8 ธ.ค. 2025 เวลา 00:00 • หนังสือ

Amor fati ปรัชญาโอบรับความทุกข์

สมมุติว่าผู้อ่านสามารถมองเห็นอนาคตของชีวิตทั้งหมดของคุณ คุณจะพบชะตากรรมร้ายแรงบางอย่างที่เป็นโศกนาฏกรรม แต่มันก็เป็นชีวิตที่มีความสุขเช่นกัน
เนื่องจากอนาคตนี้ยังไม่เกิดขึ้น คุณยังสามารถเลือกได้ว่าจะไปตามเส้นทางชีวิตที่เห็นหรือไม่ คุณจะเลือกอนาคตของคุณแบบไหน อนาคตที่มีแต่เรื่องดี หรืออนาคตที่มีสุขกับทุกข์ปนกัน
ในทำนองเดียวกัน หากคุณสามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปในอดีต คุณจะแก้ไขปรับปรุงหรือไม่? บางทีคุณอาจลบด้านไม่ดีออกให้หมด เหลือแต่ด้านดี ทำให้เป็นชีวิตที่มีแต่ความสุข? คุณจะเลือกทางนั้นไหม?
เราทุกคนมีชีวิตที่มีทั้งสุขและทุกข์ปนกัน เรามักได้รับการสอนหรือแสดงให้เห็นว่าความทุกข์คือสิ่งที่น่ารังเกียจ ควรหนีให้ห่างไกล
2
นั่นขึ้นอยู่ว่าเรามองความทุกข์อย่างไร คือสิ่งที่ต้องหนี หรือสิ่งที่เราโอบรับ?
โอบรับความทุกข์? ล้อเล่นหรือเปล่า?
แนวคิดโอบรับความทุกข์ไม่ใช่คอนเส็ปต์ใหม่ และไม่ใช่ของใหม่ มันมีมาตั้งแต่กรีกโบราณ ภาษาละตินว่า amor fati แปลตรงตัวว่า รักชะตากรรม หรือรักชะตาของตนเอง
เอพิคทีตัส (Epictetus) นักปรัชญากรีกพูดถึงแนวคิดนี้ นอกจากนี้ก็ยังปรากฏในงานเขียนของจักรพรรดิโรมัน มาร์คัส ออรีลิอัส (Marcus Aurelius) แม้จะไม่ได้ใช้คำนี้ตรง ๆ
เอพิคทีตัสเกิดมาเป็นทาส แต่กลายเป็นนักปรัชญา เขาเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ ภายนอกอยู่เหนือการควบคุมของเรา เราจึงควรยอมรับอย่างสงบ แต่เราก็รับผิดชอบต่อชีวิตของเราเอง
1
เอพิคทีตัสเขียนว่า “จงอย่าแสวงหาทางที่สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างที่ท่านต้องการ แต่จงหวังว่าสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นตามทางของมัน แล้วท่านจะเป็นสุข”
amor fati จึงเป็นทัศนคติอย่างหนึ่งในการมองชีวิต มองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ทั้งสุขและทุกข์ เป็นสิ่งที่ดีแล้ว จึงโอบรับได้
2
โฆษณา