29 พ.ย. 2025 เวลา 03:28 • สุขภาพ

สำหรับหลายๆคน

การยอมรับว่าตัวเอง “ไม่รู้”
คือหนึ่งในเรื่องที่พวกเขาทำได้ยากที่สุด
แต่สำหรับคนจำนวนไม่น้อย
คำว่า “ไม่รู้” คือเครื่องมือที่ทรงพลัง
ในการ “ชักใย” ความสัมพันธ์
ให้เป็นไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการ
ยกตัวอย่างเช่น
เวลาที่เราทำงานอยู่ในทีม
และหัวหน้ามีงานเพิ่มเติมเข้ามา
คำว่า “ฉันไม่รู้ ฉันทำไม่เป็น”
สามารถกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ
ที่ช่วยให้เราไม่ต้องแบกรับ
ความรับผิดชอบในงานที่เพิ่มเข้ามาได้
หรือเวลาที่เราอยู่กับแฟน และเราบอกแฟนว่า
“ฉันไม่รู้ ฉันรีดเสื้อตัวนี้ให้เนี๊ยบไม่เป็น”
มันก็สามารถช่วยให้เรา “เอาตัวรอด”
ในเรื่องการทำงานบ้านได้สบายๆ
เป็นต้น
ซึ่งแน่นอนครับว่า หากเราใช้ชีวิตอยู่กับ
คนที่ “ไม่รู้” ในลักษณะนี้ไปได้สักระยะ
เราก็จะเริ่มรู้สึกหนักอึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะอีกฝ่ายก็จะใช้คำว่า “ไม่รู้”
ในการโยนภาระ หน้าที่ ความรับผิดชอบ
มาให้เราแบกมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตอนแรกๆ เราอาจจะไม่มีปัญหา
กับการเป็น “เดอะแบก” นี้ก็จริง
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปสักพัก
และสิ่งที่ต้องแบกเริ่มมีมากขึ้น
ในที่สุดแล้ว เราก็จะถึงขีดจำกัด
ที่ทำให้เราไม่สามารถเป็น
“เดอะแบก” ไปมากกว่านี้ได้อีก
ซึ่งพอถึงจุดนั้น เราก็มีโอกาสที่จะ
ระเบิดอารมณ์รุนแรงกับอีกฝ่ายได้
(หากเราเลือกที่จะเป็น “เดอะแบก” เงียบๆมาโดยตลอด)
ภาพของการระเบิดอารมณ์อย่างรุนแรงนี้ไม่ใช่สิ่งที่หลายคนอยากให้เกิดขึ้น
แต่เราจะป้องกันไม่ให้สถานการณ์
“บานปลาย” ไปในลักษณะนั้นได้อย่างไร
หากอีกฝ่ายยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้คำว่า “ไม่รู้”
เป็นข้ออ้างในการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบอย่างไม่ลดละ?
ในสถานการณ์เช่นนี้ ผมมองว่าการยืนหยัดให้
อีกฝ่ายแบกรับความรับผิดชอบคือกุญแจสำคัญครับ
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพยายามบอกว่าตัวเอง “ไม่รู้” แค่ไหน
เราก็ต้องยืนหยัดให้เขาแบกรับความรับผิดชอบให้ได้
ซึ่งถ้าอีกฝ่ายเขา “ไม่รู้” จริงๆ (ไม่ใช่ “ไม่รู้” แค่ลมปาก)
เราไม่ต้องให้เขาแบกรับความผิดชอบเต็ม 100% ก็ได้นะครับ
(เพราะเขาอาจจะแบกรับมันไม่ไหว)
เราอาจจะเริ่มจากการให้เขาแบกรับสัก 5% หรือ 10% ก่อน
หรือถ้าการแบกรับในระดับ 5%
มันยังเยอะเกินไปสำหรับเขา
(เพราะเขา “ไม่รู้” แบบสุดขั้วจริงๆ)
อย่างน้อย เราก็ต้องยืนหยัดให้เขาแบกรับสัก 1% ก็ยังดี
แนวทางที่ผมกำลังนำเสนออยู่นี้
อาจจะไม่ใช่แนวทางที่ทำให้คนที่เป็น “เดอะแบก”
สบายขึ้นมาได้แบบทันทีทันใดก็จริง
แต่มันเป็นการ “สื่อสาร” (ผ่านการกระทำของเรา)
ให้ฝ่ายที่ “ไม่รู้” เริ่มต้นเห็นว่า นับจากนี้ไป
สมการ “ไม่รู้ = ไม่ต้องทำ” จะไม่สามารถใช้งานได้อีกแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น การที่เราค่อยๆยืนหยัด
ให้อีกฝ่ายเขาเริ่มแบกรับทีละเล็กทีละน้อยนี้
ยังจะเป็น “ดักคอ” ไม่ให้อีกฝ่ายใช้คำว่า
“ไม่รู้” หรือ “ทำไม่เป็น” มาเป็นเหตุผลในการหลีกเลี่ยงอีกด้วย
เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เราก็จะค่อยๆยืนหยัด
ให้อีกฝ่ายเขาแบกรับความรับผิดชอบมากขึ้นเรื่อยๆ
(เช่น ทีละ 1%) จนกระทั่งเราสามารถปลดแอก
ตัวเองจากการเป็น “เดอะแบก” ได้ในที่สุดครับ!
โฆษณา