4 ธ.ค. 2025 เวลา 12:14 • นิยาย เรื่องสั้น

#เด็กหญิงต้นข้าว ep43

เวลาผ่านไปปีเศษ นทีจัดการเร่งรัดเรื่องเรียนของตนเองจนเรียบร้อย จึงเดินกลับไทยเงียบ ๆ ไม่ได้บอกทางบ้านให้รับทราบ โดยหาเช่าที่พักอยู่ชั่วคราว โดยตั้งใจเพื่อจัดการปัญหาตนเองให้เรียบร้อยก่อน จึงจะกลับเข้าบ้านตนเอง
วันนี้ต้นข้าวปลอดโปร่งเป็นพิเศษเสร็จการเรียนตั้งแต่บ่าย ๆ จึงเดินกลับที่พักพอเดินผ่านประตูรั้วมหาวิทยาลัย ได้ยินเสียงเรียกชื่อ น้ำเสียงคุ้น ๆ คิดว่าตนหูฝาด เพราะเป็นเวลาที่ไม่มีคนพลุกพล่าน
สักพักก็มีเสียงเรียก "ต้นข้าว" ดังขึ้นมาก็แปลกใจ เพราะที่มหาวิทยาลัยไม่มีใครรู้จักชื่อต้นข้าว ส่วนใหญ่จะเรียกว่า "สิรี"
ต้นข้าวหันไปมองหาเสียงเรียก ได้พบชายยืนพิงอยู่ที่ประตู ยืนเพ่งมองอยู่พักเห็นชายดังกล่าวเดินมาหา พอเข้าใกล้เห็นชัด ต้นข้าวยืนมองหน้าอยู่นานด้วยความคิดถึง และยิ้มให้เรียกชื่อ
"พี่เอกกก..!!!..กลับมาเมื่อไร เรียนจบแล้วหรือค่ะ
"เรียนจบหมดแล้ว เหลือแค่รับปริญญา คิดถึง...มาก...เลยคิดว่าไม่รออยากกลับไทยแล้ว"
"ทำไมถึงมายืนอยู่ที่นี่ รู้ได้อย่างไรว่าต้นข้าวจะเดินผ่านประตูนี้ เวลานี้"
"พี่มีพรายกระซิบ ..ไหนที่พักของต้นข้าว พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าน่าอยู่ คนไม่พลุกพล่าน ต้นข้าวชอบมากหรือ"
"ได้รับความเมตตาจากคุณลุงค่ะ ที่กรุณาต้นข้าว"
"พ่อพี่ต้องดูแลต้นข้าวแน่นอน เพราะว่า..."
"อะไรหรือ...? ต้นข้าวไม่เข้าใจ "
"เดินไปห้องพักของต้นข้าวก่อนได้ไหม พี่อยากเห็น"
"ได้เลยค่ะ"
นทีคว้ามือต้นข้าวเดินข้ามถนนทันที
"พี่เอก เดินทางนี้ค่ะ เข้าซอยนี้นิดเดียวก็ถึงประตูเข้าบ้าน เป็นทางเข้าบ้านของป้าเจ้าของหอค่ะ แกอนุญาตให้ต้นข้าวเข้าทางนี้ได้ไม่ต้องเข้าทางหอพัก"
"นี่หรือห้องพักของต้นข้าวไม่ใช่หอพักทั่วไป เหมือนบ้านมากกว่า"
"่ค่ะ คุณป้าบอกว่าเดิมปลูกให้หลานมาเรียน เกิดเขาไปสอบได้ที่อื่น พอคุณลุงมาดูหอพัก คุณลุงผู้ชายที่เป็นเพื่อนกับพ่อพี่เอกเลยเสนอห้องนี้ให้เช่าค่ะ"
"ห้องน่าอยู่มาก มีห้องโถง และมีอีกห้องด้วยใครอยู่หรือ"
ไม่มีค่ะเขาสร้างเตรียมให้ญาติมาพัก แกบอกกับต้นข้าวว่าถ้าญาติมาก็พักได้ ห้องนั้นเปิดออกได้อีกทางด้านหลังค่ะ
ต้นข้าวมาอยู่ที่นี่จนเรียนจะจบแล้วไม่เคยใช้ห้องนี้เลยค่ะ"
พี่มาขอใช้ห้องนี้ได้ไหมออกคนละทางกับต้นข้าวก็ได้"
"พี่เอกจะมาพักทำไม ไหนบอกว่าเช่าห้องพักอยู่ ทำไมไม่กลับไปพักบ้านคะ"
"พี่ยังมีธุระบางอย่างต้องเคลียให้จบก่อน ถึงจะเข้าบ้าน ตรงนี้สะดวกดีกับภาระกิจของพี่ ขอพักที่ห้องนี้ได้ไหม พักแค่วันเดียวเอง"
"พี่เอกลองไปคุยกับเจ้าของดีไหมคะ ต้นข้าวไม่กล้ารับปาก"
"ไหนต้นข้าวบอกว่าห้องนี้อนุญาตให้ญาติพักได้ไม่ใช่หรือ"
"แต่พี่เอกไม่ใช่ญาติของต้นข้าวนี่"
"ถึงไม่ใช่ก็เกือบใช่แล้ว ครอบครัวพี่กับต้นข้าวก็สนิทกัน สมัยก่อนพี่ยังไปพักบ้านต้นข้าวออกบ่อย ๆ
พี่มีธุระแถวนี้อีกนิดหน่อยก็จะจบงานของพี่แล้ว อนุญาตให้พี่พักได้ไหม รับรองว่าพี่ไม่ทำให้ต้นข้าวเสียหายแน่นอน"
"ต้นข้าวไม่ได้กังวลประเด็นนั้น เราสองคนรู้จักกันมานาน จนต้นข้าวคิดว่าพี่เอกเป็นพี่ชาย"
นทีมองหน้าต้นข้าวนิ่งอยู่พักหนึ่ง ตอบน้ำเสียงน้อยใจ
" คิดกับพี่อย่างอื่นบ้างไม่ได้หรือ"
"ก็สนิทกับพี่เอกแบบพี่ชายนี่"
"ไม่คุยแล้ว..พี่หิวข้าวมากยืนดักรอต้นข้าวจนลืมกินกลางวัน กลัวพลาดไม่ได้เจอกัน ต้นข้าวพาพี่ไปหาของกินก่อนได้ไหม"
"บ่ายแล้วของขายแถวนี้ไม่มี ต้องเดินไปไกลอีกหน่อย เป็นร้านอาหารบ้าน ๆ บรรยากาศดีมีต้นไม้แยะเลย พี่เอกหายเมื่อยหรือยังต้องเดินไปสุดซอยนี้แล้วเลี้ยวซ้ายนิดหน่อย เขาขายอยู่ในบ้าน ต้นข้าวเคยไปกินอยู่หลายครั้ง กับเพื่อน ๆ บ้าง กับพี่รหัสบ้าง และครั้งสุดท้ายกับอาจารย์ที่ปรึกษา แกยังหนุ่มอยู่เลย แต่น่าจะมีอายุมากกว่าพี่เอก"
"มาเรียนที่นี่หลายปีจนจะจบแล้ว มีคนมามาจีบต้นข้าวแยะไหม ทำไม...?..มากินข้าวกับอาจารย์ตามลำพังสองคน"
ต้นข้าวมองหน้า นที แบบเคือง ๆ น้อยใจ แล้วตอบเรียบ ๆ ว่า
"ต้นข้าวมาเรียนหนังสือไม่ใช่มาเรียนเพื่อหาคนรัก"
"พี่ขอโทษ พี่ก็ถามไปเรื่อยไม่ได้จริงจังอะไร พี่รู้ดีว่าต้นข้าวเป็นเด็กเรียน"
"ตกลงพี่เอกจะไปกินข้าวไหม หรือว่าจะถามเรื่องพวกนี้"
"ไปกินข้าว พี่หิวแล้ว พาพี่ไปกินก่อน โกรธพี่หรือ พี่ขอโทษ"
นทีจับมือต้นข้าวเดินออกไป ต้นข้าวบิดมือไม่ยอมให้จับ เดินหน้าบึ้งนำหน้าไปลิ่ว
"ต้นข้าวรอพี่ก่อน พี่พูดถามไปอย่างนั้น ไม่ได้มีความหมายอะไรจริง ๆ"
"ถึงร้านแล้ว พี่เอกเลือกเลยจะนั่งตรงไหน"
"พี่ขอตรงซุ้มนั้นสุดท้ายเงียบดีไม่มีคนพลุกพล่าน
ต้นข้าวสั่งอาหารให้พี่ด้วยพี่ไม่รู้ว่าอะไรอร่อย
ยังเคืองพี่หรือ พี่ไม่ได้ตั้งใจอะไร แค่ทักถามเล่น ๆ ต้นข้าวจำได้ไหมว่าเรารู้จักกันมากี่ปีแล้ว"
"จำได้ พี่เอกถามทำไม"
"ก็พี่กลัวว่าต้นข้าวจะจำไม่ได้"
"ต้นข้าวเห็นพี่ครั้งแรกนั่งในรถมารับกอหญ้า นั่งหน้าบึ้งไม่มองใครเลย
พี่เอกเริ่มมาคุยกับต้นข้าวตอนมาเที่ยวบ้านปู่ครั้งแรกได้มาเห็นท้องนา ไปขี่ควาย ไปตกปลา กลางคืนไปจับกบ จากนั้นพี่เอกก็มาค้างอีกหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน มานั่งอ่านหนังสือคนเดียวไม่พูดคุยกับใคร บางครั้งก็มีของกินมาเอง
ครั้งสุดท้ายก็ไม่กี่ปีก่อนไปเรียนเมืองนอกที่พาคุณลุงมางานศพ แล้วแวะมาเยี่ยมปู่
"พี่ไม่ได้มาเยี่ยมปู่คนเดียวแต่พี่ตั้งใจมาเยี่ยมต้นข้าวด้วย ตอนที่ต้นข้าวพาพี่ไปวัดได้ไปกราบหลวงปู่และท่านผูกดวงให้พี่ ต้นข้าวลืมแล้วหรือ"
"ไม่ลืม แต่พูดรวม ๆ ให้ฟัง"
"จำได้ไหมว่าหลวงปู่ทำนายอะไรพี่บ้าง"
"พี่เอกจะถามทำไม ต้นข้าวไม่เข้าใจคำทำนายของหลวงปู่ก็ไปถามปู่ และปู่สอนต้นข้าวว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่เอกไม่ควรเข้าไปซักถาม"
"ตอนนี้พี่อยากให้ต้นข้าวถาม พี่จะได้บอกให้ต้นข้าวรู้และเข้าใจ"
"ไม่ถามแล้ว ต้นข้าวเชื่อที่ปู่สอนว่าไม่สมควร"
"นั้นพี่จะบอกให้ฟัง ต้นข้าวอยากฟังไหมว่าคืออะไร"
นทีมองหน้าต้นข้าวอยู่นาน รอฟังคำตอบ ต้นข้าวนิ่ง แล้วเอ่ยว่า
"พี่เอกบ่นหิวข้าวไม่ใช่หรือ กับข้าวมาแล้ว กินได้เลยเดี๋ยวไม่อร่อยนะ"
นทีมองหน้าต้นข้าวแล้วยิ้ม นึกในใจฉลาดเลี่ยงคำตอบ ไม่เป็นไร จะต้อนให้จนมุมให้ได้
หลังกินอาหารเสร็จ ต้นข้าวเรียกพนักงานคิดเงิน นทีทักท้วงขึ้น
"ทำไมต้องรีบให้ร้านคิดเงิน พี่อยากนั่งพักสักครู่ก่อนว่าจะสั่งไอศครีมมากิน
ต้นข้าวจำได้ไหมว่าติดหนี้พี่ที่จะเลี้ยงไอศครีมพี่"
"ติดหนี้ตอนไหน จำไม่ได้"
"ลองทบทวนได้ไหม"
"อ๋อ.. นึกออกแล้ว มันนานมากสมัยต้นข้าวเรียนมัธยมต้น เลี้ยงก็ได้ต้องมีดอกด้วยไหม สัญญาว่าเลี้ยงไอศครีถ้วยเดียวเอง"
"พี่ยังไม่อยากกินหรอก อยากคุยกับต้นข้าวมากกว่า ให้ร้านคิดเงินเลยไปนั่งคุยที่บ้านพักดีกว่า"
พนักงานนำบัตรชำระเงินค่าอาหารเรียบร้อย มาส่งคืนให้นที
"พี่เอกจ่ายเงินไปตอนไหน ต้นข้าวตั้งใจจ่ายเงินเอง"
"ต้นข้าวยังไม่ได้ทำงาน ไม่ต้องเลี้ยง พี่เต็มใจเลี้ยงยาวตลอดไป"
นทีจ้องมองหน้า ต้นข้าวก้มหลบตาไม่ตอบ
ทั้งสองคนเดินกลับที่พัก นทีคว้ามือต้นข้าวมาจับเดินไปด้วยกัน
"ต้นข้าวจำได้ไหม เมื่อก่อนตอนพี่ไปบ้านปู่ เวลาไปเดินไปไหน ตันข้าวจะจับมือพี่จูงไปตลอด"
"ที่จับไว้เพราะพี่เอกไม่ชินเดินตามท้องนา ต้นข้าวกลัวพี่สะดุดหกล้มต่างหาก"
"นั่นแหละที่ทำให้พี่ชินและรู้สึกอบอุ่นมาก จึงชอบอยากจับมือเช่นนี้ มันได้ทบทวนความหลังสมัยก่อนนั้นที่สนุกสนานและอบอุ่น
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่พี่มีความสุขมาก เพราะปกติพ่อไม่ค่อยมีเวลาให้กับพี่ ทำให้พี่เหงาและรู้สึกโดดเดี่ยว
หลังจากพี่ได้พบกับต้นข้าวที่มองโลกเป็นบวกไปหมด และสดใสมาก ทั้งที่ต้นข้าวก็กำพร้า แต่ปู่ก็ดูแลต้นข้าวให้เป็นเด็กที่สดใสแสนอบอุ่น ที่พี่ไม่เคยได้รับเช่นนั้นจากใคร
ต้นข้าวทำให้พี่มีมุมมองชีวิตใหม่หมด พี่สลัดโลกเดียวดายของพี่ออกไป แล้วคว้าโลกใหม่ของต้นข้าวมาแทน
ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้พี่ผูกพันกับต้นข้าวมาก พี่ไม่สามารถสลัดโลกของต้นข้าวออกไปจากชีวิตพี่ได้อีกเลย
ต้นข้าวเข้าใจที่พี่พูดไหม"
"ยังไม่เข้าใจ"
"เดี๋ยวเราไปคุยต่อที่บ้านพักนะ"
ธ กฤตยา
2568
โฆษณา