14 ธ.ค. 2025 เวลา 12:09 • ท่องเที่ยว
ลาว

การเดินเพื่อการเจริญจิตตื่น ณ ผาจ้อง เทือกเขาภูเขาควาย สปป.ลาว

เป็นการเดินทาง ในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 - วันที่ 9 ธันวาคม 2568 ขึ้นรถไฟ ตู้นอน จาก สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ - ไปลงสถานีหนองคาย แล้วต่อรถสองแถว ไปยังชายแดนหนองคายเวียงจันทร์ ขึ้นรถไฟ เวลา 20:25 - 06:25 ไปถึงสถานีหนองคาย เช้าพอดี
บรรยากาศบนรถไฟไทย สะอาดปลอดภัย
หลังจากลงรถไฟ เราก็ไปกันต่อ ชายแดนหนองคายเวียงจันทร์เพื่อข้ามฝั่งไปยัง สปป.ลาว ดินแดนแห่งธรรมชาติที่ยังสวยงาม เทือกเขาภูเขาควาย ผาจ้อง
จากสถานีหนองคาย เดินทางไปยังด่านหนองคายเวียงจันทร์
บริเวณด่านชายแดนหนองคายเวียงจันทร์ ถ้าใครมีพาสปอร์ต ก็สามารถใช้พาสปอร์ตข้ามฝั่งได้เลย ง่ายสะดวก
บริเวณด่านข้ามชายแดน
หลังจูากไปถึงฝั่งลาว เราก็มีรถมารับถึงที่ นัดกับพี่ขับรถ เพื่อไปส่งยัง วัดภูกะดี อำเภอปากงึม บริเวณต้นทางเพื่อเดินทางขึ้นไปยังผาจ้อง เทือกเขาภูเขาควาย
รถบัสขนาดเล็ก 24 ที่นั่ง
ผาจ้องตั้งอยู่บนเส้นภูเขาควาย ด้านหลังวัดป่าพระเทพธัมภวงศ์ วัดภูกะดี หรือวัดหลวงปู่สุวรรณคำ บ้านเซียงแลนา อำเภอปากงุ้ม นครหลวงเวียงจันทน์ การเดินทางคือ 84 กม. จากนครหลวงเวียงจันทน์ไปตามเส้นทางหมายเลข 13 ใต้ ถนนเป็นลาดยางและยานพาหนะทุกประเภทสามารถไปได้
หน้าผาจ้อง สูงประมาณ 1,100 เมตร เดินไปกลับจากวัดประมาณ 14 กม. (เปิด GPS - อาจจะหยุด + เพิ่มประมาณ 2 กม.) ทางขึ้นค่อนข้างชัน เดินตามเส้นทางหมู่บ้านเข้าไปในป่า
ระหว่างทางพระสงฆ์จะนำผ้าเหลืองมาปูเป็นเครื่องหมายบอกทาง ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 4-5 ชั่วโมง ขากลับประมาณ 8-9 ชั่วโมง (ไม่แนะนำให้เดินขึ้นเอง ต้องมีเจ้าถิ่นหรือพระสงฆ์ช่วยเดินขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องมีกำลังขาที่แข็งแรงและแข็งแรงพอที่จะขึ้นไปได้)
ผาจ้อง เป็นผาศักดิ์สิทธิ์แห่งหุบเขาเขาควาย เป็นสถานที่แสวงบุญของพระสงฆ์ในลาว และในสมัยอดีต ครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น ในประเทศไทย ก็เดินทางมาภาวนากันที่ เทือกเขาภูเขาควายแห่งนี้
วัดภูกะดี
การเริ่มต้น ในการเดิน เราเริ่มสตาร์ทกันประมาณ 10:30 เรามีลูกหาบ 5 คน ขึ้นไปส่ง มี 2 คน อยู่กับเรา ตลอดทริป คือพรานกู้ และก็พรานตา การเดินขึ้นไปยัง ผาจ้องภูเขาควาย เป็นทางเดินที่ร่มรื่น ต้นไม้มีตลอดทาง แต่ ก็มีทางแยก เยอะมาก ทำให้คณะของเราก็หลงกันไปหลายรอบ
วัดภูกระดี-เริ่มเดินขึ้นผาจ้อง วันแรก วันที่ 6 ธันวาคม2568
เส้นทางเดินร่มรื่นมาก มีต้นไม้ ป่าไผ่ เดินไต่ก็ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
มีสมาชิก 6 ท่าน เดินหลงทางไปอีกทิศหนึ่ง แต่ก็มีสติ รู้ว่าหลง เพราะทางที่จะไป มันเริ่มตัน ส่งเสียงกู่ ร้องไปเพื่อหาทิศทาง สุดท้ายก็ได้ยินเสียงกู่ตอบ ก็เลยเดินกลับมาถูกทิศ สีสันในการเดินทาง
555
ดูสีหน้าก็รู้ว่าเหนื่อยไม่เหนื่อย😅
เส้นทางแห่งการตื่นรู้ รู้ทุกอย่างที่จิตรู้ แต่ไม่ติดนี้รู้นั้น
คำครุ
เราไต่ระดับความสูงขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ช่วงสุดท้าย ทางค่อนข้างที่จะชัน ต้องใช้พละกำลัง พอสมควร
แต่ทุกคนก็ผ่านมาได้ แบบสบายๆ
พอมาถึงยอดเขา หรือหลังแป สภาพภูมิประเทศ คล้ายๆภูกระดึง
ภูหลวงของบ้านเรา มีทุ่งหญ้าป่าสน พืชพันธุ์นานา สวยงาม มีโขดหิน มีกล้วยไม้ โอ๊ยสวยมาก เกินคำบรรยาย
GPS ทางเดินขึ้น ผาจ้องภูเขาควาย
บรรยากาศพอถึงหลังแป เป็นอะไรที่สวยงาม มีพืชพรรณธรรมชาติสวยงาม ถึงแม้เดือนนี้ จะเป็นเดือนธันวาคม แต่ก็ยังมีดอกไม้หลงเหลือให้ได้ชื่นชม ถ้าเป็นฤดูฝน สิงหา กันยา ตุลา ความฉุ่มชื่น พืชพรรณ น่าจะสวยงามมากกว่านี้ แต่ก็จะเดินขึ้นมาลำบาก เพราะทางเดินน่าจะลื่น
พืชพรรณเดินธันวาคม บริเวณหลังแป ผาจ้อง
หลังจาก เราเดินมาถึงที่พักบริเวณผาจ้อง ก็เป็นเวลาประมาณ 4 โมงเย็น ซื่งอาจารย์บอกว่า เป็นการทำเวลาได้ดีมาก มีเวลาหาน้ำ ทำที่หลับนอน บางคนก็เอามาเฉพาะฟลายชีท บางคนก็มีเต้นท์มาด้วย บางคน ก็เอาเปลมาผูกนอน ตามอัธยาศัย
ท้องทุ่งทิวสน
บริเวณผาจ้อง อยู่ริมหน้าผา มีก้อนหินขนาดใหญ่ และมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนก้อนหิน ปางนั่งสมาธิ มีความสวยงาม บริเวณนี้ ก็จะเป็นริมหน้าผา มองเห็นทิวทัศน์เบื้องหน้า เป็นหมู่บ้านเซียงแลนา อำเภอปากงึม นครหลวงเวียงจันทร์ มองทอดยาวไป ก็จะสามารถมองเห็น เส้นลำน้ำโขง สังเกตจากแสงไฟที่เป็นสายทอดยาวตามริมน้ำโขง
บริเวณผาจ้อง
เช้าวันที่ 7 ซึ้งเป็นวันที่สองของการเดินทาง อาจารย์จะพาเดินสำรวจไปทางทิศตะวันออก ของเทือกเขาภูเขาควาย เราจะเดินกันไปแบบตัวเบาๆ เอาเฉพาะอาหารกลางวันและน้ำคนละขวด เพราะเราจะกลับมานอนที่เดิม เพียงแค่ออกเดินไปสำรวจป่าที่เต็มไปด้วยความสวยงามของเส้นทาง
วันที่สองนี้เราเดินก้นไม่มาก ไปกลับประมาณ 5 กิโลเมตร ไปเจอฝูงวัวป่า ของชาวบ้าน ที่นำมาเลี้ยงตามธรรมชาติ เป็นวัวที่อิสระเสรีมาก เพราะหากินเองตามธรรมชาติเลย ไม่มีใครคอยควบคุม
บริเวณแคมป์คืนวันที่สอง อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นเรื่อย ๆ ลมกระโชกแรงริมหน้าผา ทำให้ความหนาวเย็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
บรรยากาศแคมป์บริเวณผาจ้อง
ผาจ้อง
ผาจ้อง
วันที่สามของการเดินทาง เราจะย้ายที่พัก เพราะว่าวันนี้เราจะไปเดินสำรวจทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทางที่เราจะกลับ ก็เลยถือโอกาสย้ายที่อยู่ ให้ใกล้ทางลงจากเขา เส้นทางในวันนี้ ก็เป็นเส้นทางที่สวยงาม เพราะว่า ธรรมชาติยังสภาพที่อุดมสมบูรณ์ ตามโขดหิน ตามเส้นทาง ก็ยังเต็มไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติ
ระหว่างทางเดินไปยังแคมป์ริมลำธาร
ทางเดินสวยงาม
รหว่างทาง
บริเวณแคมป์ริมลำธาร
บรรยากาศสภากาแฟ ริมลำธาร
สองพี่น้อง
วันนี้ เราเคลื่อนทัพจากจุดแรก มายังจุดที่พักจุดที่สอง ใช้เวลาไม่นาน ตอนแรกก็ว่าจะพักอีกที่หนึ่ง ที่อยู่ถึงก่อนที่นี้ ปรากฎว่า ไม่มีแหล่งน้ำ ทำให้ต้องขยับไกลออกไปอีกหน่อย เพื่อหาแหล่งน้ำ แต่ก็ไม่ไกลมาก ระหว่างทางเดิน ก็เจอรอยเท้าโบราณ ที่เป็นร่องรอยอยู่บริเวณลานหิน เป็นรูปรอยเท้า มีสามนิ้วขนาดใหญ่ น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก
หลังจาก เราผ่านรอยเท้าโบราณมาไม่ไกล ก็เจอกระท่อมกลางป่า บริเวณกระท่อม มีลำธาร มีแหล่งน้ำ เหมาะสำหรับเป็นที่พักเป็นอย่างมาก คืนนี้เราจะนอนกันที่นี้
รอยเท้าโบราณ
หลังจากได้ที่พักแล้ว อาจารย์ท่านก็พาเดินเล่นสำรวจ บริเวณใกล้กับแคมป์ที่พัก บริเวณนี้ ก็สวยงามมีโขดหิน มีท้องทุ่งทิวสน สวยงามเลยทีเดียว
ดินแดนแห่งธรรมชาติสวยงาม ผาจ้อง
บริเวณที่พักของเรา ลำธาร ยังมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ให้พวกเราได้ลงเล่น กันแบบชื่นใจ สนุกสนาน ถามว่าหนาวมั้ย ตอบได้เลยว่า มาก หนาว แต่ก็อดที่จะลงเล่นไม่ได้ เพราะที่ผ่านมา พวกเราไม่ได้อาบน้ำกันเลย ตั้งแต่ขึ้นเขามา ครั้งนี้ก็เลยถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ อาบน้ำ ก็จัดไปสิครับ555
สระน้ำธรรมชาติ เย็นสดชื่น
นอกจากจะมีแอ่งน้ำลำธารธรรมชาติ ยังมีสถานที่ จุดไฮไลท์ กองไฟ กลางลมหนาว มีน้ำขิง ชา กาแฟ ท่ามกลางกองไฟ และความหนาวเย็น บรรยากาศอบอุ่นมากครับ
ล้อมวงกองไฟ
ท่ามกลางความหนาวเย็น มองไปยังท้องฟ้า ก็ยังเต็มไปด้วยดวงดาวดารดาษ เต็มท้องฟ้า สวยงาม อดที่จะบันทึกภาพไม่ได้ แต่ถึงยังไงก็ไม่สามารถดูด้วยดวงตาของเราได้
ดวงดาวดารดาษ
กลางคืน คืนนี้ รู้สึกว่า จะหนาวมาก มีเลขตัวเดียวได้เลย ผมนอนริมน้ำ ก็นอนหลับๆ ตื่น ๆ ประมาณ ตี 5 ตื่นขึ้นมาช่วยอาจารย์ก่อกองไฟ ตอนหัวรุ่ง เพื่อต้มน้ำร้อน ชงชากาแฟ กินข้าวกัน ก่อนที่จะเก็บเต้นท์ เปล ที่หลับที่นอน ก่อน ที่จะเดินทางลงเขากัน เพราะวันนี้ เป็นวันสุดท้ายแล้ว
บรรยากาศเช้า
เคลียร์พื้นที่ ก่อนที่จะกลับให้เรียบร้อย เก็บขยะ เผาขยะ อย่าให้หลงเหลือ
บริเวณแคมป์ที่พักริมลำธาร
ได้เวลา กลับบ้านแล้ว วันนี้ เราเริ่มเดินลงจากเขาประมาณ 9 โมงเช้า ไม่ได้เร่งรีบอะไร เดินไปเรื่อย ๆ บันทึกภาพระหว่างทาง เดินอ้อยอิ่งเหมือนไม่อยากจะจากไป เพราะสถานที่สวยงามจริง ๆ มีเวลาเราจะกลับมาแน่นอน ผาจ้อง
เดินลงเขา
สุดท้ายก็เดินมาถึงวัดภูกะดี
ขาลงเขา นี้เดินกันลำบากเหมือนกัน เพราะว่า ทางค่อนข้างชัน ต้องหยั่งเท้า มีพี่ๆ หลายคน ต้องล้มลุกคลุกคลาน กันเป็นว่าเล่น และช่วงท้ายๆ ก็ยังมีคนหลงทาง เพราะทาง ไม่ค่อยชัดเจน เลี้ยวผิดเปลี่ยน แต่สุดท้ายทุกคน ก็มาถึงที่หมายโดยปลอดภัยทุกคน มาถึงที่วัดภูกะดี ที่เป็นจุดเริ่มเดิน ก็ประมาณ เที่ยง
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์กะลา ที่มีเมตตา พาลูกศิษย์มาย้อนรอย เกือบ 35 ปี ที่อาจารย์ท่านเคยมาภาวนา ในสมัยก่อน
และขออนุโมทนา กับกัลยาณมิตร สมาชิกที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ทุกท่านทุกคนด้วยนะครับ ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป ในเส้นทางแห่งการตื่นรู้ สาธุ
การเดินทาง มาเดินธุดงค์ ที่ บริเวณผาจ้อง เทือกเขาภูเขาควาย อำเภอปากงึม นครหลวงเวียงจันทร์
จาก ด่านพรหมแดนหนองคายเวียงจันทร์ มายังวัดภูกะดี บ้านเซียงแลนา ผมจะปัก GPS ไว้ให้ และเบอร์ติดต่อ กับพรานกู้ สามารถติดต่อ และมาเดินได้เลยครับ
GPS ทางเดินมายังวัดภูะดี
เบอร์พรานกู้
โฆษณา