8 ธ.ค. 2025 เวลา 15:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

รับมือ “Yen Carry Trade” ที่ใกล้จบ

นักลงทุนควรเตรียมรับมือความผันผวนยังไง เมื่อแหล่งเงินทุนใหญ่สุดของโลกกำลังเปลี่ยนจุดยืน
คุณเคยสงสัยไหมว่าเงินทุนมหาศาลไหลเวียนไปทั่วโลกได้อย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ "ท่อส่งเงิน" สำคัญท่อหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน? เป็นเวลาหลายทศวรรษที่กลยุทธ์ทางการเงินที่เรียกว่า "Yen Carry Trade" ได้ทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินทุนราคาถูกหล่อเลี้ยงตลาดทั่วโลก แต่บัดนี้ กลยุทธ์ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Yen Carry Trade คืออะไร ทำไมมันถึงกำลังเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงนี้มีความหมายอย่างไรต่อเศรษฐกิจโลก
[ 💰 Yen Carry Trade คืออะไร? กลยุทธ์ "ยืมถูก-ลงทุนแพง" ]
หัวใจของ Yen Carry Trade คือการที่นักลงทุนจะกู้ยืมเงินเยนที่มีต้นทุนการกู้ยืมต่ำ (อัตราดอกเบี้ยต่ำ) เพื่อนำเงินนั้นไปลงทุนในตลาดอื่นทั่วโลกที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ที่มีรายได้คงที่หรือสินทรัพย์เสี่ยง โดยก่อนหน้านี้ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศสุดท้ายที่ดอกเบี้ยนโบยายติดลบ
ปัจจุบัน (ปี 2568) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ในการประชุมล่าสุดเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา (เปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยปัจจุบันที่ 1.50% ต่อปี)
แม้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่ BOJ ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสำหรับปี 2568 และส่งสัญญาณว่าอาจมีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต หากเศรษฐกิจแข็งแกร่งและเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น
โดยความเป็นไปได้ที่ BOJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 18-19 ธันวาคม 2568 ได้เพิ่มขึ้นเป็น 75% จากเดิมประมาณ 60% ภายหลังสุนทรพจน์ล่าสุดของผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) นายคาซูโอะ อุเอดะ ที่ได้กล่าวต่อผู้นำภาคธุรกิจในเมืองนาโกยาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568
พูดให้เห็นภาพก็ชัดๆ ก็คือ เพื่อนของคุณในญี่ปุ่นที่เคยเสนอให้ยืมเงินโดยแทบไม่คิดดอกเบี้ยเลย คุณรับเงินนั้นมาแล้วนำไปลงทุนในโครงการที่ต่างประเทศซึ่งให้ผลตอบแทน 5% หลังจากคืนเงินให้เพื่อน กำไร 5% นั้นก็เป็นของคุณทั้งหมด ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา นักลงทุนทั่วโลกทำแบบนี้ในสเกลที่ใหญ่มากโดยใช้ "เงินเยน" ของญี่ปุ่น แต่ตอนนี้เพื่อนคนนั้นกำลังจะคิดดอกเบี้ยแล้ว!
1
ด้วยเหตุนี้ ญี่ปุ่นจึงถูกเรียกว่าเป็น "สกุลเงินสำหรับระดมทุน" (funding currency) และเป็น "ผู้ส่งออกสภาพคล่อง" (exporter of liquidity) รายใหญ่ของโลก เพราะอัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นนั้น "ต่ำกว่าส่วนอื่น ๆ ของโลกอย่างเห็นได้ชัด" มาโดยตลอด
แล้วเงินที่กู้ยืมจากญี่ปุ่นเหล่านี้ไหลไปที่ไหนบ้าง?
- ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น พันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาและยุโรป
- สินทรัพย์เสี่ยง (Risk assets) รวมถึงหุ้นทั่วโลก และแม้กระทั่งสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrencies)
- อสังหาริมทรัพย์ BNN Bloomberg รายงานว่านักลงทุนในหลายประเทศ เช่น ประเทศอย่างฮังการีก็กู้ยืมเงินเยนดอกเบี้ยต่ำเพื่อไปซื้ออสังหาริมทรัพย์
กลยุทธ์ที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบนี้ใช้ได้ผลมาเป็นเวลานาน แต่อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำของญี่ปุ่น กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป
[ 🇯🇵 ผลกระทบ เมื่อญี่ปุ่น "ดูดเงินกลับ" ]
สถิติจาก Bloomberg ชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี (JGBs) ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 7 เท่า จาก 0.25% ไปอยู่ที่ 1.8% นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2022
และ เมื่อ "ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย" (interest rate differentials) ระหว่างญี่ปุ่นและประเทศอื่น ๆ แคบลง ประกอบกับต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (hedging costs) ทำให้กลยุทธ์ Carry Trade "มีความน่าสนใจน้อยลง หรือแม้กระทั่งไม่ทำกำไรอีกต่อไป"
การสิ้นสุดลงของ Yen Carry Trade จะก่อให้เกิดผลกระทบหลัก ๆ 2 ประการ
3
1.ท่อเงินของโลกอาจตีบตันลง (Global Liquidity Drain)
การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่าแหล่งเงินทุนที่สำคัญของตลาดโลกอาจถูกตัดขาด และเกิดภาวะสภาพคล่องทั่วโลกถูกดูดออกไป และย่อมทำหน้าที่เป็น "แรงต้าน" (headwind) ต่อการเพิ่มขึ้นของราคาสินทรัพย์ทั่วโลก พูดง่าย ๆ ก็คือ มีเงินในระบบให้ลงทุนน้อยลงนั่นเอง
1
2. ความผันผวนในตลาด
1
ภาพรวมของสินทรัพย์หลักในญี่ปุ่นกำลังสะท้อนถึงปฏิกิริยาของตลาดต่อความไม่สอดคล้องกันของนโยบายอย่างชัดเจน การที่รัฐบาลใช้จ่ายอย่างมหาศาลในขณะที่ธนาคารกลางกำลังจะขึ้นดอกเบี้ยได้สร้างความกังวลในหมู่นักลงทุน และนำไปการเทขาย ทั้ง หุ้น พันธบัตรและค่าเงินเยน
6
- หุ้น (Equities) แม้ว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะเคยพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดัชนี Nikkei ทะลุระดับ 52,000 จุดเป็นครั้งแรก ก่อนที่จะกลับทิศทางในเดือนพฤศจิกายน แต่แนวโน้มในอนาคตยังคงขึ้นอยู่กับความสำเร็จของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการฟื้นฟู GDP ที่อ่อนแอ ซึ่งล่าสุดอยู่ในภาวะหดตัว
10
- พันธบัตร (Bonds) ตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) กำลังเผชิญกับ "การเทขายที่ควบคุมไม่ได้" (uncontrolled sell-off) ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ สะท้อนถึงความกังวลอย่างหนักต่อวินัยทางการคลังของประเทศ
12
- เงินเยน (The Yen) แม้อัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ค่าเงินเยนกลับอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ถึงการไหลออกของเงินทุนจากญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญ โยชิดะ ผู้เชี่ยวชาญด้านสกุลเงินจาก Monex ได้วิเคราะห์ถึงสองสถานการณ์ที่เป็นไปได้ในอนาคต คือ เงินเยนอาจอ่อนค่าลงต่อเนื่องจากการไหลออกของเงินทุน หรือ อาจแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเกิดกรณี "ฟองสบู่" ในตลาดหุ้นโลกแตก ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการเทขายเงินดอลลาร์สหรัฐ
[ 👉 สาเหตุที่ญี่ปุ่นต้องพลิกเกมคือความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจในบ้าน ]
1
เศรษฐกิจญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภาวะ "การเติบโตที่อ่อนแอ" (marabund growth) และซบเซามาเป็นเวลานาน เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้เสนอ "มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่" มูลค่ากว่า 135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพยุงการเติบโตของ GDP
1
มาตรการดังกล่าวประกอบด้วย
- เงินอุดหนุนด้านพลังงาน
- การลดหย่อนภาษี
- เงินช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนการบริโภค
1
อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายมหาศาลนี้ก็สร้างความกังวลต่อนักลงทุนเกี่ยวกับภาระหนี้ของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันให้เกิดการเทขายพันธบัตรและส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
ที่น่าสนใจคือ นักการเมืองคนสำคัญอย่างนายกซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้อ้างอิงคำพูดจากการ์ตูนมังงะชื่อดังเรื่อง "Attack on Titan" ("ผ่าพิภพไททัน") เพื่อเชิญชวนการลงทุนจากต่างชาติว่า "Just shut your mouths. Invest everything in me!" (いいから黙って全部俺に投資しろ - "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ลงทุนทั้งหมดมาที่ฉันซะ!") และสรุปด้วยประโยคที่ว่า "Japan is back. Invest in Japan." (ญี่ปุ่นกลับมาแล้ว ลงทุนในญี่ปุ่น)
การผสมผสานระหว่างอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้จึงจะทำให้ญี่ปุ่นและทั้งโลกตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าจับตาและไม่แน่นอนอย่างยิ่ง
[ 👀 สิ่งที่เราควรจับตา ]
จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ มีประเด็นสำคัญ 3 ข้อที่น่าจดจำและต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด:
1. "เงินฟรี" ไม่มีอีกแล้ว ยุคของการกู้ยืมเงินเยนราคาถูกเพื่อไปลงทุนทั่วโลกน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในญี่ปุ่นกำลังสูงขึ้น
2. โลกอาจมีเงินลงทุนน้อยลง การเปลี่ยนแปลงนี้อาจหมายถึงเงินทุนในตลาดโลกที่ลดน้อยลง ซึ่งอาจนำไปสู่การเติบโตที่ช้าลงและความผันผวนที่สูงขึ้น
3. ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนเกม ญี่ปุ่นกำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของตนเองและดึงดูดการลงทุนกลับบ้าน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากบทบาทเดิมที่เป็นผู้ส่งออกเงินทุนให้กับโลกมาอย่างยาวนาน
ท้ายที่สุด การเปลี่ยนแปลงทางการเงินที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นไกลตัวในญี่ปุ่น กลับมีพลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินทั่วทั้งโลกได้อย่างมหาศาล
#aomMONEY #YENCarryTrade #Investment #การเงิน #การลงทุน #เงินเยน
โฆษณา