Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
THE STATES TIMES
•
ติดตาม
12 ธ.ค. 2025 เวลา 05:00 • การเมือง
ไม่ยอมให้ใครกดหัวไทย!
ถอดสูตรการทูต ‘สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’
รมว.ต่างประเทศกลางวิกฤตชายแดน
นักการทูตอาชีพที่พาการทูตไทย
ฝ่าพายุชายแดน–ภูมิรัฐศาสตร์โลก
ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2568 ที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เขาเข้ามารับไม้ในจังหวะที่ยากที่สุดช่วงหนึ่งของการทูตไทย:
• วิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชาปะทุรุนแรง
• โลกกำลังเปลี่ยนสมดุลอำนาจ
• ไทยต้องเร่งยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ ควบคู่กับการปกป้องผลประโยชน์และอธิปไตยของตน
ภายในเวลาไม่ถึงสามเดือน เราเริ่มเห็น “ลายเซ็น” ของรัฐมนตรีต่างประเทศคนนี้ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในแง่ท่าทีที่หนักแน่นบนหลักการ การสื่อสารกับนานาชาติอย่างมืออาชีพ และการเดินเกมเชื่อมพันธมิตรยุทธศาสตร์ใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย
1. ทุนเดิม 40 ปีในแวดวงการทูต ที่กลายเป็น “เกราะ” ให้ไทยบนเวทีโลก
ก่อนจะขึ้นเป็น รมว.ต่างประเทศ นายสีหศักดิ์เป็นนักการทูตอาชีพที่สั่งสมประสบการณ์กว่า 4 ทศวรรษ ทั้งในฐานะ
• ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (ตำแหน่งข้าราชการสูงสุดของกระทรวง) ระหว่างปี 2554–2558
• เอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ควบผู้แทนถาวรไทยประจำยูเนสโก และผู้แทนไทยประจำ OECD
• เอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่น
• ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ เจนีวา และเคยได้รับเลือกเป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ พร้อมได้รับรางวัลสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของไทย
ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศคนปัจจุบัน “อ่านเกมโลกออก” และเข้าใจทั้งภาษาแห่งการทูตและภาษาของผลประโยชน์แห่งชาติอย่างลึกซึ้ง เมื่อมาถึงวันที่ต้องรับมือทั้งสงครามข้อมูล วิกฤตชายแดน และแรงกดดันจากมหาอำนาจ—เราจึงเห็นความนิ่ง สุขุม แต่ชัดเจนในทุกถ้อยแถลง
.
2. คุมเกมวิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชา ด้วยหลักการกฎหมายระหว่างประเทศและข้อมูลจริง
วันที่ 8 ธันวาคม 2568 กระทรวงการต่างประเทศจัดการชี้แจงต่อคณะทูตและองค์กรระหว่างประเทศในไทย เพื่ออธิบายสถานการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีรัฐมนตรีสีหศักดิ์เป็นประธานการบรรยายสรุปด้วยตนเอง
ในเวทีนั้น เขาย้ำชัดว่า
• ไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนไทย
• การตอบโต้ทางทหารของไทยต้องอยู่ภายใต้หลักการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ, Rules of Engagement, หลัก “ความจำเป็นและได้สัดส่วน” และเน้นจำกัดเป้าหมายทางทหาร
• ไทยเดินหน้าชี้แจงต่อประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งออกบันทึกประท้วง ส่งโน้ตแจ้งประเทศอาเซียน และทำหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติและประธานคณะมนตรีความมั่นคง เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงจากฝ่ายไทยอย่างครบถ้วน
การเลือก “เปิดบ้าน” ชี้แจงคณะทูตด้วยข้อมูลละเอียด ตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบ และลำดับเหตุการณ์อย่างเป็นระบบ สะท้อนสไตล์การทำงานที่มองว่า การทูตสาธารณะ (public diplomacy) และการสื่อสารเชิงรุกกับโลกภายนอก เป็น “แนวรบ” สำคัญไม่น้อยไปกว่าการรบทางทหารในพื้นที่จริง
3. ยืนหยัดบนหลักการ ไม่ยอมให้ “ภาษี” ถูกใช้เป็นเครื่องบีบการเมือง
ท่ามกลางแรงกดดันจากต่างประเทศที่โยงประเด็นภาษีการค้าเข้ากับการกดดันให้ไทยรีบกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจากับกัมพูชา รัฐมนตรีสีหศักดิ์ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศอย่างตรงไปตรงมา
เขาส่งสัญญาณชัดว่า
• ไม่ควรใช้เรื่องภาษีมาเป็นเครื่องมือกดดันไทย เพื่อบังคับให้กลับไปสู่ข้อตกลงเดิม
• ต้องแยก “ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา” ออกจาก “การเจรจาภาษีการค้า”
• การลดความตึงเครียดจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อกัมพูชาหยุดปฏิบัติการทางทหารและแสดงความจริงใจต่อสันติภาพก่อน
• ไทยพร้อมเลือก “เส้นทางสันติภาพ” แต่จะไม่ลังเลหากจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทย
นี่คือภาพของรัฐมนตรีต่างประเทศที่ไม่ยอมให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากดทับศักดิ์ศรีและอธิปไตยของประเทศ ขณะเดียวกันก็ไม่ปิดประตูการเจรจา หากอีกฝ่ายแสดงท่าทีจริงใจต่อสันติภาพ
4. ต่อสาย “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์” กับอินเดีย เดินเกมระยะยาวให้ไทย
ขณะต้องคุมวิกฤตชายแดน รัฐมนตรีสีหศักดิ์ยังเดินหน้าตอกย้ำบทบาทไทยบนเวทียุทธศาสตร์ในเอเชีย
ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม 2568 เขาเดินทางเยือนอินเดียเพื่อขับเคลื่อน “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ไทย–อินเดีย” ที่เพิ่งยกระดับขึ้น โดยมีการหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย ว่าด้วยความร่วมมือด้านต่าง ๆ ได้แก่
• การเมืองและความมั่นคง
• การค้า การลงทุน ความเชื่อมโยง และสตาร์ทอัพ
• วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และอวกาศ
พร้อมกันนั้น ไทยยังแสดงความสนใจเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ในช่วงที่อินเดียจะเป็นประธานในปี 2026 ด้วย
ในประเด็นความมั่นคงร่วมสมัย ไทยและอินเดียหารือกันอย่างจริงจังเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์–ออนไลน์สแกม” และมีการเชิญอินเดียเข้าร่วมประชุมใหญ่ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือภัยออนไลน์ที่จะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ กลางเดือนธันวาคม
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ไทยจะกำลังเผชิญวิกฤตชายแดน แต่การต่างประเทศของไทยภายใต้สีหศักดิ์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ “ดับไฟใกล้บ้าน” เท่านั้น ยังเดินเกมสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวควบคู่กันไป
5. สไตล์การสื่อสาร: ตรง ชัด มืออาชีพ
หากมองย้อนกลับไปในอดีต นายสีหศักดิ์เคยทำหน้าที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศมาก่อนหลายปี ทำให้เขาคุ้นมือกับการสื่อสารกับสื่อและสังคมโลก
วันนี้ในฐานะรัฐมนตรี เราจึงเห็นสไตล์ที่ชัดเจนคือ
• ใช้ข้อมูลจริงและตัวเลขในการสื่อสาร ทั้งเรื่องผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน โรงเรียนและโรงพยาบาลที่ต้องปิดชั่วคราว และการเดินทางอพยพของประชาชน
• เชื่อมภาคส่วนต่าง ๆ – ทำงานร่วมกับกองทัพ หน่วยงานความมั่นคง และคณะทูต เพื่อให้ทุกฝ่ายพูดด้วยข้อมูลชุดเดียวกัน
• เน้นความโปร่งใสต่อประชาคมโลก ผ่านการบรรยายสรุป การออกเอกสารชี้แจง และการติดต่อองค์กรระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ
ในยุคที่ “การศึกข้อมูลข่าวสาร” สำคัญไม่แพ้การศึกในสมรภูมิ ความชัดเจนและความต่อเนื่องในการสื่อสารของรัฐมนตรีต่างประเทศจึงกลายเป็น “ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์” ของประเทศไปแล้วโดยปริยาย
6. บทสรุป: นักการทูตอาชีพ ที่เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นเวทีแสดงศักยภาพการทูตไทย
ในเวลาไม่กี่เดือนหลังเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอย่างนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แสดงให้เห็นอย่างน้อยสามมิติสำคัญของผลงานคือ
1. 1) ยืนหยัดปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทย ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและข้อมูลจริง
2. 2) สื่อสารกับโลกอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และมืออาชีพ ลดช่องว่างของข่าวลือและสงครามข้อมูล
3. 3) เดินเกมระยะยาว สร้างหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ใหม่ ๆ เช่น การขยายความร่วมมือไทย–อินเดียในมิติการค้า ความมั่นคง และเทคโนโลยี
ในวันที่ชายแดนปะทุ เดินคู่ไปกับวันที่โลกกำลังปรับสมดุลอำนาจ การมี “รัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นนักการทูตอาชีพเต็มตัว” คือหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของประเทศไทย — และผลงานตลอดช่วงเวลานับจากวันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ก็ทำให้ชื่อของ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” กลายเป็นหนึ่งในเสาหลักด้านการทูต ที่ช่วยพาประเทศไทยฝ่าพายุที่ซับซ้อนของภูมิรัฐศาสตร์ยุคใหม่ได้อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย