Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ธรรมะ คือ คุณากรณ์
•
ติดตาม
8 ธ.ค. 2025 เวลา 21:29 • ปรัชญา
watthakhanun
หลังจากที่ออกจากวัดมาแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ จนถึงปี ๒๕๖๓ ตัวเลขตรงกันข้ามพอดี ที่กระผม/อาตมภาพรับสังฆทานและตอบปัญหาธรรมให้แก่ญาติโยมทั้งหลายที่มาสอบถาม ปรากฏว่าเจอฆราวาสท่านเดียวที่ปฏิบัติแล้วได้กรรมฐาน ๔๐ จริง ๆ ส่วนใหญ่แล้วก็อยู่ในลักษณะของวิชชา ๒ เพราะว่ามักจะฝึกมโนมยิทธิมา แต่ก็เข้า
ป่าเข้าดงไปเสียมาก มโนมยิทธินั้น ถ้าหากว่าทำดี ทำถูก จะเข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้าได้เร็วมาก เพราะว่ารู้จักพระนิพพาน ไปพระนิพพานได้ เห็นอย่างชัดเจนว่าทำความดีความชั่วแล้วจะได้รับผลอย่างไร แต่ไม่เข้าใจว่ามโนมยิทธินั้น รู้แล้วเราต้องละ จึงมักจะรู้แล้วไปยึด อดีตชาติคนนั้นเคยเป็นอย่างนั้นกับเรา เคยเป็นอย่างนี้กับเรา แล้วก็ไปฟื้นความสัมพันธ์กันใหม่
ในเมื่อยังเป็นผู้แหวกว่ายอยู่ในห้วงแห่งกระแสกิเลส ท้ายที่สุดในเมื่อไปเกาะกันเป็นกลุ่มแบบนั้น ก็ได้จมตายกันทั้งกลุ่มเท่านั้นเอง..! แล้วยังไม่มีการฝึกซ้อมจนเกิดความคล่องตัว สามารถท้าพิสูจน์ได้ กลายเป็นสักแต่ว่าพูด สักแต่ว่าทำนาย แล้วเกิดความผิดพลาดมากมาย จนกลายเป็นที่ล้อเลียนกันในสังคมว่า "อย่ามโน..!"
ดังนั้น..ในส่วนนี้จึงต้องยกขึ้นมากล่าวว่า แม้ว่าการปฏิบัติธรรมของบุคคลที่เข้ามาบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติกับทางวัดท่าขนุน ผลจะยังไม่ได้อย่างที่กระผม/อาตมภาพต้องการก็ตาม แต่อย่างน้อย ๆ คุณงามความดีที่ท่านได้ศึกษาและปฏิบัติ ก็ครบถ้วนทั้งศีล ทั้งสมาธิ และทั้งปัญญา คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านทั้งหลายเหล่านั้น จะขยันหมั่นเพียรสักเท่าไร แต่ถ้าทำตัวเหมือนกับปัจจุบัน ที่ทำตัวเป็นลูกนก รอพ่อแม่คอยป้อนเหยื่อให้ สักวันหนึ่งพ่อนกแม่นกโดนล่าหรือตายไป ก็มีโอกาสอดตายแน่นอน..!
อีกส่วนหนึ่งก็คือว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรมนั้น ต่อให้คนเป็นร้อยเป็นพัน ส่วนใหญ่แล้วพระองค์ท่านจะมุ่งเฉพาะจุด หรือว่าเฉพาะบุคคล จึงเป็นตัวอย่างที่เราท่านทั้งหลาย จะต้องจดจำเอาไว้เป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติ ก็คือขยันหมั่นเพียร พร่ำสอนในลักษณะอนุสาสนี ย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ กันทุกครั้งไป จะเบื่อจะหน่ายไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่า "หนึ่งเดียวนั้น" จะมาเมื่อไร ?!
ถ้าเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพิจารณาอุปนิสัยสัตว์โลก พระองค์ท่านรู้ว่าจะต้องโปรดผู้ใด โปรดแล้วได้ผลอย่างไร พวกเราจึงอยู่ในลักษณะ "เหวี่ยงแห" ท้องทะเลกว้างใหญ่ไพศาล ไม่แน่ใจว่าปลาตัวที่ต้องการจะมาติดแหเมื่อไร จึงต้องกลายเป็นคนขยัน เหวี่ยงแล้วเหวี่ยงอีก จะเบื่อจะหน่ายไม่ได้เลย
โดยเฉพาะต้องสอนตัวเองให้ได้ก่อน ก็คือขัดเกลากาย วาจา ใจ ของตนเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ ถ้าไม่มั่นใจก็อย่าสอนออกนอกแนวพระไตรปิฎก หรือวิสุทธิมรรค ทำตัวเป็นพระสุธรรมเถร หรือเถรใบลานเปล่าก็ยังดี ก็คือสอนถูก ลูกศิษย์ได้ผล ส่วนตัวเราไม่ได้ผลก็ช่าง แต่อย่าไปทำลายธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการใช้ "อัตโนมติ" คือความคิดเห็นส่วนตัวในการตีความเอาเอง
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๘
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย