16 ธ.ค. 2025 เวลา 07:29 • อาหาร

🛕ร่มโพธิ์ใบบุญและปณิธานเจของเถียนฟู

" ณ เมืองซงโจวอันรุ่งเรือง มีชายผู้หนึ่งนามว่า เถียนฟู (Tián Fú) เขาเป็นเจ้าของโรงฆ่าสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ชีวิตของเขามั่งคั่งด้วยทรัพย์สิน แต่จิตใจของเขากลับไม่เคยได้พักผ่อน ทุกค่ำคืนเถียนฟูต้องเผชิญกับนิมิตอันน่ากลัว เขาได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงสะอื้นของสัตว์นับพันที่ถูกพรากชีวิตไป ภาพของคาวเลือดและความทุกข์ทรมานเหล่านั้นติดตามเขามาแม้ในยามตื่น ทำให้ร่างกายของเขาอ่อนแอลงเรื่อย ๆ
กระทั่งคืนหนึ่ง ในขณะที่เถียนฟูกำลังสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายอันหนักอึ้ง ทันใดนั้น ความมืดมิดในห้องก็พลันสลายไป ปรากฏรัศมีสีทองอ่อนโยนฉายส่องลงมา พร้อมด้วยกลิ่นหอมของดอกบัวที่อบอวลไปทั่ว พระโพธิสัตว์กวนอิม ผู้ทรงพระเมตตาในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ประทับยืนอยู่เหนือเมฆหมอกสีขาวราวกับหิมะ พระหัตถ์ทรงถือแจกันน้ำทิพย์ และพระพักตร์แสดงความสงสารต่อชะตากรรมของเถียนฟู
พระโพธิสัตว์กวนอิมมิได้ตรัสออกมาเป็นถ้อยคำ แต่กระแสแห่งธรรมได้ไหลเข้าสู่จิตสำนึกของเถียนฟูโดยตรง “บุรุษผู้หลงทางเอ๋ย! เจ้ามิได้ร่ำรวยด้วยบุญ แต่กลับแบกรับกองกรรมหนักอึ้งของสรรพชีวิตไว้บนบ่า ทุกหยาดเลือดที่หลั่งลงไป ล้วนเป็นน้ำตาแห่งการจองเวร เจ้าจะหาความสงบสุขในโลกนี้ได้อย่างไร หากยังคงใช้มีดพรากชีวิตและยังชีพด้วยการเบียดเบียน”
กระแสเสียงนั้นอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยพลังแห่งการตักเตือน “ตราบใดที่ดวงจิตของเจ้ายังมิได้ละทิ้งความอยากในการเบียดเบียนชีวิตสัตว์เหล่านั้น ความทุกข์ระทมก็จะติดตามเจ้าไปทุกภพชาติ จงตั้ง ปณิธานแห่งความเมตตา ละเลิกการค้าอันชั่วร้ายนี้เสีย แล้วเริ่มดำรงชีวิตด้วย อาหารเจ อันบริสุทธิ์ ชำระล้างจิตใจและกายด้วยความเมตตาธรรม เมื่อนั้นเมฆหมอกแห่งกรรมก็จะจางหายไป และความสงบเย็นแท้จริงจะบังเกิด”
พร้อมกันนั้น พระองค์ก็ได้ทรงประพรมน้ำทิพย์อันศักดิ์สิทธิ์จากแจกันลงมาเพียงเล็กน้อย สัมผัสนั้นเย็นยะเยือกแต่แสนบริสุทธิ์ เมื่อน้ำทิพย์แตะผิวกาย ความรู้สึกหนักอึ้งและกลิ่นคาวเลือดที่ฝังอยู่ในใจของเถียนฟูก็สลายไปอย่างน่าอัศจรรย์ เขาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบาโล่งอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน น้ำตาแห่งความสำนึกผิดไหลรินลงมาเป็นสาย
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เถียนฟูก็ตัดสินใจแน่วแน่ เขาสั่งให้ลูกจ้างปลดปล่อยสัตว์ทั้งหมดที่มีอยู่ในโรงฆ่าสัตว์ แล้วทำลายมีดและเขียงทั้งหมดทิ้งอย่างไม่ลังเล เขาเปลี่ยนโรงฆ่าสัตว์ให้เป็น โรงทานเมตตา (Jī Shàn Táng) ที่ซึ่งเขาใช้เวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตหุงหาอาหารเจที่ปรุงจากผักและธัญพืชอย่างประณีต เพื่อแจกจ่ายให้กับคนยากจนและผู้เดินทาง
เถียนฟูผู้นี้ไม่กลับไปแตะต้องเนื้อสัตว์อีกเลยตลอดชีวิต และหมั่นภาวนาขออโหสิกรรมต่อสรรพสัตว์ที่เขาเคยเบียดเบียน ด้วยการบำเพ็ญทานเจและความเมตตาที่ไม่สิ้นสุดนี้เอง ทำให้ใบหน้าของเขาเปล่งประกายด้วยความสงบสุขที่แท้จริง และเรื่องราวของเขาได้กลายเป็นเครื่องเตือนใจแก่ชาวเมืองซงโจวว่า การให้ชีวิต ย่อมดีกว่าการพรากชีวิต และบุญอันยิ่งใหญ่ที่สุดนั้น เริ่มต้นได้จากเพียงแค่ความเมตตาในมื้ออาหารของเราเอง
🌟 คติสอนใจจากนิทานเรื่องนี้
. "การให้ชีวิต ย่อมดีกว่าการพรากชีวิต"
. "ความสงบสุขที่แท้จริงไม่สามารถสร้างได้บนความทุกข์ทรมานของผู้อื่น การละเว้นจากการเบียดเบียน คือหนทางแรกสู่การชำระจิตใจให้บริสุทธิ์"
. "เมตตาธรรมนั้นคือดวงประทีป ที่จะสลายเมฆหมอกแห่งกรรมให้จางหายไป "
โฆษณา