16 ธ.ค. 2025 เวลา 01:53 • การศึกษา
หนานจิง

ความตอนหนึ่งจากพจนานุกรมภาษาบาบ๋ามาเลย์

พจนานุกรมภาษาบาบ๋ามาเลย์: ศัพท์จีนช่องแคบฉบับสมบูรณ์เล่มแรก (A Baba Malay Dictionary: The First Comprehensive Compendium of Straits Chinese Terms and Expressions) เป็นพจนานุกรมที่รวบรวมคำศัพท์ วลีและสำนวนที่ชาวบาบ๋าสิงคโปร์, มาเลเซีย, และอินโดนีเซียใช้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ชาวบาบ๋ารุ่นใหม่เรียนรู้และรักษาอัตลักษณ์ของตน
จุดเริ่มต้นของชุมชนชาวบาบ๋าน่าจะราวช่วงต้นศตวรรษที่ 17 โดยกลุ่มอพยพชายชาวจีนจากจีนมายังดินแดนมะละกา ผู้อพยพยุคแรกเล็งเห็นถึงความจำเป็นว่าการฝึกภาษามลายูซึ่งเป็นภาษากลางในสมัยนั้น ก่อนที่จะเริ่มวางรากฐานที่มั่นคงในการดำรงชีวิต ไม่นานพวกเขาก็ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพของตนและมีความเชี่ยวชาญในภาษามลายูมากพอที่จะประกอบอาชีพค้าขาย และสำหรับบางคนได้ปลูกบ้านสร้างเรือนอยู่กินกับสตรีท้องถิ่นเป็นครอบครัว
วิถีชีวิตในบ้าน พวกเขาสื่อสารกันด้วยภาษาที่พัฒนาขึ้นมาเอง ซึ่งเป็นภาษาที่รูปแบบผสมผสานระหว่างภาษามลายูและภาษาจีนฮกเกี้ยน (ชาวจีนที่อพยพส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าชาวจีนฮกเกี้ยน) เนื่องด้วยไม่ได้ศึกษาภาษามลายู-จีนทั้งรูปแบบวรรณกรรมและภาษา พวกเขาจึงคุ้นชินกับการพูดภาษาเหล่านี้อย่างเป็นธรรมชาติเท่านั้น ดังนั้น ในระบบภาษาที่พวกเขาสร้างขึ้นทำให้คำภาษามลายูจำนวนมากหายไป แล้วถูกผนวกเข้ากับบทสนทนาภาษาจีนฮกเกี้ยน และนี่คือภาษาแม่ที่พวกเขาส่งต่อให้ลูกหลาน
เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น พวกเขาจึงได้พัฒนามาเป็นชุมชนที่เรียกว่า “ชุมชนบาบ๋า (Baba Community)” ผู้ชายเรียกว่า “บาบ๋า (Baba)” ส่วนผู้หญิงเรียกว่า “ย่าหยา/นยอนยา/ยอนยา (Nyonya)” และคำว่า “บาบ๋า” ยังหมายถึง “บาบ๋า-ย่าหยา” ได้เช่นเดียวกัน
การพัฒนาในลักษณะเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นเมื่อชาวอินเดียได้อพยพเข้ามายังมะละกาและแต่งงานกับสตรีท้องถิ่นจึงก่อให้เกิดชุมชนที่เรียกว่า “ชุมชนเฉตตีมะละกา (Malacca Chitty Community)” ซึ่งมีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับชาวบาบ๋า การแต่งงานระหว่างสมาชิกในชุมชนทั้งสองเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติมาจนถึงยุคปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ องค์ประกอบทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษชาวจีน-มลายู-อินเดียจึงปรากฏอยู่ในวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนบาบ๋า
แท้จริงแล้ว ตระกูลภาษาบาบ๋านั้นมีมาก่อนการก่อตั้งชุมชนเสียอีก เนื่องจากมีการใช้ภาษานี้อยู่แล้วก่อนที่ลูกหลานรุ่นแรกที่เกิดจากการแต่งงานระหว่างชาวจีนและชาวมลายู ต่อมาคำยืมภาษาโปรตุเกสและภาษาดัตช์ก็เข้ามาปะปนหลังการล่าอาณานิคมของโปรตุเกส (ค.ศ. 1511) และดัตช์ (ค.ศ. 1641) ตามลำดับ เมื่ออังกฤษเข้ามามีอิทธิพลที่ปีนัง (ค.ศ. 1786) และสิงคโปร์ (ค.ศ. 1819) และการโยกย้ายเข้ามาของชาวบาบ๋า จึงทำให้ภาษาอังกฤษสอดแทรกในภาษาบาบ๋าหลังอิทธิพลของดัตช์เสื่อมลง (ค.ศ. 1824)
อีกประการหนึ่ง ครอบครัวชาวจีนเปอรานากัน (Chinese Peranakan) ที่พูดภาษามลายูและภาษาจีนผสมจากหมู่เกาะปัตตาเวีย (อินโดนีเซีย) ของบริษัทดัตช์อีสต์อินเดีย (Ducth East Indies Company; VOC) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ตั้งรกรากอยู่ในมะละกา, สิงคโปร์ และแต่งงานกับชาวบาบ๋า
ต่อมาหลังจากการรุกรานของจักรวรรดิญี่ปุ่นเป็นเวลา 3 ปีในมลายา (ค.ศ. 1942-1945) ก็ไม่มีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้ภาษาญี่ปุ่นเป็นที่ยอมรับและแทรกอยู่ในภาษาบาบ๋า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย แต่ชาวบาบ๋ารุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาภาษาอังกฤษในสิงคโปร์และมะละกายังคงสื่อด้วยภาษาจากบรรพบุรุษในปัจจุบัน
ตระกูลภาษาบาบ๋าเหมือนจะดูลึกลับซับซ้อน แม้แต่ชาวบาบ๋าเองยังพิสูจน์อัตลักษณ์จากความสามารถในการใช้ภาษามลายู ในทางตรงกันข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิงคโปร์ คนกลุ่มเดียวกันนี้กลับยอมรับอย่างง่ายดายว่าพวกเขาไม่สามารถเข้าใจหนังสือพิมพ์, สื่อสิ่งพิมพ์, วิทยุหรือโทรทัศน์ที่ใช้ภาษามลายูเป็นอักษรโรมันของชาวมลายูได้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของพวกเขาที่ว่าสามารถพูดภาษามลายูได้
เมื่อชาวบาบ๋า, ชาวมลายู, และชาวท้องถิ่นอื่น ๆ สื่อสารกันในระดับรากหญ้า พวกเขาสื่อสารกันด้วยภาษากลางที่ทุกฝ่ายเข้าใจกัน ไม่ใช่ภาษาบาบ๋าและไม่ใช่ภาษามลายู แล้วอะไรคือ “ภาษาบาบ๋า”? ภาษาบาบ๋ามาเลย์ (Baba Malay) ภาษาบาบ๋าปาตอยส์ (Baba Patois) ภาษาปาตอยส์ (Patois) ภาษามาเลย์ (Malay) และภาษาครีโอล (Creole) เป็นสิ่งหนึ่งที่ถูกถกเถียงมากที่สุดในแวดวงวิชาการและชาวบาบ๋า ดังนั้นนี่คือพจนานุกรมภาษาบาบ๋า แต่เป็นภาษาบาบ๋ามาเลย์นั่นเอง
ในทำนองเดียวกัน ชาวบาบ๋ามีคำเรียกในหลาย ๆ ชื่อ เช่น ชาวเปอรานากัน (Peranakan: เป็นภาษามลายู หมายถึง “ฉันเกิดที่นี่” แต่ไม่ใช่คนท้องถิ่น) และชาวจีนช่องแคบ (Straits-born Chinese) โดยทั้งสองคำเน้นย้ำว่าชาวบาบ๋าเกิดที่นิคมช่องแคบมะละกา, ปีนัง, และสิงคโปร์ ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษเมื่อค.ศ. 1867-1946
เนื่องจากภาษาบาบ๋ายังคงมีใช้กันอยู่ในชาวบาบ๋า จึงมีการฟื้นฟูเป็นพจนานุกรมในปีค.ศ. 1984 ตามด้วยการแสดงและละครสั้นของบาบ๋า จึงถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้คนเข้าใจบทสนทนามากขึ้น และเป็นส่วนส่งเสริมในการตีพิมพ์หนังสือ “Mas Sepuloh: Baba Conversational Gems” ในปีค.ศ. 1993 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับบทสนทนาของชาวบาบ๋า
แม้คุณวิลเลี่ยม กฺงุยเทียนฮก (William Gwee Thian Hock/魏添福) เจ้าของผลงานจะยืนยันว่านี่เป็นเพียงการรวบรวมคำศัพท์ แต่สำหรับชาวบาบ๋าแล้วนี่คือพจนานุกรมภาษาของพวกเขา เพราะด้วยตัวภาษามีลักษณะเป็นภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียน
คุณวิลเลียมมีความประสงค์ในการจัดสร้างพจนานุกรมภาษาบาบ๋าเล่มแรกในสิงคโปร์ ซึ่งประกอบด้วยคำศัพท์, วลี, และสำนวนที่ชาวบาบ๋าใช้ตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1930-ปัจจุบัน พจนานุกรมเล่มนี้ไม่เพียงเพื่อการทำความเข้าใจภาษาบาบ๋าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการค้นหารากเหง้าจากภาษาแม่ของตนอีกด้วย
ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยขอบเขตทางภูมิศาสตร์และพัฒนาการทางการเมือง บาบ๋าที่อยู่นอกสิงคโปร์อาจจะพบว่าพจนานุกรมนี้ยังไม่สมบูรณ์มากนัก แม้ขาดวงศัพท์ที่ใช้ในพื้นที่ของตน แต่คำพื้นฐานในภาษาบาบ๋าทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ในเล่มแล้ว คุณวิลเลียมหวังว่าเล่มนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนาพจนานุกรมเล่มต่อ ๆ ไปที่ดีขึ้นในอนาคต
📁อ้างอิง|参考文献📁
William Gwee Thian Hock. A Baba Malay Dictionary: The First Comprehensive Compendium of Straits Chinese Terms and Expressions[M]. Singapore: The Peranakan Association of Singapore, 2006.
สามารถสนับสนุนเพจเพื่อเป็นทุนการศึกษาได้ที่
💵PromptPay: 0954289757
.
สามารถสั่งซื้อหนังสือนิยายเรื่อง "เป็นบาบ๋าเพราะรู้สึก" แบบ E-bookได้ที่
🛒https://www.mebmarket.com/ebook-408552-
โฆษณา