20 ธ.ค. 2025 เวลา 11:00 • ธุรกิจ

สิ่งที่เจ้าของ/ทีมบริหารของธุรกิจโรงงานอุตสหกรรม มักขอคำปรึกษาจากพวกเรา คือ…

🤔 Digital Transformation จะสามารถเข้ามาช่วยใน Area อะไรของธุรกิจได้บ้าง?
🤔 มีโอกาสอะไรที่เราสามารถคว้าได้บ้าง?
🤔 ถ้าไม่อยากให้การผลิตต้องชะลอ เราจะเริ่มจากตรงไหนก่อน?
วันนี้พวกเราเลยอยากนำ Insights ที่สำคัญมาแชร์ให้ทุกคนดูกัน 👇
ต้องขอเกริ่นก่อนว่า...ธุรกิจโรงงาน และการผลิต มีความท้าทายที่เฉพาะตัวและแตกต่างกันไปในแต่ละสายอุตสหกรรม
แต่ทุกๆที่ มักจะหนีไม่พ้น Process เหล่านี้เสมอ…
⬇️ Demand: การรับ Order ลูกค้า และจัดเก็บ Requirement
⬇️ Inventory: การจัดหา Material และจัดเก็บ
⬇️ Production: กระบวนการผลิต และตรวจสอบคุณภาพ
🏆 Logistic: การขนส่ง และส่งมอบอย่างถูกต้อง ตรงเวลา
📌 ความคาดเคลื่อนเพียงนิดเดียว อาจส่งผลกระทบได้ทั้ง Chain หากเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จะกลายเป็นคอขวดที่ขวางคุณจากการเติบโตได้ทันที
4 แกนหลักที่ REVISE แนะนำสำหรับโรงงานที่ต้องการทำ Digital Transformation วางระบบให้มีความเสถียร และสามารถต่อยอดในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
1️⃣ Production: เชื่อมต่อข้อมูลคำสั่งซื้อไว้ในระบบเดียว เพื่อให้สามารถ Forecast Demand และนำไปสู่การวางแผน Production ได้อย่างแม่นยำ สอดคล้องกับ Capacity ลด Lead Time และ Stock-Out
2️⃣ Inventory Transparency: ติดตามสถานะวัสดุ และสินค้าตั้งแต่ต้น-ปลายทางด้วย tracking ที่แม่นยำ ลดปัญหา Stock จม และการขนส่งผิดพลาด
3️⃣ Material & Vendor Coordination: ตั้ง Trigger สำหรับการสั่งซื้ออัตโนมัติโดยอ้างอิงจากข้อมูล Forecast และทำ SLA กับ Supplier ที่คุณไว้ใจ เพื่อลดความเสี่ยงของการขาดวัตถุดิบในช่วง Peak
4️⃣ Resource & Cost Tracking: บันทึกเวลาเครื่องจักร แรงงาน และต้นทุนต่อหน่วยแบบอัตโนมัติ เพื่อคำนวณ Cost per Unit จริง ช่วยให้สามารถตัดสินใจด้านราคาขายและปรับสายการผลิตได้ทันสถานการณ์
5️⃣ Maintenance: สามารถเก็บข้อมูลเครื่องจักรได้แบบ Real-Time เปลี่ยนแนวทางในการบำรุงรักษาจากเดิมที่ “ต้องรอให้มีอะไรเสีย” สู่การคาดการณ์ล่วงหน้า และปรับตัวได้ทันเวลา ช่วยให้ทีมงานสามารถ Monitor ประสิทธิภาพได้ในหน้าจอเดียว
📌 แล้วในการเริ่มต้นหละ…เราควรโฟกัสที่อะไรก่อน?
✨ เริ่มจาก 1 สายการผลิตก่อน เพื่อควบคุมความซับซ้อนของ Project และใช้เป็นต้นแบบให้กับสายอื่นๆ
✨ เชื่อมต่อระบบ Order และ Inventory ก่อนเสมอ เพราะมักเป็นจุดที่เกิดปัญหาบ่อยที่สุด
📌 เลือก KPI ที่สะท้อนการเติบโต เช่น…
✨ OTIF (On Time In Full): เพื่อสะท้อนคุณภาพการผลิต และการจัดส่ง
✨ Cost Per Unit: เพื่อดูว่าระบบใหม่สามารถช่วยลดต้นทุนได้จริงไหม
✨ Downtime Reduction: ระยะเวลาที่ต้องหยุดเครื่องจักร เพื่อไปแก้ปัญหาข้อมูลผิดพลาด
📌 หากคุณกำลังมองหา Tech Partner ที่มองภาพเดียวกับเจ้าของธุรกิจ ให้เราช่วยคุณสร้าง Digital Foundation ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์องค์กร
Let’s Simplify Your Success
📩 ติดต่อ REVISE ทาง Inbox เพื่อปรึกษาแนวทางในการทำ Digital Transformation ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ
#DigitalFoundation #REVISELIGHT #BusinessGrowth #SimplifyYourSuccess
โฆษณา