9 ธ.ค. 2025 เวลา 09:17 • สุขภาพ
เราไม่เคยมาตอบคำถามในกระทู้คุณเลยนะคะ เพราะเราสังเกตว่าคุณถามแต่เรื่องฟัน จนเราไพล่คิดไปว่า คุณกำลังเรียนทันตฯ หรือเปล่านะ หรือว่ากำลังจะสร้างเพจ ให้ความรู้เรื่องฟันและการดูแลในช่องปาก
เราไม่ใช่หมอฟันนะคะ แต่บังเอิญมีญาติเปิดคลีนิกทำฟัน ประกอบกับเราเป็นพวกชอบพูดชอบคุยชอบถาม เราจึงได้ข้อสรุปจากหมอฟันว่า
1. ใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรง และด้ามแปรงธรรมดานี่แหละ ไม่ต้องมีด้ามจับพิเศษ หรือขนแปรงพิเศษ แต่อย่างใด แต่ให้เน้นขนแปรงที่อ่อนนุ่ม อย่าแปรงฟันแรงชนิดเอาเป็นเอาตาย เพราะจะทำให้คอฟันสึกเร็ว ทำไมต้องใช้ขนแปรงอ่อนนุ่ม ก็ด้วยเหตุผลเรื่องคอฟันเช่นเดียวกัน และเวลาแปรง ใช้เฉพาะส่วนขนแปรงปัดขึ้นลง ถ้าคุณแปรงแบบนี้จนเป็นนิสัย ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ไหมขัดฟันให้เปลืองสตางค์
2. น้ำยาบ้วนปากหลังการแปรงฟัน แทบไม่มีความจำเป็น แถมการใช้สูตรเข้มข้นมากเกินไป มันจะไปทำลายเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก และที่สำคัญมันอาจไปทำลายแบคทีเรียชนิดดี ที่อยู่ในช่องปาก แค่เพียงคุณไปขูดหินปูนทกุ 6 เดือน หรือไม่จำต้อง 6 เดือนก็ได้ แต่เมื่อไปพบคุณหมอ แล้วคุณหมอทักว่าต้องขูดได้แล้วนะ ก็ให้ขูดเลยทันที เพราะมันหมายถึงสัญญาณเตือนจากแพทย์ว่า
ถ้าไม่ขูดตอนนี้
หมอก็เอาไม่อยู่แล้วนะ
3. เลือกใช้ยาสีฟันเฉพาะที่มีส่วนผสมของแร่ธาตุฟลูออไรด์ ที่ระดับความเข้มข้นอย่างน้อย 1,500 ppmเท่านั้น ทั้งยาสีฟันและปรงสีฟัน เราใช้แบรนด์ Systema แบรนด์ของบริษัท ที่จริงจังในการผลิตสินค้าเพื่อช่องปาก ตามมาตรฐานทางการแพทย์ แถมราคาถูก ไม่ได้แพงเลยค่ะ
สมัยเรายังเรียนอยู่ชั้นประถมมัธยม
จำได้ว่าพักเที่ยง คุณครูจะเรียกให้นักเรียน
ไปรวมตัวต่อแถว เพื่ออมฟลูออไรต์กัน
งบประมาณจากภาครัฐนั่นแหละ
ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีอยู่ไหมนะ?
โฆษณา