8 ธ.ค. 2025 เวลา 06:56 • หุ้น & เศรษฐกิจ

#CLS 1 ปี ผลตอบแทน 4 เท่า

Celestica (CLS) ถือเป็นบริษัทระดับโลกในอุตสาหกรรม Electronic Manufacturing Services (EMS) ที่กำลังได้รับการจับตามองอย่างมากในฐานะ "Proxy" ของหุ้นกลุ่ม AI เนื่องจากเป็นผู้ผลิตโครงสร้างพื้นฐานด้านฮาร์ดแวร์ให้กับยักษ์ใหญ่ Hyperscalers (เช่น Google, Microsoft, AWS)
Business Model & โครงสร้างธุรกิจ
Celestica ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโซลูชันห่วงโซ่อุปทานครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ วิศวกรรม ไปจนถึงการผลิตและบริการหลังการขาย โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 เซกเมนต์หลัก:
- Connectivity & Cloud Solutions (CCS): คิดเป็นรายได้ประมาณ 67% (ปี 2024)
- เน้นกลุ่มสื่อสารและองค์กร (Enterprise & Communications)
- ตัวเร่งหลัก: การเติบโตของ Data Center และ AI ที่ต้องการ Hardware Platform Solutions (HPS) เช่น สวิตช์เครือข่ายความเร็วสูง (800G) และเซิร์ฟเวอร์ AI
- Advanced Technology Solutions (ATS): คิดเป็นรายได้ประมาณ 33%
- เน้นกลุ่มที่มีความซับซ้อนและ Margin สูงกว่า เช่น การบินและอวกาศ (Aerospace), ป้องกันประเทศ, อุตสาหกรรม, HealthTech และเครื่องมือผลิตชิป (Capital Equipment)
ปี 2025 ราได้รวม โต 20% กำไร โตระเบิดเกือบ 100% จาก $428M. >>> เกือบ $900M. GPM% ดีขึ้น 2% มาสู่ 12% NPM% มาที่ 6.4% ดีขึ้น 2%
แยกรายได้ตามกลุ่มธุรกิจ (Revenue by Segment)
Celestica ปรับพอร์ตธุรกิจอย่างชัดเจนเพื่อเข้าสู่กลุ่ม AI ที่มีกำไรสูง โดยแบ่งสัดส่วนรายได้ล่าสุดดังนี้:
1. Connectivity & Cloud Solutions (CCS) - สัดส่วนรายได้ ~67%:
2. รายได้หลัก: มาจากผู้ให้บริการ Cloud ยักษ์ใหญ่ (Hyperscalers) เช่น Google และ Microsoft
3. กลุ่มสินค้า: เน้นผลิต Hardware Platform Solutions (HPS) เช่น AI Server, Switch ความเร็วสูง (800G และ 1.6T) และระบบ Storage ความหนาแน่นสูง
4. การเติบโต: เป็นกลุ่มที่โตแรงที่สุด (ล่าสุดกลุ่ม HPS โตถึง 79% YoY) เนื่องจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI พุ่งสูงขึ้น
- Advanced Technology Solutions (ATS) - สัดส่วนรายได้ ~33%:
- กลุ่มสินค้า: การบินและอวกาศ (Aerospace), อุปกรณ์ป้องกันประเทศ, เครื่องมือแพทย์ และระบบควบคุมอุตสาหกรรม
- ลักษณะธุรกิจ: ให้ Margin สูงกว่า แต่รอบการผลิตยาวกว่า (Long cycle) ช่วยสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงให้กับบริษัท
Celestica มีฐานการผลิตหลักอยู่ในเอเชีย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน:
1. ประเทศไทย (Thailand) - สัดส่วนรายได้ ~53%:
• ไทยคือ "ฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุด" ของ Celestica ทั่วโลก โดยเฉพาะโรงงานที่แหลมฉบัง ซึ่งรับผิดชอบการผลิตสินค้าในกลุ่ม AI และ Data Center สัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทจึงเกิดขึ้นที่นี่
2. ประเทศมาเลเซีย และ จีน (Malaysia & China):
- เป็นฐานการผลิตสำคัญอันดับรองลงมา รองรับกลุ่ม ATS และ CCS บางส่วน
3.อเมริกาเหนือ (North America) - สัดส่วนรายได้ ~20%:
* เป็นสำนักงานใหญ่ (แคนาดา) และฐานการผลิตในสหรัฐฯ ที่เน้นกลุ่ม Aerospace และ Industrial ที่ต้องการความปลอดภัยสูงและใกล้ชิดกับลูกค้า
Expansion ทิศทางการขยายธุรกิจ และงบลงทุน ปีหน้า 2026
Celestica กำลังอยู่ในช่วงขยายฐานการผลิตอย่างหนักเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ AI ที่ล้นมือ
- การขยายในไทยและมาเลเซีย: บริษัททุ่มงบลงทุน (CapEx) ประมาณ 1.5% - 2.0% ของรายได้ต่อปี เพื่อขยายโรงงานใหม่ โดยเฉพาะในไทยที่กลายเป็นฮับสำคัญของอุปกรณ์เครือข่าย AI ระดับโลก
- เป้าหมายการขยายตัว: เน้นเพิ่มกำลังการผลิตในกลุ่ม High-speed Switches และ AI/ML Compute platforms เพื่อรองรับการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Jabil และ Flex
- เป้าหมายรายได้อนาคต: บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2026 ไว้สูงถึง 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ (ก้าวกระโดดจาก 1.2 หมื่นล้านในปี 2025)
P/E ตอนนี้ 54-60
ROE ~40%
EPS โบรกประเมินแถว $8-$9 ปีหน้า 2026
โฆษณา