7 ธ.ค. 2025 เวลา 23:26 • ไลฟ์สไตล์
กรณีของคุณสองนา ต่างจากเคส The Icon กับเคสวัดพระบาทน้ำพุค่ะ เพราะผู้เสียหายทั้งหมด ล้วนเป็นคนที่ใกล้ชิดกับเธอ เช่นเพื่อนๆสนิทในแก๊งนางฟ้า และกลุ่มผู้ปกครองที่รร.นานาชาติที่ลูกๆของเธอเรียนอยู่
ในทางจิตวิทยาเรียกการฉ้อโกงในลักษณะนี้ว่า affinity fraud ซึ่งแตกต่างจากการหลอกลวงแบบอื่นๆค่ะ เพราะมันไม่ใช่การหลอกที่ใช้ความกลัวหรือความโลภเหมือนพวกแก๊ง call center หรือ romance scam หลอกให้รัก
แต่ affinity fraud
ใช้ความรู้สึก "ไว้เนื้อเชื่อใจ" มาเป็นตัวหลอก
ซึ่งผู้ตกเป็นเหยื่อจะรู้สึกเจ็บปวดกว่า
เมื่อเทียบกับการโดนหลอกโดยวิธีอื่นๆ
เมื่อมองจากฝั่งของเหยื่อหรือผู้โดนหลอก affinity fraud ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆได้แก่
• trust capital — เหยื่อมีความเชื่อใจต่อเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
• reciprocity trap — กับดักความเกรงใจ เช่นเขาเคยช่วยหรือเคยทำอะไรดีๆให้เรา เป็นพี่ใหญ่ในแก๊ง มีบุคลิกผู้นำ ใจถึงพึ่งได้ เป็นต้น
• social proof — คือการที่เราเห็นคนรอบข้าง แล้วก็คล้อยตามหรือทำสิ่งนั้นด้วย ตย.เช่นเห็นเพื่อนๆในกลุ่มทำ เราก็มีแนวโน้มที่จะทำตาม
ถ้ามองจากฝั่งคนหลอก (ยกเฉพาะกรณีคุณสองนา ดิวอริสรา รวมถึงพวกดาราเซเลปอีกหลายคนที่ชีวิตพังเพราะอวดรวย) ต้นเหตุไม่ใช่กิเลสความโลภเสียทั้งหมด
แต่คือสิ่งที่เรียกว่าแรงกดดันทางอัตลักษณ์ (identity pressure) ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะในสังคมที่มีแต่คนรวยและประสบความสำเร็จ
พวกเขาสร้างเปลือกปลอมๆขึ้นมา จะเพราะ wannabe หรือเพราะเคยมีปมชีวิตอะไรก็แล้วแต่ แล้วก็ติดแหง็กอยู่ในเปลือกนั้น หาทางออกไม่ได้ ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง ปีนขึ้นไปแล้วหาบันไดลงไม่ได้ ฯลฯ กระทั่งฝีแตกในที่สุด
กรณีของคุณสองนา มันจี๊ดส์ใจตรงที่เธอไปหลอกพ่อแม่ผู้ปกครองในรร.ที่ลูกเธอเรียนอยู่นี่สิ!!
ความเป็นมานุดของเธอ
ไม่ได้ช่วยให้เธอฉุกคิดหรือตระหนักถึงผลกระทบ
ที่ลูกๆของเธอจะได้รับจากการกระทำของเธอเลยหรือ!!
คนเรา แม้ moral resistance ต่ำ แต่อย่างน้อย สัญชาตญาณความเป็นแม่ ควรมีสักแว๊ปที่เธอนึกถึงลูกๆของเธอมิใช่ฤา ลูกๆจะเติบโตหรือใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรถ้าพ่อแม่ประพฤติตนเช่นนี้ เคสนี้คงกล่าวได้ว่า..
ความเป็นมานุดแม่ของคุณสองนา
พ่ายแพ้ต่อ identity pressure ที่เธอสร้างขึ้นมาเอง
1
โฆษณา