Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Bigmama ชวนอ่าน
•
ติดตาม
7 ธ.ค. 2025 เวลา 15:17 • ข่าวรอบโลก
ชีวิตสุดพลิกผันของอดีตเศรษฐีนีจีน จากแม่ค้าแผงลอยสู่ลูกหนี้แสนล้าน
.
โจวเสี่ยวกวง เด็กสาวชนบทที่เริ่มต้นด้วยเงินเพียง 20 หยวน (ราว 90 บาท) จนสร้างอาณาจักรธุรกิจที่มีมูลค่ากว่าหลายแสนล้านบาท และต่อมากลายเป็นเศรษฐีนีอันดับต้นๆ ของจีน ในงานแต่งงานของเธอเมื่อปี 1985 เธอได้รับเกียรติจากเหล่าอภิมหาเศรษฐีของจีนอย่างแจ็คหม่า และ หวังเจี้ยนหลิน
.
แต่เพียงเวลาไม่นาน เส้นทางที่เคยพุ่งสูงกลับดิ่งลงอย่างรวดเร็ว จากเจ้าของธุรกิจที่มีบริษัทกว่าร้อยแห่ง เธอกลายเป็นผู้ถูกฟ้องและถูกตราหน้าว่าเป็น “บุคคลผู้ล้มเหลวทางเครดิต” อาณาจักรที่เคยมีมูลค่าเกือบ 7 หมื่นล้านหยวน (ราว 3.15 แสนล้านบาท ) พังทลายลงในพริบตาภายในเวลาเพียงสองปี
.
เมื่อปี 2019 กลุ่มบริษัทของเธอประสบปัญหาหนี้สินพุ่งสูงถึง 3.57 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.61 แสนล้านบาท) และถูกขึ้นบัญชีดำฐานะผู้ไร้เครดิต ทั้งยังถูกดำเนินคดีมากถึง 72 ครั้ง
.
โจวเสี่ยวกวง เกิดในปี 1962 ในครอบครัวชนบทในมณฑลเจ้อเจียงที่มีสมาชิกครอบครัวถึง 7 คน เธอซึ่งเป็นพี่สาวคนโตจำเป็นต้องลาออกจากโรงเรียนตอนอายุ 16 ปีเพื่อทำงานหาเลี้ยงครอบครัวด้วยเงินทุน 20 หยวน (ราว 90 บาท) ที่แม่ให้ เพื่อใช้เดินทางไปยังเซี่ยงไฮ้ไปตั้งแผงลอยรับจ้างปักผ้า หนึ่งเดือนผ่านไปนอกจากจะไม่ได้กำไรแล้วยังต้องคอยหนีเทศกิจจนล้มป่วย ทำให้ต้องกลับมาพักฟื้นที่บ้านอยู่ครึ่งปี
.
ปี 1979 เธอตัดสินใจออกเดินทางอีกครั้ง ครั้งนี้เธอเลือกเดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ท่ามกลางอากาศหนาว -40 องศาเซลเซียสในเขตต้าซิง เธอแบกของหนักกว่าร้อยชั่งเพื่อไปตั้งแผงขายของ และทำรายได้ถึง 380 หยวน (ราว 1,717 บาท) ในเวลาไม่ถึง 40 วันซึ่งเทียบเท่าค่าแรงของคนทั่วไปที่ทำงานครึ่งปีในยุคนั้น
.
7 ปีต่อมา เธอตระเวนค้าขายทั่วประเทศจีน ทำให้เก็บเงินได้กว่า 20,000 หยวน (ราว 90,400 บาท) และกลายเป็นเจ้าของเงินหมื่นหยวนรายเดียวในหมู่บ้าน
.
ปี 1985 เธอแต่งงานกับอวี๋อวิ๋นซินผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็กเหมือนกัน ทั้งคู่บุกเบิกตั้งแผงขายของจิปาถะและเครื่องประดับที่ตลาดขนาดเล็กเมืองอี้อู ทั้งสองแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน คนหนึ่งออกไปหาซื้อสินค้าส่วนอีกคนเฝ้าแผงขายของ ในปีแรกก็ทำกำไรถึง 200,000 หยวน (ราว 904,000 บาท)
.
ในปี 2000 NEOGLORY JEWELRY (新光饰品) สร้างชื่อโด่งดังในงานแสดงอัญมณีนานาชาติที่ฮ่องกงทำให้ดึงดูดลูกค้าจากกว่า 50 ประเทศ ต่อมาในช่วงความสัมพันธ์จีน-สหรัฐเริ่มผ่อนคลายหลังเหตุการณ์ 911 เธอรีบเปิดตัวเครื่องประดับลายธงชาติอเมริกันและนกพิราบขาวสันติภาพทำให้เธอขายดีเป็นอย่างมาก
.
ตามรายงานของ National Business Daily ในช่วงพีคขั้นสุดคือในทุกๆคนจีน 10 คนที่ใส่เครื่องประดับ จะมี 7 คนที่ใส่เครื่องประดับแบรนด์ NEOGLORY JEWELRY โจวเสี่ยวกวง จึงได้รับฉายาว่า “ราชินีเครื่องประดับ”
.
อย่างไรก็ตาม เธอยังรู้สึกว่าตัวเองยังไปได้อีก เพราะแม้ธุรกิจเครื่องประดับจะไปได้ดีแต่กำไรบางมาก เพราะกำไรส่วนใหญ่ตกไปอยู่กับพ่อค้าคนกลาง แม้ว่าเธอจะเคยพยายามสร้างแบรนด์ไฮเอนด์โดยร่วมมือกับเซลีนดิออน และ หยางหลัน เจ้าของสื่อชาวจีนชื่อดังเพื่อก่อตั้งบริษัทเครื่องประดับ แต่สุดท้ายกลับไม่ประสบความสำเร็จ
.
ปี 2003 โอกาสพลิกชีวิตมาถึง เมื่อกระแสกลุ่มนักเก็งกำไรอสังหาฯ จากเมืองเวินโจวเริ่มกวาดซื้อที่ดินทั่วจีนและรัฐบาลก็ออกนโยบายส่งเสริมภาคอสังหาริมทรัพย์ โจวเสี่ยวกวงจึงตัดสินใจก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ซินกวง (Xinguang Real Estate) และซื้อกิจการอสังหาริมทรัพย์เจ้อเจียง (Zhejiang Wanxia Real Estate Group) ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดจากธุรกิจเครื่องประดับไปสู่อสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัว
.
ดูเผินๆ เหมือนเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด แต่แท้จริงแล้วกลับเป็น จุดเริ่มต้นของหายนะ
รายงานข่าวของสื่อจีนระบุว่า ในปี 2003 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ว่านเซี่ย (Wanxia Real Estate Group) ได้ซื้อที่ดินผืนหนึ่งข้างศูนย์การค้าอี้อูในราคา 600 ล้านหยวน (ราว 2.71 พันล้านบาท) เพื่อสร้างตึก Fortune Building
.
หลายคนจึงมองว่าหากซื้อที่ดินแล้วจะสามารถทำกำไรได้ทันที แต่ทว่าตึก Fortune Building กับศูนย์การค้าอี้อูไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ทำให้ผู้เช่าจำนวนกว่า 800 คนต่างขาดทุน รวมถึงบริษัทของโจวเสี่ยวกวง
.
หลังขาดทุนคนทั่วไปอาจหยุดอยู่แค่นั้น แต่โจวเสี่ยวกวงกลับทำตรงกันข้าม เธอเร่งขยายอาณาจักรให้เร็วกว่าเดิม ไม่ว่าจะอสังหาริมทรัพย์ การเงิน อินเทอร์เน็ต และเกษตรสมัยใหม่ เธอบุกเข้าไปในทุกวงการอย่างเต็มตัว จนในปี 2016 กลุ่มบริษัทซินกวงมีบริษัทในเครือและบริษัทที่ถือหุ้นอยู่เกือบ 100 แห่ง รวมถึงบริษัทที่ร่วมลงทุนอีกกว่า 40 แห่ง มีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงถึง 80,000 ล้านหยวนหยวน (3.61 แสนล้านบาท)
.
หากย้อนดูเส้นทางสู่การล่มสลายของซินกวงกรุ๊ปนั้น มีเค้าเริ่มมาตั้งแต่ปี 2011 ที่บริษัทได้ออกพันธบัตรจำนวน 12 ชุดมาใช้เพื่อชำระคืนเงินกู้ธนาคารและเสริมสภาพคล่อง พูดง่ายๆ คือ กู้ใหม่มาใช้หนี้เก่า
.
ความล้มเหลวของโจวเสี่ยวกวงไม่ใช่เพราะขาดความพยายามหรือไม่ฉลาด แต่เกิดจากการก้าวกระโดดใหญ่เกินไป เธอสามารถทำธุรกิจเครื่องประดับที่มั่นคงและทำรายได้ปีละกว่า 100 ล้านหยวน (ราว 452 ล้านบาท) ได้สบายๆ แต่เธอกลับเลือกที่จะข้ามสายไปทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เมื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังไม่มั่นคง เธอก็ยังไปลงทุนในการเงิน อินเทอร์เน็ต และการเกษตร แผนธุรกิจยิ่งขยายใหญ่ หนี้สินก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
.
เพื่อกอบกู้สถานการณ์ เธอจึงต้องกู้หนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่า และนี่คือ “วงจรแห่งความตาย” เพราะยิ่งหนี้มาก ต้นทุนทางการเงินก็ยิ่งสูง จนหนี้ทับถมจนล้มละลายไปในที่สุด
.
หลายปีก่อน เมื่อให้สัมภาษณ์สื่อ เธอยังคงมั่นใจและเชื่อมั่นว่าเธอจะกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง แต่ในความเป็นจริง ความหวังนั้นกลับริบหรี่เพราะพออายุเริ่มมากแล้วกำลังและความสามารถแทบไม่เหลือพอและอีกเรื่องคือเธอถูกห้ามทำธุรกรรมในตลาดหลักทรัพย์เป็นเวลา 10 ปี ทำให้หลายเรื่องยากที่จะลงมือจัดการด้วยตัวเอง
.
.
📧 ติดต่อเรา Email:
info@jeenthainews.com
.
#สู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับ #เป็นหนี้
โดย : Jeenthai Business Inside
https://www.facebook.com/share/p/17ZEtxmubi/
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย