบินที่หาดใหญ่ ย้อนกลับไปเมื่อพ.ศ.2540 มีการจัดการฝึก THAI KIWI 97 ที่กองบิน 56 เป็นการฝึกผสมของกองทัพอากาศไทย และกองทัพอากาศนิวซีแลนด์ โดยทำการฝึกร่วมกัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมพ.ศ.2540 ไปจนถึงวันที่ 10 เมษายนพ.ศ.2540
เอฟ-16 ของกองทัพอากาศไทยที่เข้าร่วมฝึกครั้งแรกที่นี่นั้นมาจากฝูงบิน 403 ตาคลี นามเรียกขาน "ไนท์ ฟัลคอน" เป็น เอฟ-16 บี รุ่นที่นั่งเดี่ยว 2 เครื่อง และที่นั่งเดียว 2 เครื่อง
เขี้ยวเล็บสำคัญของเอฟ-16 ที่พกมาร่วมทำการฝึกที่หาดใหญ่ครั้งแรกในปีนั้น คือ อาวุธนำวิถีอากาศ-สู่-พื้นเอจีเอ็ม-65 มาเวอริค ซึ่งเป็นอาวุธนำวิถีสำหรับใช้ทำลายเป้าหมายที่ทรงอานุภาพ เอจีเอ็ม-65 มาเวอริคติดหัวรบหนัก 56.7 กิโลกรัม มีพิสัยการยิงไกล 8-25 กิโลเมตร
ไม่ใช่แค่การฝึกบินจากกองบิน 56 เป็นเรื่องที่แปลกใหม่ในสมัยนั้น หากมีการรบจริงในภารกิจต่อต้านเรือผิวน้ำซึ่งอาจไม่ใช่งานที่ เอฟ-16 ถนัด เพราะบริษัทผู้ผลิตออกแบบมาให้กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกานำไปใช้ปฏิบัติภารกิจเป็นเครื่องบินขับไล่สำหรับรบทางอากาศและโจมตีทางพื้นดินเป็นหลัก ดังนั้นเขี้ยวเล็บเฉพาะแบบสำหรับใช้ต่อต้านเรือผิวน้ำของเอฟ-16 ช่วงแรกๆจึงไม่มีให้เราเห็น
F-16 ฝึกบินที่หาดใหญ่พ.ศ.2568
⏩กองบิน 56 ช่วยประชาชนจากภัยพิบัติน้ำท่วมปี 68
นับตั้งแต่เกิดฝนตกหนักจนกลายเป็นหาอุทักภัยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายนพ.ศ.2568 จนถึงปัจจุบัน นาวาอากาศเอก ณัฏปภัสร์ พุทธินนทนะวงษ์ ผู้บังคับการกองบิน 56 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน 56 ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และทหารกองประจำการ กองบิน 56 ออกให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่รอบกองบิน
นอกจากนี้
ยังมีความช่วยเหลือจากเครื่องบินลำเลียง C-130 บินลุยสภาพอากาศถึงกองบิน 56 หาดใหญ่เพื่อนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ น้ำดื่มและเวชภัณฑ์ลงสู่พื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยอาศัยแรงเจ้าหน้าที่ภาคพื้นในการเร่งขนถ่ายและกระจายสิ่งของไปยังทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงทีจนกว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลาย
กองบิน 56 ไม่ได้เป็นแค่ฐานบินในยามสงครามหรือเพื่อการฝึกซ้อมทางทหาร แต่ยังเป็นฐานบินสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกรายให้รอดพ้นจากมหาอุทกภัยในครั้งนี้ ต่อให้น้ำลดลงไปมากเท่าใด ความช่วยเหลือและการส่งมอบสิ่งของแก่ผู้ประสบภัยยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่กองทัพอากาศและหน่วยงานอื่นๆทำต่อไปเรื่อยๆ เพื่อฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนหาดใหญ่กลับมาเป็นดังเดิม
F-16 กำลังร่อนลงที่กองบิน 56
สำหรับวันนี้ขอปิดท้ายด้วยภาพที่ทหารอากาศสังกัดกองบิน 56 ร่วมใจกันช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์เช่นนี้ ขณะนี้ผู้เขียนขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
นิตยสารแทงโก้
กองบิน 56
CONTHRUST
ตากล้องสายชิล
Google AI Studio
ธรรมวัฒน์ รัชต์ รัตนวิจารณ์
เรียบเรียงโดย : ติ่ง ท.ทหาร
โฆษณา