ซึ่ง Capri Holdings เคยพยายามแก้สถานการณ์ด้วยการขายแบรนด์ Versace ให้กับบริษัท Tapestry เจ้าของแบรนด์แฟชั่นอย่าง Coach, Kate Spade แต่ก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากถูกคณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐฯ (FTC) ระงับไว้ เพราะเสี่ยงต่อการแข่งขันและราคาสินค้า
แต่หลังจากที่ Capri Holdings เคราะห์ซ้ำหลายครั้ง ดีลการเสนอซื้อ Versace จาก Prada Group ก็เจรจาได้สำเร็จลุล่วง
- กลับมาที่ฝั่ง Prada Group มองว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ จะทำให้พอร์ตโฟลิโอของบริษัทแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และเน้นย้ำว่าแบรนด์ Versace มีศักยภาพการเติบโตที่ยังไม่ถูกนำมาใช้อีกมาก
อย่างไรก็ตาม Prada Group ยังคงเผชิญความท้าทาย เนื่องจาก Versace ผ่านยุครุ่งเรืองมานานแล้ว
และในช่วงที่อยู่ภายใต้การบริหารของ Capri Holdings ดิไซน์ของ Versace ยังถูกดึงให้ไปตามกระแสความเรียบง่ายมากขึ้น จนเอกลักษณ์ความจัดจ้านแบบ Versace ถูกทำให้จืดลง พร้อมกับการปรับราคาให้สูงขึ้น
ดังนั้น Prada Group จึงต้องหาทางพลิกฟื้นเอกลักษณ์ หรือคิดค้นอะไรบางอย่างที่จะทำให้ Versace กลับมาน่าดึงดูดอีกครั้ง
เพราะแม้ชื่อของ Versace จะยังแข็งแกร่งในบางกลุ่ม แต่ถ้าไม่สามารถรีเฟรชภาพลักษณ์ให้เข้ากับยุคสมัยได้ ก็อาจกลายเป็นแบรนด์ที่ “คนจำได้ แต่ไม่อยากซื้อ”
แล้ว Prada Group จะสามารถพา Versace ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งได้หรือไม่ ก็คงต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิด..