วันนี้ เวลา 08:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

น้ำท่วมหาดใหญ่ถึงเวลาต้องบูรณาการ

  • ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในหาดใหญ่และประเทศไทย มีสาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการน้ำที่ทำงานแบบแยกส่วนและขาดการวางแผนระยะยาวเพื่อรับมือวิกฤตโลกร้อน
  • เสนอให้แก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ โดยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันเพื่อจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
  • แนวทางแก้ไขต้องครอบคลุมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ (เช่น อุโมงค์ระบายน้ำ) การฟื้นฟูระบบนิเวศ การใช้ข้อมูลเตือนภัยแบบเรียลไทม์ และการผลักดันกฎหมายและงบประมาณระยะยาว
นับเป็นมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ของภาคใต้ โดยเฉพาะ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่หนักหนาสาหัสในรอบ 25 ปี และมีปริมาณนํ้าฝนมากเป็นประวัติการณ์ในรอบ 300 ปี รวมถึงการมาของนํ้าจากทุกทิศทุกทางและระบายไม่ทัน ส่งผลให้หาดใหญ่เมืองเศรษฐกิจหลักภาคใต้ตอนล่างต้องอัปบางลง
แม้ช่วงปลายปีหรือช่วงไฮซีชันจะถึงคิวภาคใต้ แต่นํ้ามาแล้วก็ไป แต่สำหรับคราวนี้ ต่างจากครั้งก่อนๆ ทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ เกินกว่าใครจะรับมือไหว ทั้งรัฐบาล ท้องถิ่น รวมถึงประชาชน
ชะตากรรมเดิมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่อันที่จริง ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของธรรมชาติอย่างเดียว หากเป็นผลจากโครงสร้างการบริหารจัดการนํ้า ที่ยังทำงานแบบแยกส่วน การแก้ไขแบบฉาบฉวยหลังนํ้าลด ไม่อาจนำประเทศให้พ้นจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นทุกปี
เมื่อภาวะโลกร้อนทำให้ฝนตกหนักฉับพลันและพายุรุนแรงกว่าเดิม โครงสร้างพื้นฐานของเมืองไทยกลับยังรองรับเหตุสุดขั้วเหล่านี้ได้ไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงต้องประสานงานทุกหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันแบบระบบเดียว เริ่มจากการจัดการลุ่มนํ้าทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นนํ้าถึงปลายนํ้า พร้อมวางแผนเชื่อมโยงข้อมูลอุตุนิยมวิทยากับการบริหารเขื่อนและพื้นที่รับนํ้า
เมืองใหญ่ควรมุ่งพัฒนาระบบระบายนํ้าใหม่ที่ทันสมัยและยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศแปรปรวน เช่น อุโมงค์ระบายนํ้า ระบบกักเก็บนํ้าใต้ดิน และ พื้นที่สีเขียวซึมนํ้า ขณะเดียวกันต้องขยายพื้นที่รับนํ้าธรรมชาติ ไม่ใช่พัฒนาทุกตารางเมตร จนทำให้นํ้าไม่มีที่ไปในภาคเกษตร จำเป็นต้องปรับรูปแบบจัดเก็บนํ้าในไร่นาเพื่อชะลอนํ้าและลดนํ้าท่วมปลายนํ้า
การมีฐานข้อมูลนํ้าแบบเรียลไทม์ จะช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำขึ้น และช่วยลดความสูญเสียจากการสั่งการล่าช้า การมีระบบเตือนภัยที่สื่อสารชัดเจนและเข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่เป็นสิ่งจำเป็น เพราะการเตรียมพร้อมของประชาชน คือ ส่วนสำคัญในการลดความเสียหาย
รัฐบาลควรผลักดันกฎหมายและงบประมาณระยะยาว เพื่อความต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้การแก้ปัญหานํ้าท่วมขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะหน้านอกจากนี้ การฟื้นฟูป่าและพื้นที่ชุ่มนํ้า คือ เกราะป้องกันธรรมชาติที่ยั่งยืน ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของนํ้าหลากได้อย่างเป็นรูปธรรม
ประเทศต้องมองปัญหานํ้าผ่านมิติใหม่ของวิกฤตภูมิอากาศ และยอมรับว่า ภัยธรรมชาติในอนาคตจะรุนแรงกว่าเดิม หากไม่เตรียมระบบที่รองรับวันนี้ ความเสียหายในวันหน้าอาจประเมินไม่ได้ ถึงเวลาให้การแก้ไขปัญหานํ้าท่วมเป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องเดินหน้าอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวงจรนํ้าท่วมซํ้าซาก และเดินไปสู่ความมั่นคงด้านนํ้าอย่างยั่งยืน
1
ขณะที่มาตรการเยียวยาของภาครัฐ จำเป็นต้องเดินหน้าอย่างรวดเร็ว เท่าทันสถานการณ์ และ ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง เพราะในยามที่ผู้คนกำลังเผชิญความไม่แน่นอน ความล่าช้าเพียงเล็กน้อย อาจกลายเป็นภาระที่หนักหนาเกินรับไหว ไม่เพียงทำให้ประชาชนสูญเสียโอกาสในการฟื้นตัวเท่านั้น แต่ยังอาจสะท้อนกลับไปถึงความเชื่อมั่นและความนิยม ที่สังคมมีต่อรัฐบาลเองด้วย การบริหารจัดการที่คล่องตัว โปร่งใส และเข้าถึงได้ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการเยียวยาที่ประชาชนกำลังรอคอยอย่างยิ่ง
1
ในขณะเดียวกัน ประชาชนเองก็ต้องปรับตัว เรียนรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง และให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างจริงใจ เพราะความสำเร็จของมาตรการเยียวยาไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากแต่ต้องเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วน เพื่อให้สังคมสามารถก้าวผ่านความท้าทายและฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน
โฆษณา