Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ธรรมะ คือ คุณากรณ์
•
ติดตาม
8 ธ.ค. 2025 เวลา 21:31 • ปรัชญา
watthakhanun
วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ งานบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติของปี ๒๕๖๘ ทั้งสิ้น ๘ ครั้ง ก็ได้เสร็จสิ้นลงไปโดยสมบูรณ์แล้ว ครั้งต่อไปก็จะเป็นช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่งจะนับเป็นครั้งที่ ๑ ของปี ๒๕๖๙
แม้ว่าในเรื่องของผลการปฏิบัติธรรม จะไม่ได้อย่างที่กระผม/อาตมภาพตั้งเป้าเอาไว้ก็ตาม แต่ก็ต้องบอกว่า อย่างน้อยก็มีผลมากกว่าหลาย ๆ สำนักที่จัดการบวชปฏิบัติธรรมเช่นนี้ เนื่องเพราะว่าอย่างน้อยในส่วนของ ศีล สมาธิ และปัญญา เราก็ได้สั่งสอนครบถ้วน เพียงแต่ต้องนึกถึงพระบาลีที่ว่า สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม คือบุคคลฝึกตนด้วยวิธีใดเกิดผลแล้ว พึงสอนคนอื่นอย่างนั้น ขึ้นชื่อว่าการฝึกตนนั้นช่างยากจริงหนอ..!
ดังนั้น..ในเรื่องของการที่จะต้องมาปากเปียกปากแฉะ จ้ำจี้จ้ำไช ไม่ว่าจะพระภิกษุสามเณร ตลอดจนกระทั่งฆราวาสหญิงชาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จึงถือว่าเป็นภาระหน้าที่ซึ่งเราท่านทั้งหลาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำ อันดับแรกเลยก็เพื่อเผยแผ่
ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ออกไปสู่พุทธศาสนิกชน ไม่ว่าจะเกิดผลขึ้นในชาตินี้ ชาติหน้า หรืออีกไกลจนนับชาติไม่ถ้วนก็ตาม ถือว่าเราได้ทำหน้าที่ในการหว่านเพาะเมล็ดแห่งความดีงามไปแล้ว ส่วนผู้ที่รับไปนั้นจะขยันหมั่นเพียร บำรุงรักษา รดน้ำพรวนดินสักเท่าไร ก็แล้วแต่ว่าจะไปบริหารจัดการกันเอง..!
ตัวกระผม/อาตมภาพเองนั้น ในช่วงของการปฏิบัติธรรมก่อนบวช และช่วงที่บวชแล้วยังอยู่กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุงอยู่ ช่วงนั้นได้มีโอกาสกราบพบหลวงปู่หลวงพ่อที่ท่านเป็นอภิญญา หรือว่าสมาบัติ ๘ นับ ๑๐ รูปด้วยกัน บางรูปก็เป๋ออกนอกลู่นอกทาง ซึ่งเรื่องของโลกียอภิญญาต้องบอกว่าอัศจรรย์มาก รูปที่ท่านเป๋ออกนอกลู่นอกทางก็คือกินเหล้าทุกวัน แต่ยังสามารถแสดงอภิญญาได้ตามปกติ เนื่องเพราะว่าตอนแสดงท่านไม่ได้กิน..!
หรือถ้าหากว่านึกถึงวิชามโนมยิทธิ ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านเรียนมาจากท่านอาจารย์สุข ที่ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ค่ายกครูก็คือเหล้า ๑ ขวด แล้วท่านอาจารย์สุขก็เมาทุกวันเหมือนกัน..!
ดังนั้น..เรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้วก็ถือว่าเป็นปกติ ในส่วนของโลกียอภิญญา ก็คือยังคลุกอยู่กับโลกอย่างเต็มตัว ไม่เหมือนกับท่านที่บวชเข้ามาเป็นพระภิกษุสามเณรแล้ว มีศีลเป็นเครื่องป้องกัน มีจิตสำนึกในสมณสารูป ต้องละอายชั่วกลัวบาป จึงทำให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นเมื่อฝึกฝนได้ แล้วก็สามารถพัฒนาจนกลายเป็นโลกุตตระ ก็
คือค่อย ๆ อยู่ในลักษณะของเหนือโลก จนเข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้า
แต่ว่าหลายรูปหลายท่านก็มาสายพุทธภูมิ ก็คือตั้งใจจะไปเกิดใหม่อีก เพื่อที่จะเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทั้งหลายเหล่านี้กำลังใจจะไม่ตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาน เนื่องเพราะว่าติดภาระงานที่ตนเองต้องไปเกิดใหม่ กำลังใจของท่าน
จึงเทียบพระอริยเจ้าในแต่ละระดับได้ ก็คือถ้าท่านทำกำลังใจได้เท่ากับพระโสดาบัน ท่านก็เหมือนกับพระอริยเจ้าระดับพระโสดาบันนั่นเอง แล้วหลายสิ่งหลายอย่างท่านก็ทำได้ละเอียดกว่า ทำได้มากกว่าพระโสดาบันของแท้ด้วย มีบางรูปบางท่าน คำสอนของท่านเหมือนกับพระอรหันต์ดี ๆ นี่เอง แต่ท่านก็ยืนยันกับกระผม/อาตมภาพว่า "กูจะไปเกิดใหม่เป็นพระพุทธเจ้า..!"
แต่ว่าในส่วนของฆราวาสนั้น ต้องบอกว่าน่าผิดหวังมาก เนื่องเพราะว่าลูกศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุงที่ไปงานแต่ละครั้งเป็นแสน ๆ คน งานใหญ่ ๆ ถึงระดับ ๒ แสนกว่า ๓ แสนคนก็มี แต่พบบุคคลที่ได้อภิญญา ๕ สามารถแสดงออกได้อย่างชัดเจนไม่ถึง ๑๐ คน แล้วบางคนภายหลังก็ลงอเวจีมหานรกอีกต่างหาก..!
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๘
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย