9 ธ.ค. 2025 เวลา 08:09 • การเมือง

⚔️ เสธ.ทบ.ลั่น ทหารไทยจะยึดแผ่นดินคืนทุกตารางนิ้ว เหลืออีก 4 ที่หมายก่อนปิดเกมชายแดน

🇹🇭 เสธ.ทบ. ลุยเยี่ยมทหารบาดเจ็บกลางสมรภูมิ พร้อมย้ำภารกิจ “ต้องเอาแผ่นดินไทยคืนให้หมด”
การลงพื้นที่ของ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ ที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิ์ในจังหวัดอุบลราชธานี ไม่ได้เป็นเพียงการเยี่ยมทหารบาดเจ็บ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการยืนยันความพร้อมรบของกองทัพไทยอย่างไม่ลังเล ทหารหลายรายที่ถูกสะเก็ดระเบิดและอาวุธหนักเล่าประสบการณ์เฉียดความตายในพื้นที่ปะทะ โดยหนึ่งในนั้นคือทหารรบพิเศษที่ถูกยิงใส่ในระยะเพียง 5 เมตร ขณะทำลายสนามทุ่นระเบิด ภาพสะท้อนถึงความดุเดือดของแนวรบชายแดนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะทวีความเข้มข้นถึงเพียงนี้
คำพูดของเสนาธิการทหารบกที่ว่า “เราจะเอาแผ่นดินไทยคืนมาให้หมดแน่นอน” คือข้อความที่กระตุ้นทั้งขวัญกำลังใจของทหารแนวหน้าและชี้ชัดถึงทิศทางปฏิบัติการของกองทัพไทยในเวลานี้ ไม่ใช่เพียงการตั้งรับ แต่เป็นการเดินหน้าตีโต้เพื่อยึดพื้นที่กลับคืนมาทีละจุด ซึ่งขณะนี้เหลืออีกเพียง 4 ที่หมายสำคัญที่กำลังถูกปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง
ความจริงที่เสธ.ทบ.เปิดเผยว่ากัมพูชาใช้โดรนและอาวุธหนักเพิ่มขึ้นในวันที่ 2 ยิ่งตอกย้ำว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังพยายามรักษาพื้นที่ที่ฝังตัวไว้ก่อนหน้า ขณะที่การที่ทหารไทยยังคงยึดพื้นที่ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือหลักฐานชัดว่ากลยุทธ์ของไทยกำลังได้ผล และกำลังค่อยๆ กดดันฝ่ายกัมพูชาให้หมดทางเลือกมากขึ้นทุกขณะ
🛡️ เปิดที่มาความขัดแย้ง ทำไมไทยต้อง “ลุยกลับ” และใช้ยุทธวิธีริดรอนเชิงลึก
เสธ.ทบ.ให้ข้อมูลชัดเจนว่า จุดเริ่มต้นของความรุนแรงรอบนี้ ไม่ได้มาจากการรุกรานของไทย แต่เป็นเหตุยิงใส่ทหารไทยที่กำลังทำถนนอยู่ในเขตดินแดนไทย และกระสุนแรกที่ปลิดชีวิตทหาร 1 นาย บาดเจ็บอีก 2 นาย คือสิ่งที่ไม่มีประเทศใดจะยอมรับได้ การที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าไทยเป็นผู้กระทำก่อน จึงถูกไทยโต้กลับพร้อมหลักฐานที่ยืนยันว่ากระสุนแรกไม่ได้มาจากกองทัพไทย
ความจริงอีกอย่างที่ถูกเปิดเผย คือฝ่ายกัมพูชาไม่เคยถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ แม้ตกลงให้ถอนกำลังตามหลักมนุษยธรรม นั่นส่งผลให้กัมพูชายังคงสั่งการโจมตีได้ในเวลาอันสั้นและใช้วิธี “ยิงปูพรม” เพื่อสร้างความตื่นตระหนกให้ฝ่ายไทย โดยเฉพาะในพื้นที่พลเรือน การที่ไทยต้องตอบโต้และริดรอนกำลังเขมรจนหมดสภาพ จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนความจำเป็น
ในทางทหาร การ “ริดรอนขีดความสามารถเชิงลึก” หมายถึงการทำลายระบบยิง สนามทุ่นระเบิด เส้นทางส่งกำลัง ลานยิงโดรน และจุดบัญชาการ ไม่ใช่แค่แนวหน้าเท่านั้น นี่คือเหตุผลที่ปฏิบัติการครั้งนี้แตกต่างจากการปะทะปี 2554 อย่างสิ้นเชิง เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่การหยุดยิง แต่ต้องทำให้ฝ่ายเขมรไม่สามารถกลับมาโจมตีได้อีกในอนาคต
⚡ สถานการณ์ยังไม่จบง่าย กองทัพต้องคืบคลานอย่างรัดกุม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของกำลังพล
เสธ.ทบ.ประเมินว่า การปะทะครั้งนี้อาจกินเวลาพอสมควร เพราะทุกการเคลื่อนกำลังต้องทำอย่างระมัดระวังและช้าๆ แต่แน่นอน ด้วยเหตุผลข้อเดียวคือ “ความปลอดภัยของคนของเรา” การเดินหน้าทางทหารแบบรุกคืบ ต้องตรวจความเสี่ยงทุกจุด โดยเฉพาะเมื่อกัมพูชาเริ่มใช้โดรนทิ้งระเบิดและอาวุธหนักอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลได้ไฟเขียวให้กองทัพปฏิบัติการเต็มกำลัง ทำให้กองทัพไทยไม่ติดข้อจำกัดทางนโยบาย และสามารถเดินหน้ากลยุทธ์เชิงลึกได้อย่างเต็มรูปแบบ ความคืบหน้าในหลายพื้นที่ถือเป็นสัญญาณชัดว่า ไทยกำลังได้เปรียบในระดับยุทธวิธี แต่ก็ยังไม่เพียงพอจนกว่าจะทำให้ฝ่ายเขมรหมดสภาพการโจมตีโดยสิ้นเชิง
อีกประเด็นสำคัญคือการระวัง “สายสอดแนม” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสงครามยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลตำแหน่งกำลังพล หรือระบบสื่อสาร จุดนี้ เสธ.ทบ.ขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ร่วมช่วยแจ้งเบาะแส ซึ่งสะท้อนว่าการปะทะครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แนวรบ แต่เป็นการสู้รบหลายมิติ ทั้งภาคพื้นดิน อากาศ โดรน และข่าวกรอง
✨ ข้อความปิดท้าย
ในแนวรบที่ทุกย่างก้าวคือชีวิต
ทหารไทยกำลังคืบคลานไปข้างหน้า
เพื่อทวงคืนแผ่นดินทุกตารางนิ้วที่ถูกล้ำ
วันนี้พวกเขาไม่เพียงต่อสู้กับอาวุธ
แต่กำลังต่อสู้เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศ
มีบ้านที่ปลอดภัย
มีชายแดนที่มั่นคง
และมีอนาคตที่ไม่ต้องอยู่ใต้เงาของเสียงระเบิดอีกต่อไป
🔖 Hashtags
#เสธทบ #กองทัพไทย #ยึดแผ่นดินคืน #ชายแดนไทยกัมพูชา #สถานการณ์ตึงเครียด #ริดรอนกำลังเขมร #ปฏิบัติการชายแดน #ความมั่นคงไทย #ไทยพร้อมรบ #TrendRider
โฆษณา