2 ธ.ค. 2025 เวลา 13:00 • ประวัติศาสตร์
จีน

โรงเตี๊ยมคืออะไร

โรงเตี๊ยมของจอมยุทธจีนในสมัยโบราณมักเป็น สถานที่พักแรม ที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางสำคัญ เช่น ในอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า (Three Natural Bridges) ที่เมืองอู่หลง มณฑลฉงชิ่ง ประเทศจีน ทำหน้าที่เป็น จุดแวะพักของนักเดินทาง เพื่อรับประทานอาหารและค้างคืน ป้องกันอันตรายจากการเดินทางตอนกลางคืน เช่น การถูกโจรปล้น
ลักษณะและบทบาท
สถานที่ตั้ง:
ตั้งอยู่ตามเส้นทางค้าขายหรือเส้นทางลัดสำคัญเพื่อให้นักเดินทางได้พักระหว่างทาง
จุดประสงค์หลัก:
เพื่อเป็นที่พักแรมและเติมเสบียงให้แก่ผู้สัญจร
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์:
มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งเดิมเป็นโรงเตี๊ยมจริงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับนักเดินทางในสมัยนั้น
การใช้งานในปัจจุบัน:
โรงเตี๊ยมในพื้นที่อุทยานฯ อาจเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนของเดิมเพื่อใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและถ่ายทำภาพยนตร์
ความเชื่อมโยงกับจอมยุทธ:
ในนิยายหรือภาพยนตร์ โรงเตี๊ยมมักปรากฏเป็นฉากที่จอมยุทธมาพบปะพูดคุย หรือเป็นสถานที่นัดพบเพื่อทำภารกิจต่างๆ
ทำไมจอมยุทธถึงชอบมาโรงเตี๊ยม
จอมยุทธชอบมาโรงเตี๊ยมเพราะเป็นที่ที่สะดวกในการพักผ่อน รับประทานอาหาร ดื่มสุรา และเป็นแหล่งนัดพบเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารหรือวางแผนการเดินทาง
นอกจากนี้ โรงเตี๊ยมยังเป็นที่ที่จอมยุทธสามารถพบปะผู้คนหลากหลาย ตั้งแต่พ่อค้า วณิพก หรือแม้แต่คู่ปรับ ที่อาจนำมาซึ่งทั้งเรื่องราว การผจญภัย และโอกาสในการต่อสู้ได้
ที่พักและอาหาร:
โรงเตี๊ยมเป็นแหล่งพักผ่อนที่หาได้ง่ายระหว่างการเดินทาง ทำให้จอมยุทธมีที่หลบภัยจากอันตรายและได้พักฟื้นร่างกาย
แหล่งรวมข่าวสาร:
จอมยุทธมักจะใช้โรงเตี๊ยมเป็นที่รวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารเกี่ยวกับยุทธภพ การเคลื่อนไหวของสำนักต่างๆ หรือข่าวลือต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการวางแผนการเดินทางหรือการทำภารกิจ
แหล่งนัดพบ:
จอมยุทธจากต่างถิ่นหรือต่างสำนักอาจนัดพบกันที่โรงเตี๊ยมเพื่อเจรจาต่อรอง การประลองยุทธ์ หรือแม้แต่การวางแผนร่วมกัน
เสี่ยวเอ้อ
“เสี่ยวเอ้อร์” (小二) หมายถึง บริกรเพศชายตามโรงเตี๊ยม โรงน้ำชา หรือศาลาพักม้า
-คำว่า “เสี่ยวเอ้อร์ จะแปลว่า “ลำดับที่สอง” ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับบริกรเลย แต่การเรียกขานเช่นนี้ก็เนื่องมาแต่จีนสมัยโบราณ การเรียกชื่อเสียงเรียงนามจะมีใช้กันก็แต่ในหมู่ขุนนางและชนชั้นสูงที่มีการศึกษาเท่านั้น ชาวบ้านทั่วไป โดยเฉพาะในสมัยราชวงศ์ซ่ง (宋 ค.ศ. 960–1279) หยวน (元 ค.ศ. 1271–1368) และหมิง (明 ค.ศ. 1368–1644) ตอนต้น จึงนิยมใช้ตัวเลขในการเรียกขานแทนชื่อ บ้างก็ใช้ลำดับอาวุโสนับว่าเป็นอันดับที่เท่าไรในครอบครัว บ้างก็ใช้อายุของบิดามารดามารวมกัน เป็นต้น
——บริกรตามโรงเตี๊ยมจีนสมัยโบราณซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดา จึงได้รับการเรียกขานโดยใช้ตัวเลขว่า “เตี้ยนเสี่ยวเอ้อร์” (店小二 ) ซึ่งแปลว่า “อันดับสองของร้าน” เพราะเมื่อลำดับกันไป ผู้ที่เป็นอันดับหนึ่งของร้านก็ย่อมต้องเป็น “เตี้ยนเหล่าต้า” (店老大) หรือเจ้าของร้านแน่นอนโดยปริยายอยู่แล้ว
โฆษณา