8 ธ.ค. 2025 เวลา 13:55 • นิยาย เรื่องสั้น

เอลิซาเบธ ธอร์สหัวกิลด์ใหญ่ของพรรคคณะชาติ.

ภายหลังจากการที่เอลิซาเบธ ธอร์สช่วยรูดอล์ฟให้ไม่โดนประหารได้สำเร็จ จนในวัน18 พฤศจิกายน ศักราชอวกาศที่91 เอลิซาเบธ ธอร์สได้เชิญนักประดิษฐ์และนักพัฒนาอาวุธที่ตกงานเพราะเศรษฐกิจไม่ดีเข้ามาทำงานในบริษัทHein-Juncker Waffengesellschaft เพื่อพัฒนาด้วยงบประมาณและสวัสดิการที่เอลิซาเบธ ธอร์สได้ลงทุนเข้าไปในบริษัทของตนโดยไม่ได้ใช้เงินลงทุนแต่นำเงินส่วนตัวมาจ่ายก็ทำให้บริษัทสามารถผลิตอาวุธคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็วและเอลิซาเบธ ธอร์สได้สร้างระบบการเก็บข้อมูลที่ดีเยี่ยมทำให้ไม่มีการโดนคัดลอก.
โดยที่เอลิซาเบธ ธอร์สต้องการจะหาช่องทางการจำหน่ายที่ทำให้เธอได้กำไรเพื่อนำมาจ่ายภาษีเพื่อให้ประเทศมีเงินใช้ได้ง่ายที่สุดคือการที่เธอเชิญกลุ่มก่อการร้ายที่ก่อการร้ายในดาวอาณานิคมของดาวโลกเข้ามาพบเพื่อคุยธุรกิจกัน
เอลิซาเบธ ธอร์ส : Hallo คุณซาลาโน่ คามันญ่า โคเมซ ผู้ก่อการร้ายที่มีชื่อเสียงและเป็นที่หมายหัวของรัฐบาลโลกที่สุด ข้าพเจ้าเอลิซาเบธ ธอร์สยินดีต้องรับ.
ซาลาโน่ : คุณหนูเอลิซาเบธ ธอร์สนักเขียนที่โด่งดังทีุ่ดในเวลานี้และเป็นคนที่รัฐบาลโลกต้องการฆ่าให้ตายที่สุดในประวัติศาสตร์.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : ถ้างั้นเราก็คุยกันได้ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าคุณโคเมซ พอดีว่าคุณกำลังลำบากเพราะรัฐบาลโลกไม่ได้ไร้ความสามารถอย่างที่คิดไว้ถูกต้องไหม.
ซาลาโน่ : จะคิดงั้นก็ได้แต่ผมก็ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรอกนะ.
เอลิซาเบธ ธอร์สคิดสักครู่พร้อมกันคือเธอได้หันตาไปในลักษณะของขวาบนเลื่อนไปทางซ้ายบนต่อด้วยเลื่อนไปทางซ้ายล่างตามด้วยการเลื่อนไปทางขวาล่าง จบด้วยการเลื่อนไปทางซ้ายล่างอีกครั้งก่อนจะยิ้มบริเวณปากข้างซ้ายซึ่งซาลาโน่ที่รู้พฤติกรรมของคนก็ไม่เข้าใจเพราะไม่ใช่การขยับตาแบบมีพิรุตแต่เป็นการขยับแบบมีรูปแบบ
เอลิซาเบธ ธอร์ส : คุณทราบไหมว่าความพ่ายแพ้เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้ามิอาจจะยอมรับมันได้และข้าพเจ้าเกลียดมันมากกว่าตัวข้าพเจ้าเอง.
ซาลาโน่ : เกลียดตัวเองน่าขำก็เห็นอยู่ว่าเธอรวยมากกว่าหลายๆคนอีก.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : ไม่ ไม่ใช่ ความจริงแล้วข้าพเจ้าเกิดมาจน และตอนนี้ก็จนอยู่ต้องอาศัยอยู่ในอพาทเมนท์ราคา20,000ดอลล่าร์ต่อปีถือว่าจนมาก.
ซาลาโน่ : 20,000ดอลล่าร์ต่อปีไม่จนเลยนะแล้วเธอเชิญผมมาทำไม.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : คุณอยากชนะหรือไม่.
ซาลาโน่ : แน่นอนใครๆก็อยากชนะ.
สายด่วนของซาลาโน่ก็โทรเข้ามาทำให้เขารับสายและก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เอลิซาเบธ ธอร์สยิ้มได้.
ซาลาโน่ : ฐานทัพของเราที่ดาวอังคารกำลังเดือดร้อนหนัก ขาดอาวุธ ถ้าปล่อยเป็นแบบนี้กลุ่มอิสระชนต้องตายแน่.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : แต่ข้าพเจ้ารู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อแก้วิกฤตินี้ได้.
ซาลาโน่ : หมายความว่ายังไงกัน.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : เมื่อขาดอาวุธก็ต้องแก้ด้วยอาวุธเท่านั้น.
ซาลาโน่ : จะเสนอขายอาวุธให้ผมหรือไงกัน.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : ไม่ใช่แต่ข้าพเจ้าเสนอโอกาสที่จะทำให้เราทั้ง2ฝ่ายได้รับประโยชน์.
ซาลาโน่สงสัยเพราะเขายังไม่เคยเจอข้อเสนอแบบนี้มาก่อน.
ซาลาโน่ : แล้วมันคือผลประโยชน์อะไร เธอขายอาวุธได้เงิน ผมได้อาวุธไปรบแค่นั้นเหรอ.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : นี่คือสิ่งที่คุณต้องการและข้าพเจ้าสามารถให้ได้คือ
1อาวุธคุณภาพสูงที่ได้รับประกันชั้น1 พร้อมบริการซ่อมแซนและพัฒนาให้ในทันทีเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ร่วมกับที่ดินในดวงจันทร์ลูนาเรีย(Lunaria) ซึ่งเป็นที่ดินขนาด130เอเคอร์ให้พวกคุณได้ฝึกทหารเพราะเป็นที่ดินของข้าพเจ้าเอง
2ข้อมูลเมื่อหน่วยข่าวกรองของข้าพเจ้าสืบจากดาวโลกมาได้ก็จะมีการขายให้คุณในราคาถูก.
ซาลาโน่ : ฟังดูน่าสนใจแล้วประโยชน์ที่เธอจะได้คืออะไร.
เอลิซาเบธ ธอร์สได้นำเอาเอกสารมาอ่านและวางลงตรงหน้าของซาลาโน่.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : นี่คือเอกสารที่เตรียมไว้เป็นข้อตกลงคือผลประโยชน์ที่ฝั่งเราจะได้มีทั้งหมด3ข้อได้แก่
1ขอให้ท่านได้ชำระข้าอุปกรณ์และบริการด้วยทรัพย์สินเช่นทองคำหรือโลหะมีค่าซึ่งพวกท่านมีมากอยู่แล้วเพราะบริษัทของข้าพเจ้ามิต้องการรับดอลล่าร์ดาวโลก
2การที่ท่านเข้ามาฝึกในที่ดินของข้าพเจ้าถือเป็นประโยชน์ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าจะสามารถได้รับข้อมูลที่ต้องการได้.
และ3ดาวโลกสนับสนุนกบฏแบ่งแยกดินแดนของประเทศของข้าพเจ้านี่ก็ถือว่าเป็นการเอาคืนเท่านั้น.
ซาลาโน่อ่านจบก็ตกลงตอบรับในทันทีเพราะเขาประเมินว่าคุ้มค่าเพราะโลหะมีค่านั้นมีประโยชน์แต่พกพาลำบากในขณะที่การจ่ายด้วยดอลล่าร์ดาวโลกมันยากลำบากเพราะจะถูกตรวจสอบได้ง่าย ทั้งนี้เขาก็ไม่เสียอะไรเพราะการที่ซื้ออาวุธเขายังได้การซ่อมแซมและการพัฒนามาให้ด้วยคุ้มยิ่งกว่าคุ้มสำหรับเขาและมีพื้นที่ให้ฝึกทหารอีกด้วย.
ซาลาโน่ : เท่าที่ดูเธอขาดทุนอยู่นะ.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : ไม่ใช่ค่ะ ข้าพเจ้ามีต้นทุนชีวิตตั้งแต่เกิดคือสายเลือดและนามสกุลไม่ใช่เงินมหาศาลจากไหน นี่คือการขายความน่าเชื่อถือไม่ใช่ขายของ เมื่อเชื่อใจก็ค้าขายกันได้ยาวแม้จะเป็นการค้าอาวุธก็ตาม.
ซาลาโน่ : เธอนี่เป็นผู้เด็กหญิงที่น่ากลัวจริงๆ
จึงมีการทำข้อตกลงกันมีชื่อว่าข้อตกลงธอร์ส-โคเปส(Thors-Kopes-Abkommen) ถือว่าลงตัวเพราะก็ไม่ได้มีกฎหมายห้ามมีการค้าขายกับผู้ก่อการร้ายและเมื่อได้เงินมาเอลิซาเบธ ธอร์สได้นำเงินจำนวนมากไปจ่ายภาษีโดยไม่เลี่ยงและไม่ขอสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเลยแม้แต่น้อย บางส่วนได้มีการนำไปบริจาคเพื่อช่วยโรงพยาบาล สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และโครงการพัฒนาชีวิตประชาชนโดยไม่ได้มีการออกสื่อแต่อย่างใด ที่เหลือก็นำไปพัฒนาบริษัทโดยไม่นำไปใช้เองเลย.
ในวันที่20 พฤศจิกายน ศักราชอวกาศที่91 เอลิซาเบธ ธอร์สสามารถสอบปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์ และในวันที่22 พฤศจิกายน เอลิซาเบธ ธอร์สสามารถสอบปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์การปกครองได้ในวัย13ปี จนเมื่อถูกเชิญไปออกรายการสื่อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคือNational New Hope News(NNN) ว่าด้วยการเชิญตัวไปออกสื่อนี้เพราะเอลิซาเบธ ธอร์สเป็นเด็กผู้หญิงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศโดยที่จะมีผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากเข้าร่วมด้วย.
พิธีกร : คุณหนูธอร์สครับ ตอนนี้คุณเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งเรื่องการที่คุณหนูชำระภาษีโดยไม่ขอสิทธิ์ลดหย่อนเลยแม้แต่ดอลล่าร์เดียวเป็นจริงหรือไม่ครับ.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : เรื่องนี้จะว่าจริงก็จริงแต่ว่าการชำระภาษีนั้นเป็นความลับหากว่าข้อมูลหลุดได้นี่ไม่น่าจะใช่นะค่ะ.
พิธีกร : นั่นก็ถูกต้องนะครับแต่คุณหนูเก่งมากเลยนะครับ.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : เรื่องนั้นก็ไม่มีอะไรมากเลยค่ะ ข้าพเจ้าก็แค่เด็กจนๆที่มีต้นทุนชีวิตแค่สายเลือดและนามสกุลจึงได้ทำธุรกิจสำเร็จได้ทำให้ไม่อยากจะบอกว่าตนเองเก่งเลย.
ทุกคนได้ยินก็สงสัยจึงมีคนเริ่มคุยกัน.
พิธีกร : ที่ว่าต้นทุนชีวิตมีแค่สายเลือดกับนามสกุลนี่เรื่องจริงเหรอครับ.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : คือการที่เสียพ่อกับเสียท่านตาไปครอบครัวก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือเลยคฤหาสน์ก็ไม่มีเป็นของตัวเอง คุณคงเข้าใจว่าข้าพเจ้าทำธุรกิจโดยการใช้ราชการช่วยอำนวยความสะดวกผ่านการที่ข้าพเจ้าอ้างสายเลือดความจริงข้าพเจ้าไม่เก่งเลย คนที่เก่งจริงๆคือเอเลร่าประธานบริษัทส่วนใหญ่ในThors Family Company หากไม่ได้เธอก็มาถึงจุดนี้ไม่ได้.
ต่อไปนี้จะเป็นคำถามเกี่ยวกับแผนการทางธุรกิจ.
พิธีกร : แล้วคุณหนูคิดแผนจะThors Family Company เข้าสู่ตลาดหุ้นหรือไม่ครับ.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : แน่นอนว่าไม่ค่ะเพราะThors Family Company ต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองไม่ใช่อยู่ด้วยนายทุน การจ้างงานต้องเป็นตัวช่วยให้ประชาชนมีงานทำในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ถึงหัวเด็ดตีนขาดจะไม่มีทางนำเครือบริษัทที่สร้างมากับมือไปใส่พานให้นายทุนเด็ดขาด.
พิธีกร : แบบนั้นคุณหนูจะหาเงินจากไหนมาใช้พัฒนาละครับ.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : ข้าพเจ้ามีรายได้มากที่สุดจาก4 หลักๆจะเป็นการเขียนหนังสือขายและการทำกำไรจากธุรกิจเหมืองกับอาวุธค่ะ.
ต่อมาได้มีการถามจากแขกรับเชิญท่านอื่นๆโดยมีคำถามหลักๆดังนี้
  • 1.
    คุณหนูสนใจจะแต่งงานกับนักธุรกิจหรือทายาททางธุรกิจหรือไม่?
  • 2.
    คุณหนูชอบใครในฐานะแรงบันดาลใจสัก1คน?
  • 3.
    คุณหนูต้องการใครที่จะแต่งงานหรือคบหากับใคร?
  • 4.
    คุณหนูเห็นบอกว่าจะจัดตั้งพรรคการเมืองในปีหน้าจริงหรือไม่?
  • 5.
    คุณหนูชอบทานอะไรมากที่สุด?
  • 6.
    คุณหนูมีความเชื่อและทัศนคติกับศาสนาอย่างไร?
  • 7.
    คุณหนูที่มีทรัพย์สินและธุรกิจถือว่าต้องการใช้ชีวิตแบบใด?
เอลิซาเบธ ธอร์ส : ไม่ตอบได้ไหมครึ่งหนึ่งไม่น่าตอบเลยเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวที่เหลือละเอียดอ่อนใช้ได้เลย.
พิธีกร : ต้องตอบครับเพราะเป็นคำถามที่คนต้องการรู้มากๆ
เอลิซาเบธ ธอร์สคิดอยู่สักพักและตอบคำถาม
1. ไม่ต้องการแต่งงานกับพวกที่กล่าวมาเพราะต้องการยืนบนลำแข้งของตนไม่ใช่ใช้เงินใคร.
2. มีชอบอยู่เพิ่งคิดได้เลย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์แห่งอาณาจักรไรช์ที่3 เป็นความชื่นชอบส่วนตัวไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น.
หลายคนสนทนากันเพราะชื่อนี้อันตรายในสายตาหลายๆคนคือชื่ออดล์ฟ ฮิตเลอร์.
3. จะว่าให้ถูกข้าพเจ้าเป็นเพศที่มีชื่อว่าAsexual ไม่สนใจเพศไหนเลยคิดว่าคงแต่งงานเรื่องผลประโยชน์มากกว่า.
หลายคนก็คุยกันแบบไม่ค่อยถูกใจสักเท่าไหร่
4. แน่นอนว่าพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งนั้นต้องเป็นพรรคฝ่ายขวาอยู่แล้วแต่ว่าคงไปไม่สุดเพราะไม่ใช่แบบที่ข้าพเจ้าต้องการมากเท่าไหร่.
5. พิซซ่าอิตาเลียนนาโปลีแบบอิตาลี่แท้เท่านั้น.
หลายคนก็สงสัยเพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าเอลิซาเบธ ธอร์สจะกินอาหารสำหรับคนรวย.
6. ข้าพเจ้าไม่ใช่เอทิสต์ทีเดียวเรียกว่าเป็นผู้ที่เชื่อในสติปัญญาของตนเอง ตามคำว่าเมื่อข้าพเจ้าคิดข้าพเจ้าจึงมีอยู่(I think, therefore I am) เมื่อคิดจึงมีอยู่เชื่อมั่นในอัตตาของตนเพื่อตนยังเป็นแก่ตนเพื่อตนเป็นศูนย์กลางแห่งทุกสิ่งอย่าง.
ทำทุกคนตกใจเพราะไม่มีใครคิดว่าจะมีใครกล้ายกตนเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลอย่างเปิดเผยแบบคุณหนูเอลิซาเบธ ธอร์สอีกแล้ว.
7. ก็ใช้ชีวิตแบบจนๆต่อไปเพราะข้าพเจ้าไม่เคยเชื่อว่าข้าพเจ้ารวยกว่าใครยังถือว่าจนเพราะความมั่งคั่งที่แท้จริงของข้าพเจ้าคือการเป็นพระผู้เป็นเจ้าถึงจะทำให้ข้าพเจ้ายอมรับได้ว่าข้าพเจ้าจึงมั่งคั่งได้.
หลายคนมองว่าเอลิซาเบธ ธอร์สนี้บ้าแบบกู่ไม่กลับแล้ว.
พิธีกร : คุณหนูครับที่เขาว่าคุณหนูเป็นบ้านี่จริงหรือเปล่าครับ.
เอลิซาเบธ ธอร์ส : ไม่เลยค่ะ ข้าพเจ้าไม่เคยเป็นบ้าแบบที่ใครว่ากัน ถือว่าปกติอยู่ทุกอย่างเลยค่ะ.
เมื่อจบการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเมื่อเอลิซาเบธ ธอร์สเดินกลับเธอก็ถูกลอบยิงกลางเมืองในเวลา11.26น. ชัดเจนว่าเป็นการลอบสังหาร ทำให้เอลิซาเบธ ธอร์สถูกยิงเข้าไปที่ศีรษะ2นัด ตรงคาง1นัด ตรงลำคอ1นัดและตรงกลางอกใกล้หัวใจ7นัด แต่ก็รอดชีวิตมาได้ภายหลังการรักษา.
ทว่าสิ่งที่เอลิซาเบธ ธอร์สรับไม่ได้มากทีสุดคือแอนนี่สุนัขที่ช่วยชีวิตเธอภายหลังจากการที่เธอเอามีดแทงคอเพื่อจบชีวิตลงในวัย12ปี ถูกยิงเสียชีวิตซึ่งเอลิซาเบธ ธอร์สรู้ด้วยว่าใครเป็นคนจ้างมาลอบสังหารจึงไม่สนใจคำแนะนำของหมอเดินถือมืดไปที่บริษัทที่มีชื่อว่าInson-Man Group ซึ่งถือว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากับThors Family Company ซี่งมักจะส่งคนมาลอบสังหารเอลิซาเบธ ธอร์สมากที่สุดซึ่งเธอพยายามจะอดทนมาเสมอแต่ครั้งนี้เธอจะไม่อดกลั้นกับการที่สนัขซึ่งถือเป็นสมาชิกครอบครัวเดียวที่ยังเหลือของเธอถูกยิงตาย.
จนเวลา20.57น. ในวันเดียวกันเอลิซาเบธ ธอร์สสังหารผู้บริหารหมดบริษัทเพื่อแก้แค้นให้สนัขของเธอเป็นการประกาศศักดาว่าตนเองเจ็บได้แต่สนัขจะได้ไม่ได้.
แม้ว่าเอลิซาเบธ ธอร์สจะสังหารหมดบริษัทแต่เอลิซาเบธ ธอร์สใช้เหตุว่านี่ไม่ใช่การแข่งขันทางธุรกิจแล้วการสังหารสุนัขหรือแมวถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงและกฎหมายก็เจอมาหลายกรณีแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านไปได้ซึ่งศาลยอมรับฟังเพราะไม่มีใครยอมรับได้เรื่องของการสังหารสัตว์เลี้ยงทำให้เอลิซาเบธ ธอร์สจึงถูกส่งเข้าไปขังไว้ที่โรงพยาบาลจิตเวช3เดือนเพื่อเป็นการลงโทษและปรับเงิน200,000ดอลล่าร์นิวโฮปซึ่งเธอได้จ่ายและถูกส่งตรงเข้าโรงพยาบาลจิตเวช.
ในวันที่12 ธันวาคม เอลิซาเบธ ธอร์สหนีออกจากโรงพยาบาลจิตเวชเพื่อไปสอบปริญญาโทสาขาชีววิทยา สอบเป็นทนายความ และสอบปริญญาตรีสาขาสริรวิทยา ซึ่งเธอสอบผ่านทั้งหมดแต่สุดท้ายต้องถูกส่งกลับโรงพยาบาลจิตเวชอีกเพื่อคุมขังไว้เนื่องจากถือเป็นบุคคลที่ค่อนข้างเป็นอันตราย.
ในวันที่1 มกราคม ศักราชอวกาศที่ 92 ตรงกับคริสต์ศักราชที่2172 เอลิซาเบธ ธอร์สหนีออกจากโรงพยาบาลจิตเวชอีกครั้งเพื่อไปสอบปริญญาเอกสาขาชีวะวิทยา ปริญญาตรีสาขาพันธุศาสตร์ ปริญญาโทสาขานิติศาสตร์ ปริญญาโทสาขารัฐศาสตร์การปกครอง และปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา เมื่อสอบผ่านทั้งหมดก็กลับมาเพื่อถูกคุมขังในโรงพยาบาลจิตเวชอีกครั้ง ส่วนบริษัทในเครือThors Family Company เอเลร่าดูแลและได้พัฒนาจนเติบโตมากขึ้นอย่างรวดเร็ว.
ในวันที่21 มกราคม ศักราชอวกาศที่ 92 เอลิซาเบธ ธอร์สได้สั่งให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองที่มีชื่อว่าNationale Partei(National Party) พรรคคณะชาติซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา
พรรคคณะชาติ(National Party)
เป็นพรรคการเมืองที่มีพลเอกรูดอล์ฟ ฟอน เอสไชน์เซินเป็นหัวหน้าพรรค ไม่มีประธานพรรค และยังไม่มีเลขาธิการพรรคเนื่องจากยังไม่ได้มีการจัดตั้ง รวมถึงผู้ก่อตั้งคือเอลิซาเบธ ธอร์สไม่ได้สมัครลงเล่นการเมืองเพราะตนเองนั้นอายุไม่ถึง18ปีและมีข้อหาว่าเป็นผู้วิกลจริตแม้จะยังไม่ถูกพิพากษาจากศาลว่าเป็นผู้วิกลจริตจริง.
ตราของพรรคคือลูกศรและอินทรีบนธงสีกรมท่า โดยลูกศรมีชื่อว่าPfeil der Hoffnung(ลูกศรแห่งความหวัง) ซึ่งมี4หัวหันไป4ทิศเหนือ ใต้ ออก ตก และลูกศรลูกที่5คือPfeil des Wohlstands(ลูกศรแห่งความเจริญ) จะหันไปทางขวาบนเสมอเพื่อชี้ทิศทางไปข้างหน้าเหมือนความเจริญ.
ห้าเหลี่ยมหมายถึงPentagon of Nation(ห้าเหลี่ยมแห่งชาติ) ได้แก่1ประชาชน 2แรงงาน 3เกษตรกร 4ปัญญาชน และ5ข้าราชการ อินทรีหมายถึงความแข็งแกร่งของชาติเหมือนอินทรีเหล็กที่จะทำให้ชาติยิ่งใหญ่.
คำขวัญของชาติคือชาติต้องพึ่งประชาชน(Die Nation muss sich auf das Volk verlassen können.) (The nation must rely on the people.)
ซึ่งก็ไม่มีใครเชื่อว่าพรรคนี้จะได้คะแนนในสภาเพราะเอลิซาเบธ ธอร์สนั้นไม่ได้เล่นการเมือง ส่วนรูดอล์ฟนั้นก็เล่นการเมืองไม่เป็นจนต้องทำรัฐประหารจนล้มเหลวมาแล้ว.
เมื่อข้าพเจ้าคิดข้าพเจ้าจึงมีอยู่(I think, therefore I am) เมื่อคิดจึงมีอยู่เชื่อมั่นในอัตตาของตนเพื่อตนยังเป็นแก่ตนเพื่อตนเป็นศูนย์กลางแห่งทุกสิ่งอย่าง.
เอลิซาเบธ ธอร์สเพื่อเป็นการประกาศว่าตนจะยึดตนเป็นใหญ่ไม่ใช่สังคม.
โฆษณา