Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ไพบูลย์ สถาปนาวิสุทธิ์
•
ติดตาม
13 ธ.ค. 2025 เวลา 04:06 • การเมือง
บทความทางการเมืองที่น่าสนใจ
ทำไมสังคมไทยต้องสร้างอุดมการณ์ใหม่ของมวลชนคนตื่นรู้
คนรุ่นใหม่ไม่เอาคอร์รับชัน
หรืออาจจะบอกว่า “มีเราไม่มีเทา” ก็ไม่ได้หมายถึงแต่ “พรรคประชาชน” แต่หมายถึง “คนรุ่นใหม่” ทั้งหมด ไม่ว่าสังกัดหรือไม่สังกัดพรรคการเมืองใด หรือประชาชนคนทั่วไปที่ปฏิเสธ “คอร์รับชัน” ทุกรูปแบบ
อนาคตของสังคมไทยบนเส้นทางยุติการยอมจำนนต่อคอร์รับชัน
1. วัฒนธรรมสีเทา คือ ความพ่ายแพ้ที่ถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ
สังคมไทยมักพูดเล่น ๆ (แต่หมายถึงจริง) ว่า “โกงก็ได้ ขอให้พัฒนาประเทศก็พอ” “จะเอาใครได้ล่ะ ก็โกงกันหมด” ประโยคเหล่านี้บอกว่า ประชาชนจำนวนมากได้ ยอมจำนนเชิงวัฒนธรรม (cultural resignation) ต่อคอร์รับชันไปแล้ว เพราะถูกครอบงำโดยอำนาจนำ (hegemony) ของระบบการเมืองแบบเก่า จนมองไม่เห็นทางเลือกอื่น นอกจากการยอมให้ผู้มีอำนาจทุจริตไปโดยแลกกับ “ผลงานบางอย่าง”
นี่คือ โครงสร้างการครอบงำที่ลึกกว่าการเมือง มันกินเข้าไปในวัฒนธรรม การศึกษา สื่อ ระบบราชการ และความเชื่อทางสังคม
เมื่อความชั่วร้ายถูกทำให้ “ปกติ” ( the banality of evil : Hannah Arendt) การต่อต้านจึงหมดแรง เมื่อผู้โกงได้รับการเลือกตั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า วงจรนี้ก็ยิ่งแข็งแรง
สังคมแบบนี้แม้มีถนนใหม่ มีตึกสูง แต่โครงสร้างจริยธรรมพังทลาย เมืองอาจสวย แต่ประเทศอาจเสื่อมจากข้างใน นี่คือสถานการณ์ที่เรา “อยู่กันไม่ได้” ในระยะยาว
2. คนรุ่นใหม่ ฐานพลังที่รู้เท่าทัน และไม่ถูกครอบงำแบบเดิม
ข้อดีของยุคนี้คือ คนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่ยอมรับความปกติแบบสีเทาอีกต่อไป เขาเติบโตมาพร้อมโลกที่เปิดกว้างกว่ารุ่นพ่อแม่ เห็นข่าวคอร์รับชันแบบเรียลไทม์ เปรียบเทียบมาตรฐานประเทศอื่นได้ทันที และมี “เครื่องคิด” ของตัวเอง ไม่รอการตีความจากรัฐหรือสื่อเก่า
จิตสำนึกใหม่ของพวกเขามีลักษณะเด่น 4 อย่าง
• ธรรมาภิบาลสูงกว่ารุ่นก่อน ไม่รับคำว่า “ทุกคนโกงได้ถ้าจะพัฒนา” อีก
• ปัญญาแบบดิจิทัล มีข้อมูลหลายทาง ไม่ถูกผูกขาดความจริงโดยคนมีอำนาจ
• ไม่ยอมให้ใครมาสั่งให้นิ่งเฉย เป็นคนรุ่นที่โตมากับการตั้งคำถาม (critical thinking)
• มองการเมืองเป็นเรื่องของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เรื่องของนักการเมือง เพราะคอร์รับชันส่งผลถึงอนาคต อาชีพ คุณภาพชีวิต และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
นี่คือ “ฐานใหม่ของสังคมไทย” ที่กำลังก่อตัว และถึงจุดหนึ่งจะกลายเป็น มวลชนคนตื่นรู้ ที่โค่นวัฒนธรรมสีเทาลงได้จริง
3. ทำไมโครงสร้างคอร์รับชันแบบเก่ายังอยู่ และคนรุ่นใหม่จะเปลี่ยนมันอย่างไร
โครงสร้างคอร์รับชันในไทยแข็งแรงเพราะ 3 ปัจจัย คือ
(1) ระบบการเมืองที่ใช้เงินมหาศาล การซื้อเสียง การซื้อผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เงินที่ถูกใช้ในการเลือกตั้งจะถูก “ถอนทุน” เมื่อได้เป็นรัฐบาลหรือรัฐมนตรี ทำให้ระบบกลายเป็นวัฏจักร “ใช้เงิน หาทางถอนคืน หาผลประโยชน์” คือ “วงจรอุบาทว์” ของการเมืองไทยแบบเก่า
(2) โครงสร้างราชการที่รวมศูนย์และตรวจสอบยาก กฎระเบียบมากมายกว่าจะลงมือทำอะไรได้ ทำให้ “ผู้อนุญาต” มีอำนาจเหนือผู้ประกอบการ ระบบที่ช่องมาก ให้โอกาสโกงมาก
(3) วัฒนธรรมการเมืองที่ไม่ได้สร้างความรับผิดชอบร่วมกัน ประชาชนจำนวนไม่น้อยถูกทำให้เชื่อว่า “การเมืองเป็นเรื่องของนักการเมือง” ไม่ใช่ของพวกเขา จึงไม่มีพลังตรวจสอบจริง
คำถาม คือ แล้วคนรุ่นใหม่จะเปลี่ยนอย่างไร
• ไม่เลือกคนโกง แม้คนโกงจะเก่งแค่ไหน ประโยคที่คนรุ่นใหม่พูดบ่อยคือ “โกง คือ จุดจบของความชอบธรรม”
• เชื่อในหลักธรรมาภิบาลมากกว่าคนโวหารดี มีบทเรียนเรื่องตระบัดสัตย์
• ผลักดันข้อมูลเปิดเผย งบประมาณทุกบาทต้องตรวจสอบได้
• สร้างแรงกดดันทางสังคม ส.ส. ที่โกง จะไม่ใช่ “เรื่องเล่าในวงเหล้า” แต่จะถูกเปิดโปงบนแพลตฟอร์มทั่วประเทศ
• เป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงเอง ลงพื้นที่ ช่วยรณรงค์ หรือแม้กระทั่งลงสมัครเอง คนรุ่นใหม่ไม่รอให้ใครมาทำ เพราะเห็นว่าระบบเก่าไม่ยอมเปลี่ยนง่าย ๆ
4. ทำไมยุคนี้ การซื้อเสียงจะได้ผลน้อยลงเรื่อย ๆ
การซื้อเสียงอาจเคยได้ผลในอดีต แต่ในยุค Gen Z – Gen Alpha เริ่ม “ไร้ผล” ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ
1. ฐานเศรษฐกิจใหม่ก่อตัว คนพึ่งตัวเองมากขึ้น ร้านชุมชน, วิสาหกิจท้องถิ่น, อีคอมเมิร์ซ, gig economy ทำให้เงิน 500 บาท (หรือมากกว่า) ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตได้เหมือนเมื่อก่อน
2. ชุมชนออนไลน์ตรวจสอบได้ทันที ซื้อเสียงที่หนึ่ง คลิปแพร่ไปทั่วประเทศทันใด
3. คนรุ่นใหม่ปฏิเสธวัฒนธรรมนี้ เงินซื้อเสียงกลายเป็น “ตราบาป” ทางสังคม ไม่ใช่โบนัสในวันเลือกตั้งเหมือนสมัยก่อน
5. “ไม่เอาคอร์รับชัน” อุดมการณ์ใหม่ของการเมืองไทย
คำนี้ไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่เป็น วัฒนธรรมทางการเมืองใหม่ คือการประกาศว่า
“เราจะไม่ยอมรับความปกติของความผิด เราจะไม่เลือกคนโกงแม้จะเก่ง เราจะสร้างระบบที่ไม่เปิดช่องให้ใครโกง เราจะยืนหยัดข้างความโปร่งใส แม้จะเสียเปรียบระยะสั้น เราจะไม่ยอมให้อนาคตของประเทศถูกขายให้กับเงินที่ใช้ซื้อเสียง”
นี่คือการเมืองที่มี “ประชาชนเป็นศูนย์กลางของความซื่อสัตย์” แทนที่จะเป็นการเมืองที่มองคอร์รับชันเป็นเรื่องเล็กน้อย
6. บทบาทประวัติศาสตร์ของคนรุ่นใหม่ คือ เปลี่ยนโครงสร้างด้วยสำนึกใหม่
หากมองลึกลงไป พลังของคนรุ่นใหม่คือ “พลังโครงสร้าง” ที่แท้จริง เพราะเขาทำให้สังคมเปลี่ยนไปในระดับฐานราก 3 ประการ
(1) เปลี่ยนวัฒนธรรมการยอมจำนน วัฒนธรรมรับผิดชอบร่วมกัน แทนที่ประชาชนจะรอคนดีมาช่วย เขาหันมาช่วยตรวจสอบนักการเมืองด้วยตนเอง
(2) เปลี่ยนการเมืองแบบอุปถัมภ์ การเมืองแบบสิทธิของพลเมือง จากการ “รับบุญคุณจากนักการเมือง” สู่การ “ถือสิทธิของตนเองเป็นหลัก”
(3) เปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ กระจายศูนย์สู่ชุมชน การเมืองจะไม่ถูกครอบงำโดยกลุ่มทุนไม่กี่กลุ่ม เพราะชุมชนเข้มแข็งขึ้น คนตัวเล็กสามารถตรวจสอบคนตัวใหญ่ได้
นี่คือการปฏิวัติทางโครงสร้างโดยไม่ต้องมีความรุนแรง เป็นการปฏิวัติด้วย สำนึกใหม่ และด้วย critical mass ของคนตื่นรู้ จาก “คุณภาพสู่ปริมาณ” ที่เป็นฐานของสังคมใหม่
เสรี พพ 13 ธ.ค. 25
หมายเหตุ สงครามเป็นความเลวร้าย แต่มันก็ได้เปิดเผยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่าง “สแกมเมอร์” กับ “ทุนคอร์รับชั่น” ทางการเมือง โอกาสของคนรุ่นใหม่ที่จะใด้ “ข้อมูล ความรู้” และสร้างมวลชนคนตื่นรู้
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย