29 พ.ย. 2025 เวลา 12:30 • ไลฟ์สไตล์

ซื้อ “ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย” ต้องเพิ่มความคุ้มครอง “ภัยน้ำท่วม”

เพราะความคุ้มครอง “ภัยเนื่องจากน้ำ” ที่มีให้ ไม่ใช่ภัยน้ำท่วมตามธรรมชาติ
จากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ไม่เพียงแต่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินของประชาชนอย่างรุนแรง ทั้งบ้านเรือน รถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องจมอยู่ใต้น้ำ
ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีทั้งค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน เช่น ค่าซ่อมแซมทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าที่พักชั่วคราว หรือโอกาสในการสร้างรายได้ที่หายไป
แน่นอนว่า หนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับการบริหารจัดการ "ความเสี่ยง" นี้ ก็คือ "ประกันภัย" ที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม/ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยได้
สำหรับประกันภัยพื้นฐานสำหรับที่อยู่อาศัยที่หลายคนอาจมองข้ามคือ 'ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย' แม้ชื่อจะเน้นเรื่องไฟ แต่จริงๆ แล้วกรมธรรม์มาตรฐานให้ความคุ้มครองภัยอื่นๆ รวม 6 ประเภท ได้แก่
(1) ไฟไหม้ (2)ฟ้าผ่า (3) การระเบิดทุกชนิด(เว้นแต่อาวุธ) (4) ภัยจากยานพาหนะเฉี่ยวชน (5) ภัยจากอากาศยาน และ (6) ภัยเนื่องจากน้ำ (ไม่ใช่น้ำท่วมตามธรรมชาติ)
โดยภัยเนื่องจากน้ำ คือ ความเสียหายจากน้ำที่รั่วไหลหรือไหลมาจากภายในอาคาร เช่น ท่อน้ำรั่ว หลังคารั่ว เป็นต้น
ดังนั้น เราสามารถขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับ 4 ภัยธรรมชาติได้ ซึ่งรวมถึง "ภัยน้ำท่วม" ไว้ด้วย (4 ภัยธรรมชาติ คือ ภัยจากลมพายุ, ภัยจากน้ำท่วม, ภัยจากแผ่นดินไหว, ภัยจากลูกเห็บ)
ซึ่งสิ่งที่ 'ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย' จะให้ความคุ้มครองความเสียหาย ได้แก่
1. ตัวอาคาร
คุ้มครองสิ่งปลูกสร้าง (ไม่รวมฐานราก) เช่น บ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮ้าส์, คอนโดมิเนียม รวมถึงส่วนต่อเติม
2. เฟอร์นิเจอร์/ทรัพย์สินภายใน
คุ้มครองเครื่องเรือน, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องใช้ภายในบ้าน (ยกเว้นทรัพย์สินบางประเภท เช่น เงิน, ทอง, วัตถุโบราณ, เอกสาร, เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นต้นเพลิง)
ในส่วนของเบี้ยประกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สถานที่ตั้ง (พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเบี้ยจะสูงกว่า), ลักษณะสิ่งปลูกสร้าง (ปูน/ไม้), และวงเงินความคุ้มครองที่ต้องการขยายเพิ่มสำหรับภัยน้ำท่วม
[ ขั้นตอนการเคลมประกันบ้านกรณีน้ำท่วม ]
1. ถ่ายรูปความเสียหาย: ทั้งขณะน้ำท่วมและหลังน้ำลด (ภาพถ่ายคือหลักฐานสำคัญที่สุด)
2. แจ้งบริษัทประกัน: ให้เร็วที่สุด พร้อมเตรียมเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของ, สำเนาโฉนด, กรมธรรม์, บัตรประชาชน และเอกสารเรียกร้องความเสียหาย
ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การมีประกันภัยที่ครอบคลุมภัยน้ำท่วม จึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันทางการเงินที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ มันช่วยเปลี่ยนค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจทำให้คุณต้องสูญเสียเงินเก็บ ให้กลายเป็นค่าเบี้ยประกันรายปีที่จัดการได้
สุดท้าย “ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย” อย่าลืม ขยายความคุ้มครองภัยน้ำท่วม และพิจารณาเพิ่มวงเงินให้เหมาะสมกับมูลค่าบ้าน
ศึกษารายละเอียดกองทุน KT-GESG RMF เพิ่มเติมได้ที่
#aomMONEY #ประกันภัย #ประกันภัยที่อยู่อาศัย #ประกันภัยบ้าน #ภัยน้ำท่วม
โฆษณา