1 ชั่วโมงที่แล้ว • ปรัชญา

watthakhanun

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ กระผม/อาตมภาพต้องสละงานของเพื่อน ก็คืองานสวดถอน สวดญัตติ ผูกพัทธสีมาอุโบสถ วัดห้วยเจริญศรัทธาราม ของท่านพระครูกิตติกาญจนธรรม เพื่อนร่วมรุ่นพระอุปัชฌาย์ เพื่อไปเป็นประธานในการบำเพ็ญกุศลอุทิศให้กับพระครูสมควร (พระครูปิยธรรมพิมล) อดีตเจ้าอาวาสวัดบางปลา อดีตรองเจ้าคณะอำเภอบางเลน เพื่อนที่เรียนร่วมกันมาตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรบริหารกิจการคณะสงฆ์ ปริญญาตรี จนถึงปริญญาโท
เรื่องพวกนี้เราต้องแบ่งความสำคัญหนักเบาของงานให้ได้ เนื่องเพราะว่างานสวดญัตติ สวดถอนอุโบสถใหม่นั้น องค์ประธานก็คือพระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ, ดร. (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙) เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี แล้วยังมีรองเจ้าคณะจังหวัด มีเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอมาอีกมากมาย ขาดกระผม/อาตมภาพไป งานเขาก็ไม่สะเทือน แต่งานศพของท่านพระครูสมควรนั้น กระผม/อาตมภาพเป็นประธาน ถ้าไม่ไปงานเขาอาจจะล่มได้เลย..!
ดังนั้น..เรื่องของานพวกนี้ที่กระผม/อาตมภาพเคยย้ำกับท่านทั้งหลายว่า เราจะต้องแยกแยะความ หนักเบา ก่อนหลัง เร็วช้า ของงานให้ได้ เมื่อลำดับความสำคัญได้แล้ว ก็ทำไล่ไปตามลำดับ แล้วเราจะมีงานเดียวอยู่ตรงหน้าโดยตลอด ซึ่งจะไม่หนักเกินกำลังตนเอง แต่พวกเราส่วนใหญ่แล้ว มักจะเอาหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ งานมาหมกรวมกัน แล้วก็แก้ปัญหาได้ยาก หาทางออกได้ยาก เพราะว่างานเล็กกลายเป็น
งานใหญ่ บางทีก็ตัดสินใจไม่เด็ดขาด ประสบการณ์ไม่พอ ก็ยิ่งยุ่งหนักไปอีก..!
เพียงแต่ว่าช่วงเช้านั้นมีงานแทรกเข้ามา ก็คือไปเยี่ยมให้กำลังใจหลวงพ่อพระครูกาญจนธรรมธัช เจ้าอาวาสวัดหนองไม้เอื้อย เจ้าคณะอำเภอหนองปรือ ที่เมื่อวานท่านแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก โดนส่งเข้าห้องฉุกเฉิน กระผม/อาตมภาพไป ท่านก็ยังอยู่ในห้องผู้ป่วยกึ่งวิกฤต ซึ่งเขายังห้ามเยี่ยมอยู่เลย..!
แต่ด้วยความที่แพทย์พยาบาลเขาเกรงใจพระ แล้วกระผม/อาตมภาพก็ไม่ได้รบกวนท่านนาน เข้าไปสอบถามอาการอะไรท่านก็ได้แต่พยักหน้าเท่านั้น เพราะว่าท่อคายังปากอยู่ พูดไม่ได้ แต่เห็นอาการแล้วก็ยังเบาใจว่า ท่านยังดูแข็งแรงอยู่ แต่อาการแบบที่เป็นนั้น น่าจะเกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ ซึ่งสมัยนี้มีการรักษาสารพัดวิธี เพียงแต่อาจจะต้องเจ็บตัว แล้วก็เสียเงินมากหน่อยเท่านั้นเอง..!
ในเรื่องของหลวงพ่อธงชัย หรือท่านพระครูกาญจนธรรมธัชนี่ก็เช่นกัน อยากจะเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเราว่า ถ้าท่านเป็นเจ้าอาวาส ผู้บังคับบัญชาที่จะเกี่ยวข้องใกล้ชิดที่สุดก็คือเจ้าคณะตำบล มีงานมีการอะไรที่วัด เราต้องนิมนต์เจ้าคณะตำบล
เสมอ ขยับขึ้นไปอีกนิดหนึ่งก็คือเจ้าคณะอำเภอ นิมนต์มาสักปีละครั้งหรือสองครั้งก็ได้ แล้วถ้าหากว่าเป็นงานใหญ่ ประเภทงานประจำปี หรืองานเทศกาลสำคัญของวัด ถ้าหากว่าไหวก็นิมนต์ไปถึงเจ้าคณะจังหวัด คำว่า "ไหว" ในที่นี้ก็คือ "จ่ายไหว"..!
นอกเหนือจากนั้นแล้วไม่จำเป็นจะต้องไปยุ่ง เนื่องเพราะว่าเราตัวเล็กเกินไปที่ผู้ใหญ่
ท่านจะจดจำ ถ้านิมนต์ไปถึงเจ้าคณะภาค ไปถึงสมเด็จพระราชาคณะ ถ้าแบบนั้นกระผม/อาตมภาพถือว่าสิ้นเปลืองมาก เนื่องเพราะว่าเราตัวเล็กจนท่านจำไม่ได้ ถ้าอยากให้ท่านจำได้ก็ต้องนิมนต์บ่อย แล้วสตางค์จะไม่เหลือเอาไว้ทำอย่างอื่นเลย..! เนื่องเพราะว่าโดยธรรมเนียมแล้ว การนิมนต์ก็ต้องถวายปัจจัยไทยธรรมให้กับท่าน แล้วพระผู้ใหญ่บางรูปไม่ได้มารูปเดียว ท่านมาแล้วมีคณะติดตามมาด้วย โดยมารยาทเราก็ต้องถวายพระติดตามของท่านด้วย..!
สมัยที่กระผม/อาตมภาพทำหน้าที่เลขานุการเจ้าคณะจังหวัด คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระเทพเมธากร (ณรงค์ ปริสุทฺโธ ป.ธ.๔) นิมนต์หลวงพ่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ. ๙) ซึ่งตอนนั้นก็คือคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มาเป็นประธานในงาน เพราะว่าหลวงพ่อพระเทพเมธากรท่านเป็นศิษย์เก่าวัดปากน้ำภาษีเจริญ เคยเรียนบาลีที่นั่นจนได้ประโยค ๔
คราวนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อสมเด็จ ฯ วัดปากน้ำ ท่านไปไหนจะมีแพทย์พยาบาลไปด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือพร้อมฉุกเฉินกับอาการป่วยทั่วไป กระผม/อาตมภาพก็แอบยัดซองให้กระทั่งหมอ กระทั่งพยาบาล ก็ไม่ใช่เงินเราจะไปหวงทำไม ? แต่ถ้าหากว่าเป็นตนเองนี่ ท่านทั้งหลายจะเห็นว่า กระผม/อาตมภาพไม่นิมนต์พระระดับนั้นเลย ทั้ง ๆ ที่หลายต่อหลายรูปก็รออยู่ แถมยังออกปากด้วยว่า "เมื่อไรจะนิมนต์..!"
เราท่านทั้งหลายต้องดูตำแหน่งดูหน้าที่ของตนเองให้ดี ถ้าสูงขึ้นไปคือท่านได้เป็นเจ้าคณะตำบล งานในอำเภอทั้งหมด ท่านควรที่จะไปร่วมด้วย เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ เนื่องจากว่าพื้นที่ของตนเอง ๑ ตำบล ส่วนเขตพื้นที่ของเพื่อนฝูงระดับตำบลด้วยกัน ก็คือในอำเภอของเราเอง
ถ้าขึ้นไปถึงรองเจ้าคณะอำเภอหรือว่าเจ้าคณะอำเภอ ก็ต้องดูงานในจังหวัด อำเภออื่นเขามีงานมีการอะไร ถ้าเป็นไปได้ก็ไปเป็นเกียรติร่วมงานกับเขาด้วย
แต่ถ้าถึงระดับจังหวัดแล้ว ก็คือต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในจังหวัด และไปร่วมงานของจังหวัดอื่นในเขตภาคของตนเองด้วย
คราวนี้หลวงพ่อธงชัยท่านเป็นเจ้าคณะอำเภอหนองปรือ กระผม/อาตมภาพเองเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด ก็เท่ากับว่าท่านเองก็คือผู้ใต้บังคับบัญชา แม้ว่าท่านจะอาวุโสกว่า เจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ก็ควรจะมีน้ำจิตน้ำใจไปดูแลกัน ซึ่งกระผม/อาตมภาพเองก็ไม่ได้ดูแลแค่นี้ ส่วนใหญ่ด้วยความที่กำลังของตนเองเพียงพอ ใคร
เจ็บใครป่วย ถ้าแจ้งข่าวมาก็มักจะไปเยี่ยมยามถามไถ่ ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลอยู่เสมอ จะงานอื่นหรือกระทั่งงานศพก็ไป จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลาย "จะต้องดูกำลังตัวเอง" อย่าไปอยู่ในลักษณะที่ว่า "ประจบเจ้านาย" นิมนต์แล้วนิมนต์เล่าเพราะหวังประโยชน์ ตัวกระผม/อาตมภาพเองไม่เคยทำอย่างนั้นเลย..!
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๘
โฆษณา