29 พ.ย. 2025 เวลา 14:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ทำไมเราถึงต้องลงทุน? ทั้งที่มีเหตุผลเป็นร้อยเลยที่จะไม่ลงทุน

ในรายการ The Australian Finance Podcast ซึ่งเป็นพอดแคสต์ด้านการเงินอันดับหนึ่งของออสเตรเลีย ตอนหนึ่ง คุณเคท แคมเบล (Kate Campbell) และ โอเว่น ฟาสต์ (Owen Rask) ได้สัมภาษณ์ นิก มักจิอุลลี (Nick Maggiulli) ผู้เขียนหนังสือ JUST KEEP BUYING หรือมีชื่อไทยว่า กลยุทธ์บริหารการเงินเพื่อสร้างความมั่งคั่ง
ในหนังสือเล่มนั้นของเขา เขาเคยบอกไว้ ให้เราเลิกพยายามคาดเดาว่าตลาดจะขึ้นหรือลงเมื่อใด แล้วลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพราะจากตัวเลขที่เขารวบรวมมาประวัติศาสตร์การลงทุนแสดงให้เห็นหลายครั้งว่าการลงทุนอย่างต่อเนื่องดีกว่าการพยายามหาจุดเข้าและออกที่สมบูรณ์แบบ หรือถ้าคิดลงทุนในระยะยาว ความมั่งคั่งจะต้องสร้างด้วยเวลาหลายสิบปี ไม่ใช่ในไม่กี่วัน
เคท แคมเบล พิธีกรก็ได้ถามเขาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน โดยเธอถามนิกว่า “ทำไมเราถึงต้องลงทุนทั้งที่มีเหตุผลเป็นร้อยเลยที่จะไม่ลงทุน”
โดยนิกก็ได้แบ่งปัน 3 เหตุสำคัญมาดังนี้
✅1. การลงทุนก็เหมือนการเก็บเงินไปเที่ยว
นิกกล่าวว่า ถ้าคุณดูข้อมูลว่าทำไมผู้คนถึงลงทุน คุณอาจจะต้องเริ่มถามพวกเขาว่า "คุณลงทุนเพื่ออะไร" และคำตอบที่เราจะได้ก็คือ “อ่า ฉันลงทุนเพื่อเก็บเงินไปเที่ยว ฉันลงทุนเพื่อลูกๆ” จากคำตอบนั้น สิ่งที่ทำให้ผู้คนอยากออมเงินมากขึ้น รวมถึงลงทุนเพื่ออนาคต ก็คือการออมเงินเพื่อตัวเอง
ดังนั้น ถ้าจะหาเหตุผลดีๆ เพื่อจะลงทุน นิกบอกว่าเราจะต้องมีความเห็นแก่ตัวเล็กน้อย
เช่น มีทดลองหนึ่งโดยใช้เทคโนโลยีที่คล้ายกับ Face App ทำให้ผู้เข้าร่วมทดลองเห็นภาพตัวเองตอนแก่ และผลลัพธ์พบว่า เมื่อผู้เข้าร่วมการทดลองเห็นภาพตัวเองในวัยชรา พวกเขามีแนวโน้มที่จะลงทุนและออมเงินมากขึ้น
ดังนั้น การลงทุนเพื่ออนาคตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง และจะเป็นสิ่งที่คุณอยากจะทำถ้าเห็นคุณค่าของตัวเอง
✅2.ต่อสู้กับเงินเฟ้อ
เหตุผลที่สองคือเรื่องเงินเฟ้อ นิกบอกว่าเงินเฟ้อจะค่อยๆ กัดกร่อนมูลค่าของเงินที่คุณถืออยู่ ทุกวันนี้ในสหรัฐฯ อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 8.5% ต่อปี (ไทยเงินเฟ้ออยู่ที่ราวๆ 2 - 3%) นั่นหมายความว่าอำนาจการซื้อของเงินคุณจะลดลงเรื่อยๆ ดังนั้น เพียงแค่เก็บเงินไว้อาจไม่เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม การออมเงินก็ยังเป็นสิ่งที่ดี และถือเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการจัดการการเงิน เพราะปัญหาหลักของหลายคนที่บอกว่า “ฉันลงทุนไม่ได้” มักเกิดจากการที่พวกเขาไม่มีเงินเหลือพอจะลงทุน ดังนั้น แค่คุณสามารถออมเงินไว้ได้ แม้จะเป็นเงินสดก็ตาม นั่นก็ถือว่าคุณทำไปแล้ว 90% ของงานทั้งหมด ส่วนการลงทุนจริงๆ นั้นเป็นเรื่องง่าย เพียงกดปุ่มไม่กี่ครั้ง เงินก็สามารถเคลื่อนย้ายเข้าสู่การลงทุนได้แล้ว
แน่นอนว่า การอดทนถือครองสินทรัพย์ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนหรือเกิดวิกฤติเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าพูดถึงกระบวนการเริ่มต้นลงทุน มันค่อนข้างง่าย สิ่งที่ยากจริงๆ คือการหาเงินมาลงทุนตั้งแต่แรก ดังนั้น เมื่อเงินเฟ้อกำลังลดค่าของเงินที่คุณมี วิธีต่อสู้กับมันก็คือการลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายได้
✅3. การแทนที่ทุนมนุษย์ด้วยทุนทางการเงิน
เหตุผลที่สาม และอาจจะสำคัญที่สุด ก็คือการแทนที่ ทุนมนุษย์ (Human Capital) ด้วย ทุนทางการเงิน (Financial Capital)
ทุนมนุษย์หมายถึงทักษะและความสามารถของคุณในการทำงาน นิกเล่าว่า เมื่อเวลาผ่านไป ถึงจุดหนึ่งทุนมนุษย์ของคุณจะลดลง เพราะคุณมีเวลาทำงานน้อยลง ดังนั้น ถ้าคุณไม่ได้ลงทุนไว้ ทุนมนุษย์ของคุณอาจจะเพียงพอหรือทำงานไม่ไหว
ดังนั้น คุณจึงต้องหาวิธีทำให้เงินทำงานแทนคุณ โดยการลงทุนทางการเงิน เพื่อให้สินทรัพย์ทางการเงินที่คุณมีสามารถสร้างรายได้ให้คุณ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจ เงินปันผล การซื้อสินทรัพย์ฯ เพื่อให้เมื่อถึงวันที่คุณหยุดทำงาน รายได้จากการลงทุนจะยังคงทำงานแทนคุณ เหมือนคุณยังคงทำงานอยู่ แม้จะไม่ได้ทำงานจริงก็ตาม
🔚สรุป: ไม่ว่าคุณจะอยู่ในจุดไหนของเส้นทางการเงิน การออมและการลงทุนยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณมีอิสระทางการเงินในอนาคต การลงทุนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างความมั่งคั่ง แต่คือการปกป้องและดูแลตัวเองในอนาคต และการเปลี่ยนจากการใช้แรงทำงานไปสู่การให้เงินทำงานแทน
#aomMONEY #การเงิน #การเงินส่วนบุคคล #แนวคิดการลงทุน #แนวคิดการออม #ออม
โฆษณา