30 พ.ย. 2025 เวลา 01:00 • ประวัติศาสตร์

Punic War ครั้งที่ 2 ตอนที่ 3 สคิปิโอ เด็กหนุ่มที่เติบโตกลางเถ้าสงคราม

หลังชัยชนะอย่างท่วมท้นที่คันเน ฮันนิบาลก็รุกต่อทันที เขานำกองทัพบุกตรงไปยังประตูเมืองของโรมโดยหวังจะปิดฉากสงครามอย่างเด็ดขาด
แต่โรมเลือกที่จะปิดประตูอย่างแน่นหนา และขังตัวเองไว้ด้านใน
ด้วยความที่ฮันนิบาลต้องข้ามเขาแอลป์มา เขาจึงไม่มีเครื่องยิ่งที่จะสามารถโจมตีกำแพงเมืองได้ สุดท้ายเขาต้องถอนกำลังออกไปเพราะจำเป็นต้องไปหาเสบียงมาเพิ่มเติม และนั่นคือจุดที่โรมเกือบจะโดนตีแตกมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของโรม
ช่วงเวลานั้นโรมต้องหันกลับไปใช้คำแนะนำที่ฟาบิอุส แม็กซิมัส พูดมาตลอดอีกครั้ง นั่นก็คือ “อย่าไปสู้กับฮันนิบาลตรงๆ ” แล้วค่อยๆ สร้างกองทัพขึ้นมาใหม่ แต่ไม่ว่าฮันนิบาลจะท้ารบสักกี่ครั้ง โรมก็ไม่ยอมออกไปต่อสู้ด้วยตรงๆ พวกเขาใช้วิธีไล่ตามฮันนิบาลไปทุกที่เหมือนเงา จี้ตามไป ให้คอยต้องระแวดระวัง ทำอะไรไม่สะดวก แต่พอจะรบกันซึ่งๆ หน้า ก็ถอยหลบไปในที่ปลอดภัย
ด้านฮันนิบาลเองก็ต้องย้ายที่ไปเรื่อยๆ เขาไม่สามารถตั้งค่ายที่เดิมได้นาน เพราะต้องคอยหาเสบียง และทุกครั้งที่เขาย้ายไปไหน กองทัพโรมันก็จะมาปรากฏตัวขึ้นใกล้ ๆ เสมอ คอยรบกวน แต่จะรบก็ไม่ได้ ไล่ก็ไม่ไป
ในมุมของฮันนิบาล เขาทำสำเร็จทุกอย่างตามแผนหลักแล้ว เขาบุกอิตาลีได้ เขาเอาชนะกองทัพโรมแบบเหนือชั้นได้หลายครั้ง เขาสร้างความหวาดกลัวให้กับโรมบนแผ่นดินซึ่งชาวโรมันเคยคิดว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุด แต่เขาก็ยังไม่สามารถปิดจ๊อบได้สักที
สิ่งที่เขาต้องการคือ ให้เมืองต่างๆในอิตาลีลุกขึ้นมาก่อการกบฎแล้วประกาศอิสรภาพจากกรุงโรม
จริงอยู่ว่า หลังการรบที่คันเน มีบางเมืองที่ เริ่มแปรพักตร์มาเข้ากับฮันนิบาล แต่ส่วนใหญ่ที่แปรพักตร์จะเป็นเมืองที่เพิ่งจะถูกผนวกเข้าโรมไปไม่นาน ส่วนเมืองท่ีอยู่กับโรมมานานยังคงภักดีกับโรมแม้ในวันที่โรมแทบจะสิ้นลมหายใจ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น มาจากนโยบายการปกครองที่โรมใช้มาหลายศตวรรษคือ การให้สิทธิความเป็นพลเมือง ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าตัวเองเป็น ส่วนหนึ่งของโรมที่ยิ่งใหญ่ ปลอดภัย และค้าขายสบาย  และสิ่งนี้ก็กลายเป็นเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งไม่ให้โรมต้องล่มสลายลง
หลังจากนั้นมาแรงกดดันก็ตกมาอยู่ที่ฝั่งฮันนิบาล ขณะที่โรมค่อยๆ ฟื้นตัวช้าๆ ฮันนิบาล กลับก็ต้องเดินทัพไปมา ขึ้นเหนือ ลงใต้ไปทั่วอิตาลี โดยไม่สามารถปิดจบสงครามได้สักที
เขาไม่เคยแพ้ แต่ก็ไม่สามารถชนะได้สักที
เขามีกองทัพที่แข็งแกร่ง แต่ไม่มีกำลังมาเสริม
เขามีความสามารถ แต่โอกาสดีๆ ก็ไม่มาสักที
ฮันนิบาลจึงติดอยู่ในอิตาลียาวนานถึง 12 ปี
นี่คือช่วงเวลาที่ยืดเยื้อที่สุด และเป็นฝ่ายฮันนิบาล ที่ต้องรับแรงกดดันทั้งหมด
หลังจากโรมสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่ พวกเขามองว่าถ้าพยายามจะไปรบกับ ฮันนิบาลอีก ผลก็คงออกมาเหมือนเดิม กองทัพถูกทำลายแล้วต้องสร้างกองทัพขึ้นใหม่ จึงมองว่า ถ้าสู้กับฮันนิบาลไม่ไหว ก็ไปสู่กับคนอื่น ที่สเปนเลยละกัน หมายความว่า ให้โฟกัสการจู่โจมไปที่สเปน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของคาร์เทจ
คำถามคือ จะส่งใครไปดี เพราะการไปสเปนเป็นงานยาก ที่ไม่ค่อยมีใครอยากไป
สุดท้าย ผู้ที่ได้รับตำแหน่งบัญชาการกองทัพที่จะส่งไปสเปนคือ ชายหนุ่มอายุเพียงยี่สิบปลาย ๆ ชื่อ ปูบลิอุส คอร์เนลิอุส สคิปิโอ ผู้เป็นลูก (เพราะทั้งพ่อและลูกชื่อเหมือนกัน Publius Cornelius Scipio)
สคิปิโอเริ่มต้นด้วยชัยชนะครั้งใหญ่ โดยสามารถยึดเมืองนิวคาร์เธจ (New Carthage) เมืองท่าที่มั่งคั่งและเป็นศูนย์กลางบัญชาการในสเปน ที่น่าสนใจคือ สคิปิโอผู้นี้เป็นทหารที่เติบโตมาในยุคที่โรมโดนฮันนิบาลตีอย่างหนัก ทำให้ช่วยวัยรุ่นเขาได้เรียนรู้กลยุทธิ์ต่างๆ ของฮันนิบาลมาอย่างดี และเมื่อบุกไปสเปน เขาก็นำกลยุทธ์เหล่านั้นไปปรับใช้จนสามารถชนะศึกได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในเวลาต่อมา กองทัพใหญ่ของคาร์เธจที่อยู่ในสเปน ภายใต้การนำของ ฮัสดรูบัล (Hasdrubal)  น้องชายของฮันนิบาล ก็เตรียมจะข้ามเทือกเขาแอลป์เพื่อไปเสริมกำลังพี่ชาย ซึ่งถ้าเขาข้ามแอลป์ไปได้ ฮันนิบาลและคาร์เทจก็อาจจะพลิกมาได้เปรียบในอิตาลีอีกครั้ง แต่กองทัพของโรมก็รู้ทันและไปดักซุ่ม โจมตีกองทัพของฮัสดรูบัลจนสิ้นซาก
หลังจากเหตุการณ์นี้ อิทธิพลของคาร์เธจในสเปนก็พังทลายลงอย่างรวดเร็ว จนในปี 206 BC สคิปิโอก็สามารถประกาศได้ว่าเขากำจัดคาร์เทจไปจากสเปนได้อย่างหมดสิ้นแล้ว
เมื่อคุมสเปนได้ สคิปิโอก็วางแผนที่ใครๆ มองว่า กล้าบ้าบิ่นเพราะเขาต้องการจะยกทัพไปบุกแอฟริกาเหนือ ถิ่นของคาร์เทจโดยตรง โดยเขามองว่า ถ้าทำได้ คาร์เทจจะต้องเรียกฮันนิบาลกลับจากอิตาลี
แต่แผนของสคิปิโอก็ถูกต่อต้านจากวุฒิสมาชิกหลายคน บางคนก็ว่าบ้าเกินไปมีสิทธิ์ที่กองทัพจะถูกทำลายย่อยยับ หรือบางคนก็แค่อิจฉาในความสำเร็จของสคิปิโอ
สุดท้ายสคิปิโอ ก็ไม่สนใจการเมืองในสภาแล้วแก้เกมด้วยการประกาศรับสมัครคนที่จะไปร่วมรบกับเขาในแอฟริกาตรงๆ เลย ผลปรากฎว่า คนเชื่อมั่นในสคิปิโอมากจนเขาสามารถตั้งกองทัพของตัวเองขึ้นมาได้
เมื่อไปถึงแอฟริกา สคิปิโอ ก็ไม่ได้โจมตีคาร์เทจทันที แต่ใช้วิธีไปผูกมิตรกับ อาณาจักรนูมิเดีย (Numidia) ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีทหารม้าที่เก่งกาจ ทำให้คาร์เทจขาดพันธมิตรที่สำคัญไปอีกหนึ่ง
เมื่อได้พันธมิตรที่แข็งแกร่งสคิปิโอ ก็เปิดฉากทำสงครามแล้วรุกคืบไปเรื่อยๆ จนในที่สุดสามารถไปถึงประตูเมืองของคาร์เทจได้
เอาละสิ คราวนี้ถึงทีฝ่ายคาร์เทจที่ต้องสติแตกกันบ้าง สุดท้าย คาร์เทจก็ทำสิ่งที่สคิปิโอหวัง นั่นก็คือ เรียกตัวฮันนิบาล กลับจากอิตาลีหลังจากพยายามโรมมาถึง 15 ปี แต่ก็ยังไม่สำเร็จ
ฮันนิบาลจึงต้องถอนกำลังและเดินทางกลับบ้าน เพื่อไปเเผชิญหน้ากับศัตรูคนใหม่ที่เรียกได้ว่าเรียนรู้จากเขามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
สงครามพิวนิกครั้งที่ 2 กำลังจะเข้าจุดไคลแมกซ์ การรบครั้งสุดท้ายกำลังจะเกิดขึ้น ศึกที่เรียกได้ว่าจะเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างสองอัจฉริยะทางสงครามของยุคสมัย
เรื่องราวจากนี้จะเป็นยังไง เรามาต่อและปิดจบในตอนที่ 4 ซึ่งเป็นตอนจบครับ
โฆษณา