Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
28 พ.ย. 2025 เวลา 13:18 • หุ้น & เศรษฐกิจ
สรุปเศรษฐกิจหาดใหญ่ เมืองที่โตเพราะรถไฟ ยิ่งใหญ่เพราะการค้า
หากพูดถึงภาคใต้ หลายคนก็ต้องนึกถึงจังหวัดภูเก็ต เป็นอันดับแรก ๆ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
แต่หากลองขยับมาทางภาคใต้ตอนล่าง
“หาดใหญ่” ก็มักจะเป็นชื่อแรกที่เรานึกถึง
เพราะหาดใหญ่ เป็นอีกหนึ่งเมืองเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจในภาคใต้ และถือเป็นเมืองที่สำคัญอีกแห่ง จนใครหลายคนคิดว่าหาดใหญ่เป็นจังหวัดด้วยซ้ำ
แล้วหาดใหญ่ มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ?
ทำไมถึงกลายเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าย้อนกลับไป 100 กว่าปีก่อน หาดใหญ่ ไม่ได้เป็นเมืองหน้าด่าน ไม่ได้มีบทบาทสำคัญของรัฐทางใต้ในสมัยนั้นแต่อย่างใด
โดยในอดีตหาดใหญ่ เป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ มีคนอาศัยอยู่น้อย และเดินทางยากลำบาก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นป่าทึบ และสวนยางพารา
จุดเปลี่ยนของหาดใหญ่ ก็เริ่มมาจากสมัยรัชกาลที่ 6 ที่มีการเปิดสถานีชุมทางรถไฟหาดใหญ่ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2465
ซึ่งสถานีชุมทางรถไฟหาดใหญ่ ก็มีเส้นทางที่ลากตรง ๆ มาจากกรุงเทพมหานคร มาบรรจบที่หาดใหญ่
แล้วที่มีเส้นทางแยกจากหาดใหญ่ ไปสุดที่ 3 เมือง นั่นก็คือ
- ที่ปาดังเบซาร์
- สุไหงโกลก
- ตัวอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา (แต่ปัจจุบันปิดให้บริการแล้ว)
และรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ก็ได้มาพลิกโฉมหน้า ของการค้าในชายแดนภาคใต้ เพราะเส้นทางถูกลากจากกรุงเทพฯ ไปค้าขายยังเมืองชายแดนทั้ง 2 เมือง
ทำให้พื้นที่หมู่บ้านหาดใหญ่ กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางการค้าขาย
โดยกลายเป็นฮับในการพักสินค้า ก่อนที่จะส่งออก ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย และนำเข้าสินค้าจากชายแดนมาเลเซีย ส่งตรงไปที่กรุงเทพฯ
เมื่อการค้าข้ามชายแดนขยายตัว ตัวเมืองหาดใหญ่ ก็ขยายตัวมากขึ้น
จึงทำให้ผู้คนที่ประกอบอาชีพทำมาค้าขาย โดยเฉพาะชาวจีนโพ้นทะเล ก็เริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานรอบ ๆ ชุมทางสถานีรถไฟหาดใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ
ทำให้จากพื้นที่ที่เคยเป็นหมู่บ้านธรรมดา ๆ ไม่มีอะไร กลายเป็นพื้นที่การค้าที่คึกคัก มีพ่อค้า แม่ค้า นักธุรกิจ เข้ามาค้าขายตั้งถิ่นฐานที่นี่
โดยศูนย์กลางการค้าขายของเมืองหาดใหญ่ในยุคแรก ก็คือ “ตลาดกิมหยง” ตลาดเก่าแก่ ที่คนในพื้นที่รู้จักกันดี
ตลาดกิมหยง ได้ก่อตั้งขึ้น โดยนายกิมหยง แซ่ชี หนึ่งในผู้ประกอบการยุคแรก ที่มองเห็นศักยภาพของเมืองหาดใหญ่ โดยเขาได้รวบรวมที่ดินรอบสถานีรถไฟเป็นจำนวนมาก
เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นย่านค้าขาย ก่อนที่จะก่อตั้งเป็นตลาด
1
เพื่อรวมสินค้าที่ถูกลำเลียงเข้ามาด้วยรถไฟ โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากมาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็น อาหารแห้ง สมุนไพร และสินค้าแฟชั่นราคาค้าส่ง
นอกจากนี้ ตลาดกิมหยง ก็ยังเป็นแหล่งกระจายสินค้าเกษตรที่สำคัญของภาคใต้ เช่น ยางพารา ผลไม้ และอาหารทะเลแปรรูปจากไทยไปยังมาเลเซีย
และลำเลียงผ่านรถไฟขึ้นไปยังกรุงเทพฯ
และต่อมา ชาวเมืองหาดใหญ่ ก็เริ่มมีการวางผังเมืองให้ถนน และพื้นที่รอบ ๆ สถานีรถไฟและตลาดกิมหยงให้ดูเป็นระเบียบ
ซึ่งถ้าใครเคยไปเที่ยวหาดใหญ่ หรือลองกาง Google Maps ดู ก็จะเห็นว่าโซนหาดใหญ่ใจกลางเมือง บริเวณหน้าสถานีรถไฟ บริเวณถนนนิพัทธ์อุทิศ
มีการจัดวางผังเมืองเป็นรูปแบบตาราง หรือเป็นรูปแบบกริด ซึ่งเกิดจากแรงผลักดันของพ่อค้า และชุมชนดั้งเดิมในยุคนั้น เพื่อต้องการให้เมืองมีความเป็นระเบียบและค้าขายได้คล่องที่สุด
เมื่อหาดใหญ่เติบโตจากการค้ามากขึ้น ก็เริ่มมีธุรกิจบริการ และท่องเที่ยว อย่างร้านอาหาร และโรงแรมเข้ามามากขึ้น เพื่อรองรับชาวต่างชาติ อย่างชาวจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์
จนกระทั่งหาดใหญ่ เริ่มเข้ามีบทบาทสำคัญ กลายเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ และการศึกษา ของภาคใต้
โดยเริ่มมีการจัดตั้ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ ม.อ. ที่หาดใหญ่ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาของภาคใต้
นอกจากมหาวิทยาลัยแล้ว ในหาดใหญ่ ก็ยังเป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญอย่าง
- ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่
เป็นฮับการบินของภาคใต้ตอนล่าง และเป็นหนึ่งในไม่กี่สนามบินของประเทศไทย ที่บริหารโดย บมจ. ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT
โดยท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ มีจำนวนเครื่องบินขึ้นลง มากเป็นอันดับ 7 ของประเทศ
- ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคใต้
ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย ที่หาดใหญ่นี้ ก็ได้กลายเป็นธนาคารกลาง ที่เข้ามาดูแลภาพรวมเศรษฐกิจของภาคใต้นั่นเอง
ซึ่งในหาดใหญ่ รอบ ๆ ก็ยังเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น
2
บมจ. ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี บริษัทแปรรูปและส่งออกยางพาราระดับโลก
บมจ. หาดทิพย์ ผู้บรรจุและกระจายสินค้าน้ำอัดลม โค้กในภาคใต้
บมจ. โชติวัฒน์อุตสาหกรรมการผลิต ผู้ผลิตและแปรรูปอาหารทะเลแบบครบวงจร
รายใหญ่ของประเทศไทย
และบริษัทอื่น ๆ อีกมากมาย ที่มาตั้งบริษัท หรือมาตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ภายในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองหาดใหญ่มากนัก
จากการเติบโต ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า อุตสาหกรรม ไปจนถึงการท่องเที่ยวของหาดใหญ่
ก็ทำให้ขนาดเศรษฐกิจหรือ GPP ของจังหวัดสงขลา มีมูลค่ามากที่สุดในภาคใต้
ในปี 2566 จังหวัดสงขลา มีขนาดเศรษฐกิจอยู่ที่ 251,480 ล้านบาท ซึ่งมากเป็นอันดับ 15 ของประเทศ
โดยที่มาของ GPP 3 อันดับแรกของจังหวัดสงขลา มาจาก
- ภาคอุตสาหกรรม คิดเป็นมูลค่า 45,469 ล้านบาท
- ภาคการเกษตร คิดเป็นมูลค่า 31,106 ล้านบาท
- ด้านการค้าขาย ค้าส่ง ค้าปลีก คิดเป็นมูลค่า 26,187 ล้านบาท
ถึงแม้ว่าภายในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ อาจจะไม่ได้มีรายงานขนาดเศรษฐกิจเฉพาะพื้นที่ แต่ในอำเภอหาดใหญ่ ก็ถือว่ามีบทบาทในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ให้กับทั้งจังหวัดสงขลามากพอสมควร
ทั้งหมดนี้ ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนภาพการเติบโตของอำเภอหาดใหญ่ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
และไม่ว่าเมืองหาดใหญ่ จะเติบโตมากขึ้นแค่ไหน
แต่สิ่งที่ชาวหาดใหญ่ต้องเจอซ้ำ ๆ ซาก ๆ ก็คือปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหาที่ชาวหาดใหญ่ ต้องพบเจอมามากกว่า 30 ปีแล้ว
ถึงแม้ว่าในอดีตที่ผ่านมา ภาครัฐได้มีโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมมาแล้วอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น การขุดคลอง ร.1 ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากตัวเมือง ออกสู่ทะเลสาบสงขลา
ไปจนถึงการอัปเกรดระบบระบายน้ำภายในตัวเมืองหาดใหญ่ ของกรมชลประทาน
และจะว่าไปจริง ๆ แล้ว น้ำท่วมหาดใหญ่ ก็เกิดจากสาเหตุหลาย ๆ อย่าง
ทั้งสภาพภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ การรับน้ำจากต้นน้ำบนเทือกเขา
หรือปริมาณฝนที่ตกลงภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ ที่มากสุดเป็นประวัติการณ์
ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อรวมกัน ก็ยากที่จะรับมือ
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าคนเรา ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้
1
แต่สุดท้ายแล้ว ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ก็ต้องหาวิธีการป้องกันน้ำท่วม ภายในตัวเมืองหาดใหญ่ และจังหวัดสงขลา ที่เปรียบเสมือนจุดไข่แดงทางเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนล่าง ไม่ให้เกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำอีก
เพื่อไม่ให้มีความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สิน
และเพื่อให้เมืองหาดใหญ่ กลับมาคึกคักและมีชีวิตชีวา เหมือนในอดีตที่ผ่านมาอีกครั้ง
33 บันทึก
59
2
31
33
59
2
31
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย