Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ทำบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย
•
ติดตาม
12 ธ.ค. 2025 เวลา 04:14 • ธุรกิจ
ภ.พ. 30 คืออะไร? รู้จักเอกสารสำคัญของคนทำธุรกิจ
สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้ว ภ.พ. 30 คือแบบแสดงรายการที่สำคัญอย่างยิ่งและเป็นหน้าที่ที่ต้องดำเนินการเป็นประจำทุกเดือน
การทำความเข้าใจว่า ภ.พ. 30 คืออะไร, คำนวณอย่างไร, และยื่นเมื่อไหร่ ถือเป็นความรู้พื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง แต่ยังช่วยให้คุณบริหารจัดการกระแสเงินสดและภาษีของกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
flowaccount.com
ภ.พ.30 คืออะไร? ต้องยื่นสรรพากรอย่างไรให้ถูกต้อง
ภ.พ.30 คือเอกสารสรุปภาษีซื้อ-ภาษีขาย ที่เจ้าของธุรกิจต้องยื่นแสดงภาษีมูลค่าเพิ่มแก่กรมสรรพากรทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
อ่านเพิ่มเติม
ภ.พ. 30 คืออะไร ?
แบบ ภ.พ. 30 คือ แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT มีหน้าที่ต้องยื่นต่อกรมสรรพากรเป็นประจำทุกเดือน เพื่อสรุปจำนวน ภาษีขาย (VAT ที่เก็บจากลูกค้าเมื่อขายสินค้าหรือบริการ) และ ภาษีซื้อ (VAT ที่จ่ายไปเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการมาเพื่อใช้ในกิจการ) ที่เกิดขึ้นในเดือนนั้นๆ
วัตถุประสงค์หลักของแบบ ภ.พ. 30 คือการคำนวณหา "ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระ" หรือ "ภาษีที่ขอคืนได้" ในแต่ละเดือน เพื่อนำส่งหรือขอคืนจากกรมสรรพากรต่อไป
ใครมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ. 30 ?
ผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ. 30 คือ ผู้ประกอบการทุกคนที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กับกรมสรรพากรไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม โดยมีหน้าที่ต้องยื่นแบบเป็นประจำทุกเดือน แม้ว่าในเดือนนั้นๆ จะไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นเลยก็ตาม (ซึ่งเรียกว่าการยื่นแบบเปล่า)
วิธีคำนวณภาษีเพื่อยื่น ภ.พ. 30
หัวใจของการกรอกแบบ ภ.พ. 30 คือการคำนวณผลต่างระหว่างภาษีขายและภาษีซื้อ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะมี 3 กรณี ดังนี้
ภาษีขาย - ภาษีซื้อ = ภาษีที่ต้องชำระ / ขอคืน
กรณีต้องชำระภาษีเพิ่ม
เกิดขึ้นเมื่อ ภาษีขาย > ภาษีซื้อ หมายความว่าในเดือนนั้นเราเก็บภาษีจากลูกค้าได้มากกว่าภาษีที่เราจ่ายออกไป ส่วนต่างที่เกิดขึ้นจึงเป็นจำนวนเงินที่เราต้องนำส่งให้กรมสรรพากร
กรณีมีภาษีที่ขอคืนได้
เกิดขึ้นเมื่อ ภาษีซื้อ > ภาษีขาย หมายความว่าเราจ่ายภาษีซื้อออกไปมากกว่าภาษีขายที่เก็บมาได้ ในกรณีนี้ ผู้ประกอบการสามารถเลือกได้ 2 ทาง คือ ขอคืนเป็นเงินสด หรือ เก็บไว้เป็นเครดิตภาษี เพื่อนำไปหักลบกับภาษีขายในเดือนถัดๆ ไปได้
กรณีภาษีเป็นศูนย์
เกิดขึ้นเมื่อ ภาษีขาย = ภาษีซื้อ หรือในเดือนนั้นไม่มีทั้งภาษีซื้อและภาษีขายเกิดขึ้นเลย ซึ่งแม้จะไม่ต้องชำระภาษีเพิ่มหรือขอคืน แต่ผู้ประกอบการก็ยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ. 30 (แบบเปล่า) ตามปกติ
กำหนดยื่นแบบ ภ.พ. 30 เมื่อไหร่ และยื่นที่ไหน ?
กำหนดเวลา: ต้องยื่นแบบ ภ.พ. 30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (เช่น ภาษีของเดือนมกราคม ต้องยื่นภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์)
สิทธิพิเศษ: หากทำการยื่นแบบผ่านช่องทางออนไลน์ (E-Filing) ของกรมสรรพากร จะได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน
ช่องทางการยื่น:
- ยื่นด้วยตนเอง: ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่
- ยื่นออนไลน์: ผ่านระบบ E-Filing บนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน
หากยื่น ภ.พ. 30 ล่าช้า จะมีบทลงโทษอย่างไร ?
การยื่นแบบล่าช้ากว่ากำหนดถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย และมีบทลงโทษที่ต้องชำระ ดังนี้
1. ค่าปรับทางอาญา: ค่าปรับกรณียื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 7 วัน อยู่ที่ 300 บาท และหากเกิน 7 วัน จะมีค่าปรับ 500 บาท
2. ชำระเงินเพิ่ม: คิดในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ (เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน)
สรุป
การยื่นแบบ ภ.พ. 30 คือหน้าที่สำคัญของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งสะท้อนถึงความรับผิดชอบและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ การทำความเข้าใจวิธีการคำนวณและรักษาเวลาในการยื่นแบบอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณปลอดจากค่าปรับที่ไม่จำเป็น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการบริหารจัดการภาษีที่ดีอีกด้วย
ธุรกิจ
การเงิน
ข่าวรอบโลก
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย