6 ธ.ค. 2025 เวลา 17:33 • นิยาย เรื่องสั้น

#เด็กหญิงต้นข้าว ep50

เวลาผ่านไปจนต้นข้าวเรียนจบ นทีโทรคุยกับรุ่นพี่ขอให้ต้นข้าวทำงานใช้ทุนที่โรงพยาบาลนี้
"สิรีได้คะแนนเกรดสูงสุด คงไม่ยากหรอกที่จะให้ทำงานที่นี่ มาคราวก่อนทำไมไม่บอกว่าสิรี เป็นน้อง แต่นามสกุลไม่เหมือนกันนี่"
"พี่หมอ เรื่องคัดตัวนักศึกษาที่จะรับทุนไปเรียนต่อสรุปใครจะได้รับทุน"
"กรรมการเสนอชื่อไปแล้วสองคนเป็นผู้ชายทั้งคู่ สิรีแกไม่ถนัดสาขาด้านนี้ก็เลยตัดออกไป"
"โล่งอก"
"อะไรทำไมดีใจ สิรีเขาไม่เสียใจหรือ"
"ผมดีใจเพราะยังไม่อยากให้เขาได้ทุนไปเรียนช่วงนี้"
"ดีใจด้วยเหตุผลอะไร พี่ว่ามันทะแม่ง ๆ นะ"
"ไว้วันหลังผมเล่าให้ฟัง แค่นี้ก่อนนะครับ"
เสียงอีกฝ่ายวางหู หมอประพันธ์ พึมพัม
"เจ้าเอกนี่แปลก มีแต่คนถูกตัดสิทธิ์จะเสียใจ หมอนี่กลับดีใจน่าสงสัย"
หมอประพันธ์ได้เจอกับต้นข้าว แจ้งให้ทราบว่าคณะกรรมการพิจารณาว่าได้เสนอให้นักศึกษาชายสองคนไปยังเจ้าของทุนเป็นผู้พิจารณาว่าใครจะได้รับทุน
"สิรีอย่าเพิ่งหมดหวังนะ ยังมีทุนให้มาเรื่อย ๆ "
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูยังไม่พร้อมด้วยค่ะ ช่วงนี้อยากดูแลปู่ไปก่อน เพราะที่ตรวจสุขภาพแล้วเจอโรคประจำตัวที่ต้องรักษา"
"อาจารย์จำไม่ได้ว่าปู่ของสิรีป่วยโรคอะไรบ้าง"
"โรคคนแก่ที่เป็นเหมือน ๆ กันค่ะ มีเบาหวาน ความดัน เริ่มมีตามัว ตบท้ายหัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่มีอีกอย่างผลยังไม่ออกมาค่ะ"
" ไว้อาจารย์ตามผลให้ สิรีเป็นญาติของนายเอกหรือ เห็นเขามาถามผลการได้ทุนกับอาจารย์ ว่าเราได้รับการพิจารณาไหม พอบอกว่าไม่ได้ กลับดีใจ แล้วตัวเราดีใจหรือเสียใจ"
"ตอนนี้หนูยังไม่พร้อมไปไหนค่ะ กับพี่เอกเรานับถือเสมือนพี่น้องค่ะ เพราะสองครอบครัวสนิทกัน"
"แต่ทำไมเขาต้องดีใจ "
"ไม่ทราบค่ะ อาจารย์ต้องถามกับพี่เอกโดยตรง"
"อีกเรื่อง อาจารย์ขอตัวเราให้ทำงานใช้ทุนที่โรงพยาบาลนี้ ไม่ต้องไปทำที่อื่น อาจารย์อยากได้เราไว้เป็นผู้ช่วย เงินเดือนได้รับเท่ากับข้าราชการบรรจุใหม่ และก็มีค่าตอบแทนล่วงเวลาในวันหยุดที่ต้องอยู่เวร เราจะว่าอย่างไร"
"หนูขอบคุณอาจารย์ค่ะ ทำให้สะดวกในการพาปู่รักษาตัวด้วยค่ะ หนูคงต้องให้ปู่พักอยู่ที่นี่ไปก่อนสักระยะค่ะ"
"ช่วงนี้เพิ่งเรียนจบ เอาไว้ให้เราพักผ่อนไปก่อนแล้วอาจารย์จะดูว่าจะให้เราเริ่มทำงานได้เมื่อใด"
หมอประพันธ์เดินไปสักครู่หันมาบอก
"สิรีเจอกับนายเอกบ่อยไหม บอกเขาด้วยว่าอาจารย์อยากคุยธุระ"
"ได้ค่ะถ้าได้เจอกันหนูจะบอกให้ค่ะ"
เสาร์อาทิตย์ต่อมา นทีมาหาต้นข้าวตามปกติ พอพบหน้ากัน ต้นข้าวก็แจ้งเรื่องหมอประพันธ์อยากพบตัว
"พี่เอกเป็นเพื่อนกับอาจารย์หมอประพันธ์ด้วยหรือคะ"
"ทำไมหรือ พี่หมอแกเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนมัธยมหลายปี มารู้จักกันตอนแกจบไปแล้ว แต่พี่เขามาช่วยจัดกีฬาหาทุนมาให้ทุกปีก็เลยสนิทกัน ช่วงที่พี่ไปเรียนเมืองนอกก็ได้ติดต่อกันบ้าง พอพี่กลับมาก็เลยแวะไปเยี่ยมถึงรู้ว่าแกเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของต้นข้าว"
อาจารย์ก็มาถามว่าเป็นพี่น้องกันทางไหน ต้นข้าวบอกไปว่าสองครอบครัวก็พอจะสนิทกัน พี่เอกว่างก็ไปพบด้วยนะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะคิดว่าต้นข้าวไม่บอกพี่เอก"
"พี่หมอแกไม่ได้มีธุระอะไรหรอก แกมีเรื่องข้องใจกับพี่อยู่บ้างในเรื่องพี่กับต้นข้าวทำไมสนิทกัน พี่ก็ยังไม่บอกอะไร"
"ถึงมิน่าอาจารย์มาซักกับต้นข้าว แต่ก็ไม่บอกอะไรไปเหมือนกันค่ะ"
"ความจริงพี่จะไปบอกเรื่องเราสองคนให้พี่หมอทราบเหมือนกัน แต่เห็นว่าพี่แกกำลังพิจารณาคัดเลือกตัวนักศึกษาที่จะเข้ารับทุนไปเรียนต่อ พี่เห็นว่ามีชื่อของต้นข้าวอยู่ด้วย ก็เลยไม่บอกอะไร เกรงว่าจะเกิดครหาในทางลบ พอพี่หมบอกว่าต้นข้าวไม่ได้รับการพิจารณา พี่ก็เลยแสดงความดีใจออกไป ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ต้นข้าวได้รับการพิจารณา แต่ไม่อยากให้เกิดปัญาว่ากรรมการเลือกพรรคพวก"
"ที่จริงต้นข้าวก็ยังไม่พร้อม ช่วงนี้อยากดูแลปู่ไปก่อนสักระยะหนึ่ง และปู่อยากเห็นต้นข้าวเป็นหมอรักษาคนไข้ด้วย ก็เคยคิดว่าคงรอไปอีกระยะค่อยคิดเรื่องการเรียนต่อ"
"ไว้รอให้เราแต่งงานกันก่อนค่อยไป พี่จะได้ตามไปด้วยในระหว่างต้นข้าวเรียน พี่ก็จะได้หางานสอนหนังสือไปด้วย "
"พี่เอกต้องรอให้แต่งงานกันก่อนจึงค่อยให้ต้นข้าวไปเรียนหรือค่ะ ถ้าเกิดต้นข้าวหาทุนได้เร็ว ๆ นี้ก็อดไปใช่ไหม"
"ไม่ใช่ ที่พี่จะไปด้วยเพราะเป็นห่วงถ้าพี่ตามไปทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน พี่ก็เกรงว่าคนทั่วไปจะมองแฟนพี่ไปในทางที่ไม่เข้าใจ พี่ก็เลยคิดป้องกันประเด็นนี้ อีกอย่างพี่ไม่อยากอยู่ห่างไกลกับต้นข้าวแล้ว เวลาคิดถึงมันทรมานใจ ที่ผ่านมาพี่ต้องทนคิดถึงต้นข้าวนานมาก เพราะพี่ไม่อยากแสดงอะไรออกมาช่วงที่ต้นข้าวยังเรียนเพราะจะทำให้ต้นข้าวเสียหายได้"
ต้นข้าวยิ้ม จับมือนทีมา กอด
"ขอบคุณพี่เอกค่ะที่พยายามรักษาเกียรติให้ต้นข้าวในช่วงนั้น"
"พี่อยากรู้จังเลยว่าช่วงที่พี่ขาดหายไป ไม่ส่งจดหมายมาหาต้นข้าว แต่ใช้ส่งผ่านมาทางปู่มาถึงต้นข้าวอีกต่อ ต้นข้าวคิดถึงพี่บ้างไหม"
"ไม่บอกค่ะ พี่เอกคิดเอาเองก็แล้วกัน"
"แสดงว่าเราก็มีใจตรงกันมาตลอดใช่ไหม"
"ต้นข้าวไปดูปู่ก่อนนะคะว่าตื่นหรือยัง ให้กินยาเมื่อกลางวันบ่นว่าง่วงนอน"
"เลี่ยงไม่ยอมตอบคำถามพี่หรือ ไม่เป็นไร พี่ก็จะถามบ่อย ๆ จนกว่าต้นข้าวจะยอมพูดออกมา"
นทีนึกในใจ เรียนจบแล้วต้องตื้อให้ยอมแต่งงานให้ได้
หลังที่นทีกลับเข้าถึงบ้านพัก ก็หารือกับบิดาเรื่องอยากแต่งงานกับต้นข้าวไว ๆ
“ผมอยากแต่งงานกับต้นข้าวไว ๆ พ่อช่วยผมคิดหน่อยว่าจะทำอย่างไรดี ผมพูดกับต้นข้าวหลายครั้งแล้ว เธอก็ขอให้ผมรอไปก่อน ต้นข้าวอายุราว 24-25 ปี ผมก็ย่างเข้า 30 ปีแล้ว ถ้าดูถึงวัยก็น่าจะแต่งงานกันได้ เธอก็เรียนจบแล้วด้วย เพื่อนผมหลายคนก็แต่งงานกันไปแล้ว”
“เอกรบเร้าช่วงนี้คงจะยาก เพราะต้นข้าวอยากดูแลปู่ด้วยตัวเขาเอง ถ้าจะให้สำเร็จมีคนเดียวที่ต้นข้าวจะฟัง คือปู่ของแก
“เอกลองทบทวนดูว่าจะหาทางคุยกับปู่ได้อย่างไร พ่อว่าครูคงไม่ขัดถ้าเอกมีเหตุผลที่ดี”
”ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าจะคุยเช่นใด“
”เอก อาว่า เราต้องเกริ่นกับคุณสายก่อนดีไหม อามอง ๆ ดูว่า แกก็อยากได้เรามาเป็นเขยเต็มแย่ แต่แกไม่รู้จะคุยแบบไหนกับครูให้เกิดความคิดที่จะให้ต้นข้าวได้เป็นฝั่งเป็นฝาในช่วงนี้“
”เรื่องคุยกับอาสายไม่ยากครับ“
”เออ..พ่อคิดว่าเราช่วยกันมองหาทุนให้ต้นข้าวไปเรียน ครูแกห่วงต้นข้าวอยู่แล้ว คงไม่อยากให้ไปเรียนตามลำพัง ถ้าสายเขาช่วยกระตุ้นว่าควรให้ต้นข้าวแต่งงานก่อนแล้วค่อยไปเรียน
พ่อว่าน่าจะได้ผล พ่อเชื่อว่าครูอาจเรียกเอกไปคุย“
เรื่องการหาทุนผมพอช่วยหาได้ แต่ถ้าให้ดีผมคงต้องขอให้พี่หมอประพันธ์ร่วมมือ พ่อจำพี่หมอได้ไหมครับ เมื่อก่อนผมเคยพาแกมานอนค้างที่บ้านนี้หลายครั้ง”
“อาจำได้ แกชอบคุยเรื่องแกอยากให้เอกเรียนหมอให้ปู่เราฟังบ่อย ๆ เอาอย่างนี้ลองชวนแกมากินข้าวที่บ้าน บอกว่าอาถามถึง พ่อเราอาจจำแกไม่ได้เพราะช่วงนั้นพ่อทำงานอยู่ต่างจังหวัด”
“ดีเลยครับ พี่หมอแกอยากพบผมอยู่แล้วเรื่องต้นข้าว แกสงสัยว่า ผมสนิทกับต้นข้าวสนิทกันได้อย่างไร
ผมคิดว่าถ้าพี่หมอบอกว่ามีทุนอยากให้ต้นข้าวไปเรียนด้านที่ต้นข้าวอยากเป็นหมอเด็ก ต้นข้าวต้องอยากไป แล้วผมก็ขอแรงอาช่วยกล่อมอาสาย เรื่องควรให้ต้นข้าวแต่งงานก่อนไปเรียนต่อ”
“เอกจะไปหาทุนได้อย่างไร”
“ไม่ยากครับ คุณสมิทธ์ ที่มาแต่งงานกับกอหญ้าแกทำงานธุรกิจด้านการแพทย์แกคงพอช่วยดูให้ได้ และตอนนี้แกก็มาแต่งงานกับกอหญ้าอยู่ด้วยแล้ว คงคุยกันง่ายขึ้น”
“พ่อไม่รู้เรื่องเลย กอหญ้าไม่เห็นบอกพ่อว่าสมิทธ์ทำงานด้านนี้”
“ที่ผมพอรู้เรื่องนี้เพราะสมิทธ์เขามาปรึกษาผมอยากมาขยายตลาดทางภาคพื้นเอเซีย ก็เลยคิดจะมาตั้งฐานที่ประเทศไทยคครับ“
”วางแผนกันดี ๆ นะ อย่าให้ครูแกคิดว่าเรามีแผนขึ้นมา รับรองว่าเอกชวดได้แต่งกับต้นข้าวแน่ ๆ“
”ครับผมจะระวังเรื่องนี้ แต่ผมก็เคยคุยกับปู่ไว้บ่อย ๆ แล้วว่า ถ้าต้นข้าวเกิดได้ทุน ผมขอแต่งงานเพื่อตามไปด้วยจะได้ดูแลต้นข้าว
คืนนี้ผมจะโทรไปคุยกับสมิทธ์ดู และต้องไม่ให้กอหญ้ารู้เรื่อง เพราะรายนั้นเก็บความลับไม่อยู่
เรื่องชวนพี่หมอมากินข้าวที่นี่คงจะนัดเสาร์หน้า อาว่างไหมครับ“
”ได้จ้า ไว้อาจะคิดรายการอาหารก่อนว่าจะเลี้ยงอะไรดี เอาแบบทำง่าย ๆ ที่ไม่ใช่ตั้งใจ ดีไหม พรุ่งนี้เช้าอาจะบอกนะว่าจะเลี้ยงอะไรดี"
เช้าวันรุ่งขึ้นน้ำฝนบอกเรื่องอาหารกับหลานชาย
"เอกไปบอกพี่หมอของหลานว่าอาถามถึง อยากให้มากินกลางวันที่บ้าน อาได้สับปะรดมา จะทำขนมจีนซาวน้ำกิน จำได้ว่าพี่หมอของเอกเคยชอบกิน "
"ได้เลยครับ ผมก็ชอบกิน ผมอยากชวนต้นข้าวมาด้วยจัง แต่ก็พามาไม่ได้"
"ไม่เป็นไรอาจะทำแยกให้เอกเอาไปฝากครูเสม คุณสาย และต้นข้าวกิน ตอนบ่าย ๆ เราก็หิ้วไปได้"
"วันนี้ช่วงบ่ายผมไม่มีสอน ผมจะแวะไปหาพี่หมอชวนมากินขนมจีนซาวน้ำ "
ช่วงบ่าย นทีขับรถมาจอดไว้ที่หอพัก แล้วเดินไปที่โรงพยาบาล สวนกับหมอประพันธ์ นทีรีบเรียกทักเลยทันที
"พี่หมอครับ ไปไหนมาครับเดินรีบเชียว"
"ไอ้เสือมาพอดีมีข่าวดีจะบอก กำลังจะให้สิรี ไปบอกอยู่เชียว"
"ผมก็มีข่าวมาบอกพี่หมอด้วย"
"คุยกันที่ห้องพี่ เรามีคำตอบมาบอกพี่แล้วใช่ไหม"
"เรื่องอะไรครับ"
"ลืมไปแล้วหรือว่าพี่ถามเราเรื่องอะไร "
เมื่อเดินมาถึงห้องทำงาน
หมอประพันธ์เอ่ย
"เอกมีข่าวอะไรจะบอก พูดก่อนเลย เรื่องของพี่ต้องคุยยาว"
"มีคนเขาคิดถึงพี่หมอฝากผมมาบอก"
"ใครกันที่ฝากเรามาบอกพี่"
"พี่หมอจำอาน้ำฝนของผมได้ไหม"
"จำได้ อาเราชอบทำอาหารมาเลี้ยงพี่บ่อยมาก"
"อาผมเกิดบ่นขึ้นมาว่าได้สับปะรดมาหลายลูก ทำให้คิดถึงพี่หมอที่ชอบกินขนมจีนซาวน้ำ ให้ผมมาชวนพี่หมอไปแวะกินที่บ้านวันเสาร์ บ่นว่าไม่ได้เจอหน้ากันหลายปีแล้ว อาเขาไม่รู้ว่าพี่หมอมาทำงานที่ รพ นี้ เมื่อคืนนั่งคุยกันเรื่องพี่หมอช่วยดูแลปู่ อาเขาจำชื่อได้เลยให้ผมาบอกว่าคิดถึง จะทำขนมจีนซาวน้ำให้กินวันเสาร์นี้"
"ว้า...เสาร์นี้พี่ไม่ว่างรับปากแม่บ้านไว้แล้วจะพาเขาไปเที่ยวกับลูก ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยมีเวลาให้เขาเลย พอเขาบอกพี่ก็ต้องรีบพาเขาไปพักผ่อน"
"ไม่เป็นไรครับ ไว้พี่ว่างวันไหนบอกมาก็ได้ อาน้ำเขาอยากพบไว้พี่หมอก็พาแฟนพี่มาด้วยก็ดีครับ
"พี่หมอมีเรื่องอะไรครับ"
ธ กฤตยา
2568
โฆษณา