10 ธ.ค. 2025 เวลา 02:05 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ศึกเวหาสงครามไทยVSกัมพูชา นภาข้าใครอย่าแตะ

“ กำลังทางอากาศ เป็นโล่อันแท้จริง อย่างเดียว ที่จะกันมิให้การสงครามมาถึงท่ามกลางประเทศของเราได้”
จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ “พระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย”
"เราไม่ได้ต้องการสงคราม แต่ถ้าเราต้องการสันติภาพ เราต้อง ‘พร้อมรบ’ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกองทัพอากาศครับ”
พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในช่วงสงครามไทย-กัมพูชารอบนี้มีการเผยแพร่ข่าวสารทั้งที่เป็นข่าวจริงบ้าง เป็นเฟกนิวส์บ้าง ผู้เขียนคัดสรรมาแต่ข้อเท็จจริง ไม่ได้ปรุงแต่งเพื่อให้ได้ยอดวิวแต่อย่างใด ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่าการที่ชาติใดมีเครื่องบินรบ ถือว่าชาตินั้นย่อมได้เปรียบในการทำสงคราม อย่างไรก็ตามในการทำสงครามยุคนี้ต่างฝ่ายต่างนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้นั่นคืออากาศยานไร้คนขับหรือที่เรียกว่าโดรน นี่จึงเป็นสงครามที่กำลังถูกจับตามองเพราะโดรนกำลังมีบทบาทหลักไม่แพ้เครื่องบินรบ
สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาได้กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยการสู้รบในรอบนี้มีความโดดเด่นอย่างยิ่งในการใช้ยุทโธปกรณ์ทางอากาศและเทคโนโลยีโดรนจากทั้งสองฝ่าย เพื่อมุ่งทำลายขีดความสามารถทางทหารของคู่ต่อสู้และปกป้องอธิปไตยของชาติ
ในสงครามนี้กองทัพอากาศไทยได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่สำคัญ โดยใช้เครื่องบินรบสมรรถนะสูงเพื่อลดทอนศักยภาพและทำลายภัยคุกคามจากฝ่ายกัมพูชา โดยเฉพาะเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่มาพร้อมกับระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์
สงครามไทย-กัมพูชาครั้งนี้เครื่องบินขับไล่ F-16 โจมตีหนักกว่าการปะทะรอบแรก
หลังจากที่กองทัพอากาศไทยได้มีคำสั่งให้เครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นปฏิบัติการโดยมีการติดตั้งระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์แบบ GBU-12 Paveway II แล้วนำไปปล่อยเข้าเข้าโจมตีเป้าหมายทางทหารของกัมพูชาอย่างแม่นยำ ซึ่งเป้าหมายหลักของการโจมตีด้วย F-16 ได้แก่ การทำลายฐานทัพและคลังอาวุธในจุดที่ทหารไทยรุกเข้าไปไม่ถึง ดังนั้นเครื่องบินขับไล่ F-16 จึงถูกใช้โจมตีกาสิโนที่กัมพูชาใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหาร เป็นจุดปล่อยโดรน, และซุกซ่อนอาวุธหนัก
ต่อมาคือการโจมตีคลังแสงสำหรับการนำจรวด BM-21 มาโจมตีไทยโดยบินลึกเข้าไปในกัมพูชาเพื่อไม่ให้อาวุธดังกล่าวมีศักยภาพในการพรากชีวิตคนไทยตามแนวชายแดน ซึ่งการปฏิบัติการสำคัญในสงครามนี้คือการทิ้งระเบิดทำลายคลังเก็บจรวดหลายลำกล้อง BM-21 และอาวุธหนักอื่นๆ ของกองทัพกัมพูชาในอำเภอสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย ที่อยู่ลึกจากแนวชายแดนเข้าไปถึง 40 กิโลเมตร
ควันสีดำที่พวยพุ่งหลังการโจมตีด้วย F-16 เป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าคลังเก็บอาวุธของ BM-21 ได้รับความเสียหายอย่างหนัก การโจมตีเป้าหมายลึกถึงชั้นในของกัมพูชาถือเป็นปฏิบัติการครั้งแรกนับตั้งแต่มีการตอบโต้ในรอบนี้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมและลดทอนขีดความสามารถทางทหารของกัมพูชา
นอกจากนี้  F-16 ยังถูกใช้โจมตีกาสิโนบริเวณช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นฐานบัญชาการโดรนและอาวุธหนัก
JAS-39 Gripen ออกปฏิบัติการแล้วจากโคราช นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่กองทัพอากาศไทยได้ส่งเครื่องบินขับไล่ค่ายสวีเดนอย่าง Gripen เข้าโจมตีทางอากาศ โดยทิ้งระเบิดที่นำวิถีด้วยความแม่นยำสูงใส่บ่อนกาสิโนริมเฮง ในพื้นที่โอร์เสม็ด ซึ่งอยู่ตรงข้ามช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ในเวลากลางคืน อาคารกาสิโนนี้ถูกกัมพูชาใช้เป็นที่ซ่องสุมกำลังพล ซ่อนรถยิงขีปนาวุธ BM-21 และเป็นกองบัญชาการใหญ่ของฝูงบินโดรนพลีชีพ การโจมตีเหล่านี้เป็นการล็อกเป้าหมายทางทหารโดยเฉพาะ เพื่อกำจัดภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศ
เทคโนโลยีโดรนกลายเป็นอาวุธสำคัญที่มีการใช้งานอย่างหนาแน่นในการทำสงครามครั้งนี้
โดรนพลีชีพของกัมพูชา (Kamikaze Drone/FPV Drone) มีบทเด่นกว่าในการปะทะรอบแรก รอบนี้ทุกท่านจะเห็นได้ว่าฝ่ายกัมพูชาได้นำโดรนพลีชีพ  หรือ FPV Drone มาใช้บ่อยครั้งและในปริมาณที่มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเรียนรู้บทเรียนจากการสู้รบครั้งก่อนคือช่วงปลายเดือนกรกฎาคมพ.ศ.2568 ที่กัมพูชาประสบความสูญเสียอย่างหนักจากฝีมือเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย
คุณอนาลโย กอสกุล นักวิชาการด้านความมั่นคงชื่อดังของไทยกล่าวในรายการเปิดปากกับภาคภูมิที่ช่อง Thairath TV ว่าโดรนเหล่านี้มักเป็นโดรนพาณิชย์ที่ถูกดัดแปลงให้ติดตั้งลูกระเบิด เช่น ลูกค. หรือลูกระเบิดขนาดเล็กจากเครื่องยิงลูกระเบิด และถูกบังคับให้พุ่งชนเป้าหมายแล้วระเบิดไปพร้อมกัน
คุณอนาลโยกล่าวเพิ่มเติมว่าโดรนพลีชีพสามารถบินได้เร็วมาก บางครั้งเกือบ 100 กม./ชม. และมีระยะเวลาปฏิบัติการที่รวดเร็วมาก ไม่ถึงนาทีตั้งแต่เปิดเครื่องจนถึงเป้าหมาย การป้องกันทำได้ยาก แม้แต่ประเทศมหาอำนาจก็ยังประสบปัญหาโดยจะเห็นได้จากการใช้งานจริงในสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ผ่านมานี้
ส่วนมากโดรนพลีชีพมักถูกใช้ในระยะใกล้ กล่าวคือไม่เกิน 500-600 เมตร แม้จะมีพิสัยถึง 2 กม. โดยมีเป้าหมายหลักคือกองกำลังทหารไทยที่อยู่หลังแนวหน้า โดรนเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในหลายพื้นที่แนวรบ รวมถึงช่องบก ปราสาทตาควาย และภูมะเขือ
เครื่องบินขับไล่ Gripen กองทัพอากาศไทยมีบทบาทครั้งแรกในการปะทะ 5 วันกับกัมพูชาเมื่อเดือนกรกฎาคมพ.ศ.2568
การตอบโต้ด้วยโดรนและระบบต่อต้านโดรนของไทยมีหลายวิธีการเช่น การโจมตีทางยุทธศาสตร์ วิธีการนี้ทหารไทยได้ใช้โดรนทิ้งระเบิดเพื่อทำลายฐานที่มั่นของทหารกัมพูชา โดยเฉพาะจุดลำเลียงยุทธปกรณ์และเสบียง เช่น การทำลายกระเช้าขึ้นเนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย
ในสงครามนี้มีการส่งโดรนพลีชีพไปโจมตีระบบแอนตี้โดรน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงเมื่อหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดได้ส่งโดรนพลีชีพ (Kamikaze drones) เข้าทำลายเสาส่งสัญญาณรบกวนที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยมองว่าอาจเป็นระบบต่อต้านโดรนหรือ Jammer ที่ติดตั้งอยู่บนดาดฟ้ากาสิโนทมอดา ในฝั่งกัมพูชา
ซึ่งเป็นที่ตั้งอาวุธหนักตรงข้ามจังหวัดตราด ดังนี้นเมื่อการทำลายระบบต่อต้านโดรนนี้ทำให้นาวิกโยธินไทยสามารถกลับมาใช้โดรนในพื้นที่นั้นได้ ในการต่อสู้กับโดรน ทหารไทยสามารถยิงสกัดกั้นโดรนสอดแนมของกัมพูชาได้ด้วยปืน M16 เครื่องยิงลูกระเบิด M203 ติดตั้งกับกระบอกปืน M16 และเครื่องยิงลูกระเบิด M79
ทางด้านคุณอนาลโยกล่าวเสริมว่าวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการกับโดรนพลีชีพคือการทำลายผู้บังคับโดรนที่อยู่ด้านหลังแนวรบ โดยใช้การตรวจจับสัญญาณการควบคุม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีเหตุการณ์แนวนี้เกิดขึ้นกับกองทัพบกไทยเมื่อทหารเราทั้ง 3 นายควบคุมโดรน แล้วทหารกัมพูชาจับสัญญาณจุดที่ทหารไทยผู้บังคับโดรนขึ้นบินได้ จึงถูกปืนใหญ่ยิงใส่เสียชีวิตไปในที่สุด
การทำสงครามในรอบนี้เน้นย้ำถึงความพยายามของกองทัพอากาศไทยในการใช้เทคโนโลยีที่มีความสามารถสูงผสมกับความสามารถของอากาศยานอย่าง F-16 และ Gripen เพื่อยับยั้งการทำร้ายประชาชนในฝั่งไทยด้วยอาวุธหนักและทำลายขวัญกำลังใจกองทัพกัมพูชาจนสิ้นขีดความสามารถทางทหารในระดับที่จำเป็น
Gripen ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ (ผู้เขียนถ่ายเอง)
ทั้งนี้การโจมตีทางอากาศของ F-16 และ Gripen มีขึ้นเพื่อเป็นการนำความมั่นคงกลับคืนสู่ดินแดนไทยอีกครั้ง โดยมุ่งเน้นการทำลายอาวุธยิงระยะไกล BM-21 และฐานสนับสนุนที่ถูกอำพรางในพื้นที่พลเรือน โดยเฉพาะกาสิโน ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชาพึ่งพาโดรนพลีชีพเพื่อสร้างความเสียหายให้กับกำลังพลแนวหน้าของไทย ยุทธศาสตร์การโจมตีเชิงลึกและแม่นยำด้วยเครื่องบินรบและโดรนตอบโต้นับเป็นมาตรการสำคัญในการจัดการกับภัยคุกคามที่พัฒนาขึ้นของกัมพูชา
สงครามในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการต่อสู้ที่รวดเร็วและร้ายแรง โดยมีเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างโดรนพลีชีพและความแม่นยำสูงจากเครื่องบินรบเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแนวชายแดน
ความคิดเห็นส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการนำเครื่องบินขับไล่ F-16 เข้าโจมตีเป้าหมายด้วยความแม่นยำเหนือน่านฟ้ากัมพูชาเป็นครั้งแรกนั้น เราไม่มีเจตนาที่จะไปทำลายชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เรามุ่งเน้นไปที่การทำลายเป้าหมายทางทหาร ซึ่งอาวุธที่ปล่อยออกจากใต้ปีกของ F-16 ไม่ได้สร้างความรุนแรงจนถึงขั้นที่เมืองทั้งเมืองเละแบบระเบิดปรมาณูที่สหรัฐอเมริกาทิ้งใส่ญี่ปุ่นเมื่อปีค.ศ.1945 ความรุนแรงจำกัดอยู่เพียงแค่เป้าหมายที่เราล็อคไว้เท่านั้น
ในขณะที่กองทัพอากาศไทยนำ F-16 ขึ้นบินทหารกัมพูชาอาจมีขวัญกำลังใจลดลงเมื่อรู้ว่าเสียงที่พวกเขาได้ยินไม่ใช่เสียงยิงขีปนาวุธ BM-21 หรือปืนใหญ่ที่พวกเขาภาคภูมิใจ มันคือเสียงจากมัจจุราชเหินเวหาที่กำลังนำไข่เหล็กมาหย่อนใส่จนสิ้นชีวิตไปในสนามรบ บนท้องฟ้าพวกเขามองไม่เห็น F-16 เพราะบินสูงกว่าจึงหาได้ยากด้วยตาเปล่า จึงได้ยินแค่เสียงเท่านั้น
เสียงของ F-16 มีผลทางจิตวิทยาต่อฝ่ายกัมพูชาหากได้ยินเมื่อใดนั้นหมายถึงอันตรายกำลังมาเยือนพวกเขาแล้ว
ไม่เพียงเท่านี้ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าเสียงที่มาจาก F-16 หรือแม้แต่ Gripen คือเสียงสวรรค์ที่ทหารไทยรอคอย เพราะในยามคับขันเมื่อทหารบกที่กำลังรบบนภาคพื้นดินขอความช่วยเหลือกรณีที่ใกล้จะเพี่ยงพล้ำ การขอความช่วยเหลือจาก F-16 และ Gripen จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นหากได้ยินเสียงเครื่องบินรบไทยบินมาเมื่อใดเมื่อนั้นพวกเขาจะรู้สึกปลอดภัยราวกับมีโล่ป้องกันเพิ่มอีกชั้น
การนำโดรนเข้าสู่สมรภูมิ การนำ Gripen หรือ F-16 มาออกรบในสถานการณ์ตึงเครียดครั้งล่าสุด ถือเป็นเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจริงในสงครามครั้งนี้ นี่หาใช่เพียงสงครามที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี หากแต่เกิดจากการวางแผนการดำเนินกลยุทธ์ของทั้ง 2 ฝ่ายที่จะตัดสินผลแพ้ชนะนับจากนี้ แน่นอนว่าตราบใดที่สงครามยังไม่จบ เราก็ยังคงเห็น F-16 Gripen และโดรนทั้ง 2 ฝ่ายยื้อแย่งความได้เปรียบกันไปมา ขณะนี้ผู้เขียนขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
TEERAWUT WONGDEE
RTAF
อนุรักษ์ สิงโตอ่อน
Thairath TV
นิตยสารสงคราม
เรียบเรียงโดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
โฆษณา