6 ธ.ค. 2025 เวลา 00:00 • นิยาย เรื่องสั้น

ลอร์ดเอลิซาเบธ ธอร์สในช่วงครอบครัวตกต่ำยากจน.

วันที่22 กรกฎาคม ศักราชอวกาศที่87 ตรงกับคริสต์ศักราชอวกาศที่2168 เมื่อเอลิซาเบธอายุได้9ปี จอมพลออทโท ฟอน เอสไชน์เซินผู้เป็นตาเสียชีวิตโดยกระทันหันในงานศพในฐานะวีรบุรุษแห่งชาติมีคนมาร่วมงานมากกว่า100ล้านคนแต่ว่าในงานศพรูดอล์ฟในยศพันเอกได้เข้ามาเหยียดหยามเอลิซาเบธ
รูดอล์ฟ : เป็นไงหล่ะยัยปอดเสื่อมท่านปู่เสียแล้วพ่อของข้าจะเป็นผู้นำตระกูลส่วนแกก็คงลงนรกไปไม่พรุ่งนี้ก็เร็วๆนี้อะนะ.
เอลิซาเบธ : นี่รูดอล์ฟฉันรู้ว่าคุณเกลียดฉันแต่นี่งานศพของคุณตา ให้เกียรติสถานที่หน่อย อยากด่ากันก็นอกงานไม่ใช่ที่นี่เข้าใจหน่อยสิ.
รูดอล์ฟ : ไอ้เด็กน้อยอย่างเจ้าไม่ต้องมาสอนมารยาทข้า ข้าอายุมากกว่าเจ้า20ปี ลูกชายข้า2คนยังอายุมากกว่าแกอีก ข้าไม่คุยด้วยแล้วข้าเบื่อ.
เมื่อรูดอล์ฟออกไปเอลิซาเบธได้เดินไปคุยกับผู้ใหญ่ในงานโดยที่เอเลร่าเข้ามาคุยด้วย
เอเลร่า : อลิสุ สังคมชายเป็นใหญ่ไม่ดีเลยว่าไหม.
เอลิซาเบธ : เอลี่ ฉันว่าไม่นะ รูดอล์ฟแค่กลัวจะหมดความสำคัญเพราะในตระกูลกำลังแก่งแย่งอำนาจและมรดกกัน เขาเลยต้องการทำให้ตนเองสูงกว่า หากเป็นฉันตัวฉันก็เชื่อว่าฉันก็จะทำแบบเขาเหมือนกัน.
เอเลร่า : แล้วอลิสุจะทำไหมล่ะ.
เอลิซาเบธ : สมบัติผลัดกันชมตอนนี้ฉันต้องการตายมากกว่า.
เอเลร่า : อย่าคิดอย่างนั้นเธอก็รู้ว่าเกิดมาไม่ง่ายที่จะมีทรัพย์สินจะคิดอะไรก็ช่วยเสียดายหน่อยเถอะ.
เอลิซาเบธ : ไม่รู้สิฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น.
แต่เอลิซาเบธกลับหันไปรอบๆและบอกว่าเสียงอะไร ใครอยู่ตรงนั้น ดวงตานี่มันบ้าบออะไร ออกไปให้หมด ทุกคนเห็นก็กังวลเพราะเอลิซาเบธที่ปกติจะเป็นคนเก็บอาการทำไมถึงพูดจาและทำตัวเหมือนเห็นภาพหลอนหนักแบบคนเป็นโรคจิตเภททำให้มาร์กาเร็ตรีบเข้ามาซ้ำเติมในทันทีเพราะมาร์กาเร็ตเกลียดน้องสาวคนนี้มากกว่าสิ่งใดทั้งนั้น.
มาร์กาเร็ต : นี่ไงที่ชั้นไม่อยากให้แกมาเป็นภาระของบ้านเรามากกว่านี้ไง.
เอลิซาเบธ : ไม่อยากเถียงด้วยหรอฉันเบื่อแล้ว.
มาร์กาเร็ต : ไปหาผัวรวยๆแล้วไม่ต้องกลับมาอีก.
เอลิซาเบธ : ความผิดฐานพรากเด็กและเยาวชนโดยการกระทำผิดตามประมวณกฎหมายอาญามาตราที่163วรรคที่1/1 หมวดว่าด้วยเด็กและเยาวชน กล่าวว่าการกระทำผิดในประมวณกฎหมายฐานการล่อลวง ล่วงละเมิดทางเพศ มีเพศสัมพันธ์ ข่มขืนกระทำชำเรามิว่ารูปแบบใดๆกับเยาชนอายุต่ำกว่า18ปีต้องระวางโทษจำคุก2ปี 4เดือนปรับไม่เกิน2,000ดอลล่าร์นิวโฮปหรือทั้งจำทั้งปรับมิรอลงอาญา.
แน่นอนว่าทำให้ผู้มีอำนาจและมาร์กาเร็ตรวมถึงหลายๆคนตกใจเพราะเอลิซาเบธในวัย9ปี สามารถจำบทลงโทษคดีอาชญากรรมทางเพศในเด็กและเยาวชนได้ทำให้มาร์กาเร็ตต้องออกไปด้วยความไม่พอใจมากๆ.
ต่อมาภายหลังงานศพได้2เดือนรัฐบาลสาธารณรัฐนิวโฮปถูกสาธารณรัฐดาวโลก(Earth Republic) ประกาศสงครามในขณะที่นิวโฮปกำลังมีปัญหาข้อพิพาททางชายแดนกับสหภาพเคเลอร์(Kepler Union) ทำให้นิวโฮปพ่ายแพ้เพราะนักการเมืองในรัฐสภายอมจำนนทำให้เสียดินแดน3ระบบสุริยะให้กับสหภาพเคปเลอร์และต้องเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตให้รัฐบาลโลก ต้องถูกจำกัดขนาดกองทัพจาก6ล้านนายให้เหลือเพียง1ล้าน2แสนนายเท่านั้น ทั้งต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามในสนธิสัญญาที่ชื่อว่าสนธิสัญญาปารีส.
ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองของนิวโฮปวุ่นวายทำให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ซึ่งพรรคที่ชนะคือพรรครีพับลิกัน(Republican) ซึ่งได้ประธานาธิบดีคนใหม่.
แต่ปัญหาจากสนธิสัญญาปารีสทำให้ประชาชนของนิวโฮปลำบากเพราะมีการขึ้นภาษีเพื่อนำไปจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามที่ดาวโลกเรียกร้อง เศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้คนตกงานทั่วประเทศและคนที่เดือดร้อนที่สุดคือชนชั้นกลางและชนชั้นใช้แรงงานในนิวโฮปรวมถึงตระกูลธอร์สเช่นกันทำให้ครอบครัวตระกูลธอร์สไม่มีเงินเพราะขาดรายได้ แม้เงินออมจะมีแต่ก็ไม่พอใช้เพราะราคาสินค้าแพง จนสุดท้ายต้องขายคฤหาสน์และไปอยู่ในอพาทเมนท์เล็กๆ ในขณะที่รวยและนายทุนไม่ได้เดือดร้อนอะไร.
เมื่อถึงวันที่16 มกราคม ศักราชอวกาศที่88 ตรงกับคริสต์ศักราชที่2169 เอลิซาเบธอายุ10ปี แม่ที่เห็นว่าครอบครัวกำลังเดือดร้อนเพราะต้องการส่งลูกเรียน งานก็ไม่มีเพราะคนตกงานทั่วประเทศและเห็นว่านายทุนส่วนใหญ่ไม่เดือดร้อนเลยไปขอความช่วยเหลือแต่ถูกปฏิเสธเพราะนายทุนให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ซึ่งในสมัยของจอมพลออทโทตระกูลธอร์สมีให้แต่เมื่อไม่มีท่านก็ทำให้ตระกูลธอร์สหมดประโยชน์ไป แม้ว่าเอเรียจะเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นสัจธรรมว่าทุกคนเห็นผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลักแต่เอลิซาเบธนั้นมองนายทุนเหล่านั้นอย่างโกรธแค้น.
ต่อมาในช่วงศักราชอวกาศที่88-90 ตรงกับคริสต์ศักราชอวกาศที่2169-2171 เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาได้แต่ครอบครัวกำลังลำบากอเล็กซานเดอร์ที่เป็นลูกชายคนเดียวของบ้านก็เลยออกไปทำงานในแรงงานที่ค่าแรงต่ำเพื่อหาเงินเพราะมาร์กาเร็ตไม่ทำงานอะไรแต่เมื่อเอลิซาเบธวัย12ปีเห็นว่าพี่ชายวัย19ปีต้องออกไปทำงานหนักตนเองเลยลาออกจากโรงเรียนเพื่อไปช่วยพี่ชายทำงานและตัวเธอก็ได้สนัขสายพันธุ์Great Pyreneesตัวเมียมาหนึ่งตัวโดยเธอตั้งชื่อให้ว่าแอนนี่(Annie) และเป็นเพื่อนที่เอลิซาเบธสนิทที่สุดนอกจากเอเลร่า.
งานที่เอลิซาเบธได้ไปทำเพื่อหาเงินให้ครอบครัวคืองานในโรงงานเย็บผ้าซึ่งใช้แรงงานเด็กไร้สวัสดิการเพราะเมืองหลวงไม่ใช่เบอร์ลิน(Berlyn)อีกต่อไปแต่จะย้ายไปอยู่ที่เมืองบิสทาค(Bistach) ทำให้เบอร์ลินจึงกลายเป็นเมืองที่วุ่นวายไม่มีการพัฒนามากมายอะไรธุรกิจสีเทาก็มีเยอะแต่แม้เงินจะต่ำแต่เอลิซาเบธก็ทำงานอย่างขยันโดยเธอเชื่อว่าหากขยันก็จะช่วยครอบครัวเธอได้แต่ทำงานไปเป็นปีก็ไม่ได้ค่าจ้างที่คุ้มค่าทำให้เธอเลยเปลี่ยนบุคลิกไป.
โดยจากเป็นคนที่จะอยู่เงียบกลายเป็นคนที่สอนหนังสือให้เด็กๆคนอื่นๆด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง รุนแรง ความเกลียดชังเข้าไปในคำพูดแม้จะไม่มีคำแต่เสียงชัดเจน เธอต้องการสงคราม เธอเริ่มจะไม่เชื่อว่าทุกคนเท่าเทียมกันอีกต่อไปเพราะแม้ว่าเธอจะทำงานหนักยังไงเธอก็ยังไม่ได้รับค่าแรงที่เหมาะสม.
เอลิซาเบธ : ความเท่าเทียมน่าตลก มันจะไปมีอยู่จริงได้ยังไงกัน นี่มันไร้สาระ เอ่อใช่แล้วถ้าฉันไม่ชอบงานทำไมไม่ลาออกเลย ไม่ได้ถ้าคุณลาออกแล้วที่บ้านจะอยู่ยังไง ฉันคิดว่าคุณควรจะทำสงครามกับดาวโลกพวกมันโกงเรา ไม่ได้คุณต้องโค่นรัฐบาลและทุนนิยมบ้านี่ก่อน พอทีเลิกเถียงกันได้แล้วฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้นวันนี้จะสอนหนังสือให้เด็กๆแล้ว.
ทุกๆคนในโรงงานได้ยินที่เอลิซาเบธพูดและเริ่มกังวลเพราะเอลิซาเบธพูดคนเดียวหลายครั้งเป็นภาษาหลายครั้งก็ไม่และไม่ใช่การคุยแบบท่องจำแต่เป็นการถกเถียงกันไม่ใช่การใช้เหตุผลแต่มันคือการสนทนาด้วยอารมณ์แต่พยายามจะหาเหตุผลมาเพื่อรองรับเท่านั้น.
ในวันที่9 กุมภาพันธ์ ศักราชอวกาศที่90 ตรงกับคริสต์ศักราชที่2171 ในเมืองเซรอล(Seral) ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจทางเหนือของดาวหลวงนิวโฮปเกิดเหตุหิมะถล่มอย่างรุนแรงเป็นภัยพิบัติระดับชาติแต่รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่เอลิซาเบธที่เชื่อว่าชีวิตของตน1ชีวิตมีค่าเท่ากับชีวิตคนทั้งเมืองเลยเดินทางไปช่วยเหลือด้วยตัวคนเดียวทั้งที่ร่างกายไม่รองรับ.
เธอบุกเดี่ยวเอาถุงยังชีพเข้าไปช่วยประชาชน ช่วยเด็กและคนแก่อพยพเพราะเธอศึกษาเส้นทางและขั้นตอนการอพยพมากอย่างดี โดยที่อเล็กซานเดอร์กับเอเลร่าเข้ามาช่วยในหน้าที่อื่นๆ บางคนไม่อพยพเอลิซาเบธก็ตะโกนเสียงดังฟังชัดจนยอม สุดท้ายใช้เวลา20ชั่วโมงสามารถอพยพได้ทั้งเมืองแต่หิมะได้ถล่มอย่างหนักเข้าในเมืองเอลิซาเบธได้รับการแจ้งเตือนให้หนีแต่เธอไม่สนใจและยืนดูพายุจนมันโถมทับตัวและเมื่อตื่นมาอีกทีเธออยู่คนเดียวในเมืองร้างขาซ้ายก็หักและเริ่มไปเป็นเลือดแต่เธอกลับดีใจ
เอลิซาเบธ : ดีเลยแบบนีนี่แหละชีวิตฉันคนเดียวเท่ากับประชาชน2ล้านคนในเมืองนี้ไม่ตายมันสุดยอดไปเลยไม่ใช่หรือไงกัน แปลว่าคนเราไม่เท่ากันจริงๆด้วยเยี่ยมแต่ขาหักก็ไม่เป็นไรถือว่าจะได้ฆ่าตัวตายที่สมบูรณ์แบบที่สุดเลยแล้วกัน.
เอลิซาเบธได้หยิบมีดมากรีดมือขวาและเขียนบนกำแพงด้วยเลือดว่าข้าพเจ้าขอเลือกการตายด้วยตนเองเพื่อเป็นเกียรติแด่ความภาคภูมิใจของข้าพเจ้าและวงศ์ตระกูล(Ich wähle meinen eigenen Tod, um meinen Stolz und den meiner Familie zu ehren.)
เธอได้ยิ้มออกมาและนำมีดแทงเข้าที่คนข้างขวาด้วยมือข้างซ้ายเธอยิ้มออกมาเพราะเธอต้องการเลือกจุดจบเองไม่ใช่การถูกเลือกให้แต่เธอกลับหมดสติไปและตื่นมาอีกทีที่โรงพยาบาลเพราะเธอเสียเลือดหนักแต่เพราะแอนนี่ลากเธอมาเลยรอดชีวิตมาได้.
เมื่อเอลิซาเบธรอดชีวิตมาได้เธอไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่เพราะเธอต้องการเลือกจุดจบด้วยตนเองไม่ใช่รอดโดยที่ไม่ได้เลือกแต่ยังไงซะเธอก็ขอบคุณแอนนี่ที่อุตส่าลำบากลุยหิมะหน้าเป็นเมตรเพื่อมาช่วยชีวิตแม้ว่าเธอจะไม่ต้องการก็ตาม.
ธงชาติสาธารณรัฐนิวโฮป(New Hope Republic).
โดยที่สาธารณรัฐนิวโฮปนั้นเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยมีดาวนครหลวงคือดาวนครหลวงนิวโฮป ในระบบดาวอัลเฟเซีย(Alfesia) ผู้ก่อตั้งคือจอมพลออทโท ฟอน เอสไชน์เซิน แห่งพรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมนิวโฮ และรัฐบาลปัจจุบันเป็นขอวพรรครีพับลิกัน ประเทศเป็นระบอบสาธารณรัฐโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขและผู้นำรัฐบาล.
อเล็กซานเดอร์ ฟอน ธอร์ส(Alexander von Thors)
พี่ชายของเอลิซาเบธและเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวเป็นคนขยันทำมาหากินเขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีฉลาด รักน้องสาวอย่างเอลิซาเบธมาก.
แอนนี่(Annie)
สุนัขที่เอลิซาเบธเลี้ยงแบบสมาชิกในครอบครัวและเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่เอลิซาเบธมี.
โฆษณา