Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
THE FOOL
•
ติดตาม
11 ธ.ค. 2025 เวลา 08:19 • ความคิดเห็น
การสัมภาษณ์งาน เราต้องพูดอย่างไรคะ พูดความจริงที่เรารู้สึกได้ไหมคะ เรารู้สึกว่าการเตรียมตัวคำสัมภาษณ์งานมันคือการโกหก เราไม่อยากโกหกเลยเพราะมันไม่ใช่ตัวเรา เราอยากพูดความจริงอ่ะ ?
คำถามนี้ฟังดูง่าย แต่ความจริงมันแสบกว่านั้นมาก เพราะระบบการสัมภาษณ์งานที่เราเชื่อว่าต้อง ตรงไปตรงมา นั้น … จริงๆแล้วมันถูกออกแบบมาให้เรา ไม่พูดความจริงตั้งแต่แรกต่างหาก
มันคล้ายการจัดฉากของโลกธุรกิจที่ให้ลูกจ้างต้อง ขายตัวเอง ให้ดูแพง ให้ดูดี ให้ดูพร้อม ทั้งๆที่ความจริงในชีวิตคนส่วนใหญ่คือ…เราแค่ต้องการงาน ต้องการเงิน ต้องการอยู่รอด
ปีที่แล้ว ผมสัมภาษณ์ 3 ที่ ไม่ได้เตรียมตัวสักนิด กับวุฒิปริญญาตรีในสาขาที่ไม่ตรงสายที่ทำงานเลย 😂 แต่ผ่านหมด
ผมไม่ได้เกียรตินิยม
ไม่ได้เรียนเชี่ยวอะไรเป็นพิเศษ
ไม่ได้นั่งท่องจุดแข็งจุดอ่อนแบบคนอื่นเขาทำ
แต่โทรมาพร้อมกัน 3 ที่เลย ในเวลาไล่เลี่ยกัน
รู้ไหมก่อนสัมภาษณ์งานผมคิดถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง เป็นหนังเก่าที่ผมดูตอนซดเบียร์กับเพื่อน เรื่องนี้ทำให้ผมเอะใจ จนไปคิดถึงฉากหนึ่งใน The Wolf of Wall Street ฉาก ขายปากกาให้ผมหน่อย
พระเอกเป็นตัวอย่างคนเลว ที่สังคมไม่ยอมรับ แต่สิ่งที่หนังเผยให้เห็นคือ คนโดนหลอกเพราะเขาต้องการเชื่อ และเพราะผู้ขาย ทำให้ความต้องการนั้นเกิดขึ้นตรงหน้าแบบไม่มีทางปฏิเสธได้เลยครับ
ฉากตอนที่พระเอกนั่งบนโต๊ะอาหารล้อมวง แล้วหยิบปากกาในกระเป๋าเสื้อออกมา แล้วบอกให้เพื่อนของพระเอก hey ขายปากกาให้ฉันหน่อย เอาเลยเพื่อนลองดู ทำให้ฉันเชื่อสิ
ตอนที่เพื่อนพระเอกตอบว่า
ให้ฉันขายปากกาแท่งนี้เหรอ ได้เลย
งั้นช่วยอะไรฉันอย่างสิเพื่อน
ขอลายเซ็นหน่อย
พระเอกตอบว่า
“ฉันไม่มีปากกา”
แล้วเพื่อนคนนั้นก็ยิ้มพร้อมวลี
“นี่แหละดีมานด์ ซัพพลาย เพื่อนเอ๋ย”
เขาไม่ได้ขายปากกา
เขาขาย “ความจำเป็นที่เกิดขึ้นตรงหน้า”
และผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่า
การสัมภาษณ์งานก็เหมือนกันแทบทุกเม็ด
มันไม่ใช่กระบวนการเลือก คนเก่งที่สุด
แต่มันคือกระบวนการเลือกคนที่ตอบความจำเป็นตรงหน้าได้เนียนที่สุด
ลองนึกถึงคำถามยอดฮิตของโลกการสัมภาษณ์งาน
ทำไมคุณถึงอยากมาทำงานกับเรา
ความจริงที่คนไม่กล้าพูดคือ
เพราะผมไม่มีงานทำครับ
1
เพราะผมเห็นป้ายหน้าบริษัทเขียนว่ารับสมัครงาน
เพราะผมต้องผ่อนค่าห้องเดือนหน้า
เพราะผมต้องกินข้าวครับ จะให้ผมไปกินอากาศเหรอ
นี่แหละคือ สัจธรรมแบบไม่แต่งหน้า ของตลาดแรงงาน
แต่ลองดูคำตอบที่โลกธุรกิจต้องการฟัง
ความจริงที่ถูกรีทัชให้คนยอมรับ
เพราะผมชื่นชมค่านิยมของบริษัทและอยากเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตครับ
1
เพราะผมมองเห็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง
เพราะงานของที่นี่ตรงกับแพสชันของผม
แพสชันเหรอ ?
บางทีแพสชันเดียวของเราคือ
อยากจ่ายค่าไฟเดือนนี้ให้ได้ก่อนด้วยซ้ำ
1
การสัมภาษณ์งาน คือการต่อรองความจริง 2 แบบ
1. ความจริงที่ผู้สมัครคิด สกปรก ดิบ ซื่อๆ ไร้การปรุงแต่ง
2. ความจริงที่นายจ้างอยากได้ เป็นระเบียบ หรูหรา ถูกควมหมายใน KPI
การสัมภาษณ์จึงเป็นเหมือนละครเวทีที่ทั้ง 2 ฝ่ายรู้ว่าเล่นอยู่ แต่ไม่มีใครพูดออกมาตรงๆ ว่า
ผมอยากได้เงิน และ
ฉันอยากได้แรงงานที่คุมได้และคุ้มทุน
มันชัดขนาดนั้น แต่เราถูกสอนให้พูดแบบอ้อมโลกเพื่อให้มันดูสวยงามในเอกสาร
และนี่คือสิ่งที่ผมทำ…ที่ทำให้ผมได้งาน
ตอนผมไปสัมภาษณ์งานตำแหน่ง PC Product Consultant ผมไม่เตรียมคำตอบสวยหรูเหมือนในคู่มือสัมภาษณ์งาน และผมก็ไม่ได้พยายามสร้างภาพว่าเป็นคนขายเก่งแบบเสกยอดขายจากอากาศ
ผมแค่ตอบ…ตามสิ่งที่ผม รู้สึกจริงๆ
ในฐานะลูกค้า คนหนึ่ง
ผมบอกผู้สัมภาษณ์ว่า
ถ้าผมเป็นลูกค้า แล้วมีพนักงานเดินตามก้นผมทุกฝีก้าว ผมจะกดดันครับ มันทำให้ผมรู้สึกอยากหนี ไม่อยากถาม ไม่อยากซื้อด้วยซ้ำ
เพราะความจริงคือ ทุกคนในห้างเคยรู้สึกแบบนั้น
แต่ไม่มีใครบอกตรงๆ ในห้องสัมภาษณ์
ผมเลยอธิบายต่อว่า…
การขายของจริงๆ ไม่ใช่การสะกดรอยลูกค้า
แต่คือการสร้าง ความจำเป็น แบบที่ลูกค้าเลือกเดินกลับมาหาเราเอง
ผมบอกเขาอีกว่า
ผมมองงานขายเหมือนงานแฮนด์เมด
ผลิตชิ้นต่อชิ้น มีความใส่ใจ มีความคงทน
ไม่ใช่งานโรงงานที่ปั๊มเป็นโหลๆ แล้วหวังว่าจะขายได้หมด
งานแฮนด์เมดกำไรน้อยกว่างานโรงงานในระยะสั้น
แต่ในระยะยาว งานแฮนด์เมดคือสิ่งที่คนจำได้
เพราะมันมีตัวตนของคนทำงานซ่อนอยู่ในนั้น
ผมบอกเขาแบบนี้เลย
ผมอยากขายในแบบที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า
เขาได้ของที่ ใช่ สำหรับเขาจริงๆ
ไม่ใช่การถูกยัดเยียดให้ซื้อ
ผมต่อด้วยการอธิบายที่มันใกล้กับซีน “ขายปากกาให้ผมหน่อย” แต่เป็นภาษาแบบบ้านๆ เข้าใจง่ายๆ
1. ผมไม่เริ่มจากการขายของ
ผมเริ่มจากการหาความต้องการเล็กๆ ที่ลูกค้ามองไม่เห็น
เหมือนถามว่า
คุณใช้มือถือถ่ายรูปเยอะไหมครับ
ชอบเล่นเกมหรือแค่ดูหนัง
ปกติพกของเยอะไหม เวลาทำงาน
จุดประสงค์ไม่ใช่ถามเพื่อทำยอด
แต่เพื่อช่วยเขามองเห็นความจำเป็นของตัวเองชัดขึ้น
2. ผมขายปัญหา ก่อนขายสินค้า
ถ้าลูกค้าบ่นว่าแบตหมดบ่อย
ผมไม่ได้ชี้ไปที่รุ่นราคาแพง
ผมจะพูดประมาณว่า
ผมเคยใช้รุ่นใกล้ๆแบบนี้ แบตจะเริ่มอึดน้อยลงหลังปีหนึ่ง ถ้าคุณลูกค้าทำงานนอกสถานที่ ผมกลัวว่ามันจะไม่ทันใจอ่ะครับ
คนฟังจะรู้สึกว่าเรา เตือนด้วยความหวังดี
ไม่ใช่พยายามยัดเยียด
3. ผมขายคำตอบ ไม่ใช่ขายของ
สุดท้าย เมื่อเขาเห็นปัญหาชัด
ผมแค่ยื่นคำตอบให้เขาเลือก
เขาจะเลือกเอง
และการเลือกนั้น…
จะมีน้ำหนักมากกว่าเราโน้มน้าวสิบครั้งรวมกัน
นี่คือ การขายสิ่งจำเป็น
ไม่ใช่การขายสินค้า
เหมือนในฉากปากกา
คุณไม่ได้ขายปากกา
คุณขาย เหตุผลที่เขาต้องใช้มันตอนนี้ทันที
1
และผมก็เล่าแบบนี้ตรงๆ ในห้องสัมภาษณ์
ไม่มีสคริปต์
ไม่มีภาษาสวยๆ
มีแต่ ความจริงที่ผมทำงานแบบนี้จริงๆ
และก่อนผมเดินออกจากห้อง…ผมถามผู้ให้สัมภาษณ์คำถามหนึ่ง มันเป็นคำถามง่ายมาก
ผมถามว่า
ถ้าวันนี้ผมได้งาน
สิ่งแรกที่คุณอยากให้ผมพิสูจน์ให้เห็นคืออะไรครับ
ผู้สัมภาษณ์ยิ้ม
เพราะคนส่วนใหญ่จะถามแค่เรื่องเงิน
สวัสดิการ
หรือถามให้ตัวเองดูเก่ง
แต่คำถามนี้มันสื่อชัดว่า
1. ผมอยากทำงานจริง
2. ผมอยากรู้ความคาดหวัง
3. ผมพร้อมทำงานให้ตอบโจทย์เขา
4. ผมไม่หลอกขายภาพลวงตา แต่ต้องการรู้ “ดีมานด์จริง”
และนี่แหละ
คือจุดที่เขาตัดสินใจรับผมเข้าทำงานในวันนั้น
มันไม่ใช่เพราะผมเก่ง
ไม่ใช่เพราะประสบการณ์
ไม่ใช่เพราะตอบคำถามหรูหรา
แต่เพราะผมถามคำถามที่บอกว่า
ผมพร้อมเป็นกำไรระยะยาวของคุณ
การสัมภาษณ์งานไม่เคยเกี่ยวกับ ความจริงทั้งหมด มันคือศิลปะในการพูดความจริงเท่าที่เขารับไหว และเติมส่วนที่ขาดด้วยสัญญาณว่าเราเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ
1
คนที่พูดตรงเกินไปจะถูกมองว่าไม่พร้อม
คนที่โกหกมากเกินไปจะถูกจับได้
แต่คนที่ พูดความจริงแบบมีกึ๋น จะโดดเด่นกว่าใครทั้งหมด
1
1
เหมือนกับการขายปากกา
คุณไม่ได้ขายปากกา
คุณขาย เหตุผลที่เขาต้องใช้มันในตอนนี้
ส่วนการสัมภาษณ์งาน
คุณไม่ได้ขายตัวเอง
คุณขาย ความจำเป็นของเขาที่คุณช่วยเติมเต็มได้
1
บันทึก
4
1
4
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย