Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ทนายน้อยหน่า
•
ติดตาม
14 ธ.ค. 2025 เวลา 07:38 • ปรัชญา
"หยุด Romaticize ความทุกข์ แล้วอยู่กับความจริงอย่างมีสติ"
🔸ช่วงนี้หลายคนอาจซึมซับความทุกข์โดยไม่รู้ตัวจากหลายเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นสงครามไทย-กัมพูชา ความผันผวนของการเมืองจากยุบสภา สภาวะเศรษฐกิจ ข่าวรถชนคนขณะข้ามทางม้าลาย ฯลฯ จนบางคนใช้วิธี Romanticize ความทุกข์ซึ่งคือการทำให้ดูโลกสวยทั้งที่ความเป็นจริงมันไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น เราจึงอยากเขียนถึงเรื่องนี้
🔸ในสังคมการพัฒนาตนเอง เรามักได้ยินคำอธิบายว่า
ความทุกข์คือบทเรียน
ความเจ็บปวดคือครู
และความล้มเหลวคือของขวัญของชีวิต
คำอธิบายเหล่านี้ฟังดูดี
แต่จากประสบการณ์ตรงของเรา การทำให้ความทุกข์ดูดี
ไม่ได้ช่วยให้คนพ้นทุกข์เสมอไป
บางครั้งกลับทำให้ทุกข์ซ้ำซ้อน
เพราะมันสร้างกรอบความคิดว่า
ถ้ายังเจ็บอยู่ แปลว่ายังไม่เข้าใจ
ถ้ายังไม่ผ่าน แปลว่ายังไม่เติบโต
ถ้ายังไม่สงบ แปลว่ายังจัดการตัวเองไม่พอ
กรอบคิดแบบนี้ไม่ยุติธรรมกับมนุษย์
และไม่สอดคล้องกับความจริงของชีวิต
ความทุกข์ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิด และไม่จำเป็นต้องขอบคุณ
🔸ในฐานะนักกฎหมาย เรารู้ดีว่า
ไม่ใช่ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีเหตุผลรองรับ (แม้จำเลยจะมีเหตุผลเข้าข้างตนเองเสมอ)
และไม่ใช่ทุกความเสียหายจะต้องถูกทำให้มีคุณค่า
ความทุกข์ก็เช่นเดียวกัน
มันไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิด
และไม่ใช่สิ่งที่ต้องยกย่อง
การบอกว่า “ดีแล้วที่ทุกข์”
อาจฟังดูเข้มแข็ง
แต่มันคือการทำให้ความเจ็บปวดกลายเป็นเรื่องถูกต้อง
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า
การRomanticizeความทุกข์
คือการใส่ความหมายลงไปในสิ่งที่เจ็บ
จนเราหลีกเลี่ยงการเผชิญความจริงตามที่มันเป็น
🔸การยอมรับความจริง ไม่ใช่การยอมจำนน
การยอมรับความจริงของความทุกข์
ไม่ใช่การอ่อนแอ
และไม่ใช่การยอมแพ้
แต่คือการยอมรับข้อเท็จจริงว่า
“ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว และมันหนักจริง”
ในทางพุทธ นี่คือการมีสติอยู่กับเวทนา
รู้ว่ากำลังทุกข์
โดยไม่รีบตีความ
ไม่รีบหาเหตุผล
และไม่เร่งให้หาย
(ความหมายของเวทนาจริงๆคือรู้ทันความรู้สึกว่าทุกข์ สุข เฉยๆ)
สติปัฏฐาน 4 สอนให้เราดู
กาย เวทนา จิต และธรรม
ตามที่มันเป็น
ไม่ใช่ตามภาพที่เราอยากให้มันเป็น
การคิดด้วยเหตุผลบางครั้งมีข้อจำกัด
ในบางช่วงของชีวิต
ความทุกข์ไม่ได้อยู่ในรูปของปัญหาที่แก้ได้
ไม่มีคำอธิบายที่ทำให้ใจสงบ
และไม่มีทางลัด
ในช่วงเวลาแบบนั้น
เหตุผล และคำพูดสวย ๆ
ไม่ช่วยให้ใจเบาลง
สิ่งที่ไม่ช่วยที่สุด
คือการพยายามบังคับตัวเองให้ “เข้าใจ”
ทั้งที่ใจยังไม่พร้อม
🔸สิ่งที่ช่วยได้จริง คือการหยุดปรุงแต่ง (ถ้ายังหยุดไม่ได้ก็ให้รู้ ฝึกรู้บ่อยๆ สิ่งที่ปรุงแต่งเมื่อถูกรู้ก็จะค่อยๆดับลงเอง)
วันที่เริ่มอยู่ได้
ไม่ใช่วันที่เราเห็นบทเรียน
แต่เป็นวันที่เราหยุดหลอกตัวเอง
ยอมรับตรง ๆ ว่า
ตอนนี้ใจหนัก
ตอนนี้ยังไม่พร้อม
และตอนนี้ยังไม่มีคำอธิบายที่ทำให้สบายใจ
ในทางพุทธ นี่คือการรู้ทันเวทนา
โดยไม่เติมเรื่องเล่าเข้าไป
ไม่ซ้ำเติมความทุกข์ด้วยการปรุงแต่งทางความคิด
(ภาษาพระเรียกว่า "สังขาร")
🔸ความทุกข์ไม่จำเป็นต้องเป็นครู
ความทุกข์บางอย่าง
ไม่ได้มาสอนอะไร
ไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้น
และไม่ได้ทำให้เราดีขึ้นโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ทำให้เรายืนอยู่ได้
ไม่ใช่ความทุกข์
แต่คือสติ
และความซื่อตรงต่อความจริงของใจตัวเอง
🔸ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องทำให้ความทุกข์ดูสวย
เพื่อจะมีชีวิตที่มีพลัง
บางช่วงของชีวิต
แค่ไม่ทิ้งสติ
ไม่ทิ้งความจริง
และไม่ทำร้ายตัวเอง
ก็เพียงพอแล้ว
และถ้าวันหนึ่ง เราจะเห็นบทเรียนจากสิ่งที่เกิดขึ้น
ให้มันเกิดจากความพร้อม
ไม่ใช่จากการบังคับตัวเองให้เข้มแข็งเกินไป
♥️ตัวเราเองก็เคยอยู่ในช่วงเวลาที่ทุกข์ที่สุดในชีวิต แต่สามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้จากการที่มีสติรู้เท่าทันว่าความทุกข์ก็คือสภาวะอย่างหนึ่งที่วันหนึ่งจะต้องดับลงแน่นอนตามกฎของไตรลักษณ์ เราเพียงแต่อดทนใช้ชีวิตเพื่ออยู่ให้ถึงวันนั้นให้ได้ แต่คนที่ไม่รู้เท่าทันก็จะเข้าใจว่าความทุกข์เมื่อเกิดขึ้นแล้วคงอยู่อย่างนั้นจึงอาจตัดสินใจในสิ่งที่ไม่เหมาะควรเช่นลาออกจากโลก (ไม่รวมถึงกรณีคนที่ทุกข์มากจนสารเคมีในสมองผิดเพี้ยน กรณีแบบนั้นต้องรักษาโดยจิตแพทย์ ๆ อาจจ่ายยาปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง)
🔸ความทุกข์ไม่ใช่บทเรียนที่ต้องขอบคุณ
และไม่ใช่ครูที่ต้องยกย่อง
มันเป็นเพียงข้อเท็จจริงหนึ่งของชีวิต
การทำให้ความทุกข์ดูดี
ไม่ได้ทำให้เราพ้นทุกข์เร็วขึ้น
บางครั้งกลับทำให้เราทุกข์ซ้ำซ้อน
สิ่งที่ช่วยได้จริง
ไม่ใช่คำอธิบายที่สวย
แต่คือ #สติที่อยู่กับความจริง
บางช่วงของชีวิต
แค่ไม่หลอกตัวเอง
ก็เพียงพอแล้ว
#ทนายน้อยหน่า
#กำลังใจมีให้ตรงนี้เสมอ
ภาพ: ภาพเขียนด้วยสีออยพาสเทลที่เราวาดเองในวันที่เรากลับมามีชีวิตที่มีความสุขและแสดงผลงานสดใสผ่านแรงบันดาลใจ แม้ว่าครั้งหนึ่งจะเคยผ่านช่วงที่ทุกข์ที่สุดในชีวิตมาก็ตาม
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย