Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
“วันละเรื่องสองเรื่อง”
•
ติดตาม
1 ธ.ค. 2025 เวลา 07:47 • ข่าว
🌊 น้ำท่วมหาดใหญ่ แต่รัฐยังถามหา “สำเนาบัตร”?
เมื่อ “ระเบียบราชการ” กลายเป็นภัยพิบัติลูกที่สอง ซ้ำเติมพี่น้องชาวใต้
* ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย แต่ครั้งล่าสุด หลายคนยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในชีวิต
* ข้อมูลจากรายงานข่าวต่างประเทศระบุว่า อุทกภัยใหญ่ในภาคใต้ครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในอย่างน้อย 12 จังหวัด มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งมีหาดใหญ่เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด บ้านเรือนจำนวนมากจมน้ำ ถนน โครงสร้างพื้นฐาน และโรงพยาบาลบางแห่งใช้การไม่ได้ชั่วคราว
* ภาพเมืองหาดใหญ่ที่ถูกน้ำท่วมทั้งเมือง รถยนต์หลายพันคันถูกน้ำพัดเสียหาย ผู้คนต้องอพยพขึ้นชั้นสองหรือหลังคาบ้าน ไม่ใช่แค่ “ภาพข่าว” แต่คือความสูญเสียจริงในชั่วข้ามคืน
* ท่ามกลางน้ำที่กำลังเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว มีอีกเรื่องหนึ่งที่บั่นทอนใจผู้ประสบภัยไม่แพ้กัน นั่นคือเสียงของคนที่พูดว่า
“น้ำยังท่วมถึงอก แต่เจ้าหน้าที่ยังขอสำเนาบัตร สำเนาทะเบียนบ้านอยู่เลย”
นี่แหละครับ “ภัยพิบัติลูกที่สอง” ที่คนไทยจำนวนมากคุ้นเคย ภัยจากระเบียบราชการที่ออกแบบเพื่อวันที่ปกติ ไม่ใช่วันที่คนกำลังหนีตาย
====
💥 "ตลกร้ายกลางน้ำท่วม” เมื่อคนหนีตาย แต่รัฐยังให้ “ถ่ายเอกสาร”?
ในขณะที่ชาวหาดใหญ่กำลังหนีน้ำขึ้นหลังคา พร้อมของเพียงไม่กี่ชิ้นที่หยิบขึ้นมาทัน สิ่งที่พวกเขาเจอหลังจากน้ำลดคือแบบฟอร์มและขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตนจำนวนมาก
เอกสารที่รัฐใช้เป็นเงื่อนไขการเยียวยา เช่น
* สำเนาบัตรประชาชน
* สำเนาทะเบียนบ้าน
* ใบเสร็จค่าน้ำค่าไฟเพื่อยืนยันที่อยู่ เป็นต้น
ทั้งหมดนี้คือ “กระดาษ” ที่มักจะหายไปพร้อมสายน้ำ ทำลายบ้านทั้งหลังแล้วจะเหลือเอกสารได้อย่างไร?
และไม่ใช่แค่ผู้ประสบภัยเท่านั้นที่เดือดร้อน แต่ร้านถ่ายเอกสาร อำเภอ หรือสำนักงานรัฐจำนวนมากก็ถูกน้ำท่วมเหมือนกัน ทำให้แม้แต่การคัดสำเนายังแทบเป็นไปไม่ได้
* นี่คือภาพสะท้อนของระบบราชการแบบ Process-Centric --> ที่ให้ความสำคัญกับขั้นตอนมากกว่าความเดือดร้อนจริงของคน
* ในขณะที่ภัยพิบัติเรียกร้องการทำงานแบบ Human-Centric --> ที่เอาคนเป็นศูนย์กลาง
====
🏛️ ไทยมีดิจิทัลครบ แต่ทำไมยังใช้ “กระดาษ” เป็นหลัก?
ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนเทคโนโลยีดิจิทัล ตรงกันข้าม เรามีโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคที่ทันสมัยมาก
ตัวอย่างเช่น
* GISTDA มีระบบติดตามน้ำท่วมจากภาพถ่ายดาวเทียมแบบเกือบ Real-time
* ThaID (ไทยดี) สามารถใช้ยืนยันตัวตนดิจิทัลแทนบัตรประชาชนได้
* PromptPay ผูกเลขบัตรประชาชนกับบัญชีเงินฝาก ใช้โอนเงินช่วยเหลือประชาชนมาแล้วหลายโครงการ
* ปภ. และหน่วยงานท้องถิ่นมีข้อมูลพื้นที่ประสบภัยระดับพื้นที่
ข้อมูล “ครบ” ระบบ “พร้อม” เทคโนโลยี “มีอยู่แล้ว” แต่ทำไมหน้างานยังต้อง “ถ่ายเอกสาร”? ทำไมต้องให้ชาวบ้านที่บ้านน้ำท่วมหมด เดินฝ่าโคลนไปยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่?
* คำตอบง่ายๆ คือ ประเทศไทยทำ Digital Transformation ในเชิงเครื่องมือ แต่ไม่เปลี่ยนในเชิงระเบียบ
* เจ้าหน้าที่ยังกลัวผิดระเบียบ ยังต้องการกระดาษเพื่อใช้เป็นหลักฐานตรวจสอบภายหลัง และยังไม่มีใครปรับกฎให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
====
🧭 "Zero-Touch Service" จาก “ผู้ร้องขอ” สู่ “ผู้ได้รับ”
หลายประเทศใช้แนวคิดใหม่ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย คือ รัฐต้องส่งความช่วยเหลือให้ก่อน ไม่ใช่รอให้ประชาชนมายื่นเอกสาร
ประเทศไทยเองก็สามารถทำได้ทันทีหากใช้ระบบที่มีอยู่แล้วอย่างเต็มศักยภาพ
1) ใช้แผนที่ภัยพิบัติ
* ข้อมูลดาวเทียม + รายงานภาคสนามจากหน่วยงานท้องถิ่น สามารถระบุพื้นที่ประสบภัยระดับหมู่บ้านได้
2) Cross-check กับทะเบียนราษฎร์
* รู้แล้วว่า “บ้านไหนเป็นของใคร?” โดยไม่ต้องให้ประชาชนยื่นเอกสารใดๆ การพิสูจน์ตัวตนสามารถทำผ่านฐานข้อมูลกระทรวงมหาดไทยได้ทั้งหมด
3) โอนเงินช่วยเหลือฉุกเฉินผ่าน PromptPay
* เมื่อรู้ว่าครัวเรือนใดอยู่ในพื้นที่ประสบภัย ระบบสามารถอนุมัติเงินช่วยเหลือก้อนแรกเข้าบัญชีบัตรประชาชนได้ทันที
4) ใช้ ThaID สำหรับการตรวจสอบภายหลัง
* แทนการเรียกสำเนาเอกสาร รัฐสามารถใช้ Digital ID ที่ประชาชนใช้อยู่แล้วในการยืนยันตัวตน
* ทั้งหมดนี้คือระบบที่ “มีอยู่แล้ว” และ “ทำได้จริง” หากเปลี่ยนวิธีคิดและระเบียบให้รองรับ
====
📑 ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่แอป แต่อยู่ที่ “ระเบียบราชการ”
เจ้าหน้าที่จำนวนมากไม่ได้ต้องการสร้างภาระให้ผู้ประสบภัยเลยครับ แต่ระบบราชการที่พวกเขาทำงานอยู่ “บังคับให้ต้องระวังตัว” เพราะกฎระเบียบการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐจำนวนมากยังยึดหลักฐานแบบกระดาษเป็นตัวตั้ง เช่น สำเนาบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน ใบเซ็นรับเงิน หรือหลักฐานประกอบการจ่ายเงินตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ฯลฯ
ปัญหาจึงไม่ใช่คน แต่คือโครงสร้างที่ทำให้ทุกคนต้อง “เซฟตัวเองไว้ก่อน”
* เจ้าหน้าที่กลัวถูกตรวจสอบย้อนหลัง
* กลัวถูกเรียกคืนงบประมาณ
* กลัวถูกชี้มูลว่าทำผิดระเบียบแม้จะช่วยเหลือด้วยเจตนาดี
เมื่อกลไกตรวจสอบของรัฐใช้เอกสารเป็นหลัก เจ้าหน้าที่จึงทำสิ่งที่ “ปลอดภัยที่สุด” สำหรับตัวเอง คือ ขอเอกสารทุกอย่างที่สามารถขอได้ แม้ในวันที่ผู้ประสบภัยเพิ่งหนีตาย และไม่มีอะไรติดตัวเลยแม้แต่กระดาษใบเดียว
ผลลัพธ์คือ ทุกฝ่ายต่างอยู่ในโหมด “ป้องกันตัวเอง” มากกว่า “ปกป้องประชาชน”
* เจ้าหน้าที่พยายามปกป้องตัวเองจากระบบตรวจสอบ
* หน่วยงานพยายามปกป้องตัวเองจากความเสี่ยงผิดระเบียบ
* แต่ประชาชนกลับต้องแบกรับทั้งความเสียหายจากภัยพิบัติ และความยุ่งยากจากกฎระเบียบที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
นี่คือรากของปัญหาที่แท้จริง วิกฤตจึงซ้ำเติมวิกฤต เพราะกฎระเบียบยังมอง “ความถูกต้องของเอกสาร” สำคัญกว่า “ความเดือดร้อนของประชาชน”
====
🛠 “เปลี่ยนวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาส?”
เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำแบบเดิม ไทยควรเริ่มจาก 4 เรื่องนี้อย่างจริงจัง
1) ยกเว้นเอกสารในเขตภัยพิบัติ
* ประกาศให้เขตน้ำท่วมเป็น “พื้นที่ปลอดสำเนาเอกสาร” และใช้ฐานข้อมูลกลางแทนการให้ประชาชนยื่นเอกสาร
2) ใช้ PromptPay เป็นช่องทางหลักในการเยียวยา
* ตั้งเป้าว่าเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน 100% ต้องจ่ายผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อความรวดเร็วและโปร่งใส
3) แยก “เงินช่วยเหลือฉุกเฉิน” ออกจาก “เงินชดเชยเสียหาย”
* เงินก้อนแรกต้องโอนให้ทันที ส่วนการสำรวจความเสียหายละเอียดสามารถทำภายหลังเมื่อน้ำลด
4) จัดตั้ง War Room ข้อมูลภัยพิบัติระดับประเทศ
* นำข้อมูลจาก GISTDA, ทะเบียนราษฎร์, ปภ., และธนาคารของรัฐมาทำงานร่วมกันแบบ Real-time เพื่อกำหนดแผนช่วยเหลืออย่างแม่นยำ
====
✨ “กฎระเบียบมีไว้รับใช้คน ไม่ใช่ให้คนรับใช้กฎ”
วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ คือบททดสอบที่ชัดเจนว่า ระบบราชการและองค์กรไทยยังติดอยู่ใน “กับดักกระดาษ”
* การแก้ปัญหาไม่ใช่การระดมคนไปช่วยถ่ายเอกสารแจกชาวบ้าน แต่คือการ “รื้อระบบคิด” ของผู้กำหนดนโยบาย
* ผู้ประสบภัยชาวใต้ไม่ได้ต้องการความสงสารในรูปแบบของเอกสารที่ยุ่งยาก
* แต่เขาต้องการ “ความเข้าใจ” ว่าในวันที่ไม่เหลืออะไร แม้แต่กระดาษใบเดียวก็เป็นภาระที่หนักอึ้ง
“อย่าปล่อยให้ระเบียบราชการ กลายเป็นภัยพิบัติลูกที่สอง ที่ซ้ำเติมพี่น้องเราที่กำลังจมน้ำเลยครับ”
#วันละเรื่องสองเรื่อง
#น้ำท่วมภาคใต้
#น้ำท่วมหาดใหญ่
#DigitalGovernment
#Bureaucracy
#CrisisManagement
#ServiceDesign
#Empathy
#นโยบายสาธารณะ
น้ำท่วม
ภัยพิบัติ
ข่าว
1 บันทึก
2
2
1
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย