ไมโครซอฟท์กับข้อได้เปรียบด้าน AI ที่ใหญ่กว่า OpenAI
ภาพรวมข้อได้เปรียบของ Microsoft
แม้ดีลกับ OpenAI จะเป็นตัวจุดชนวนให้ Microsoft กลายเป็นผู้นำคลื่น Generative AI แต่วันนี้มุมมองของนักลงทุนในวอลล์สตรีทขยับจาก “Microsoft = OpenAI” ไปเป็น “Microsoft = ระบบนิเวศ AI ขนาดใหญ่ที่มี OpenAI เป็นเพียงชิ้นส่วนหนึ่งเท่านั้น” ข้อได้เปรียบของ Microsoft จึงไม่ได้อยู่ที่โมเดลเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการฝัง AI เข้าไปทั่วทั้งผลิตภัณฑ์และโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท ตั้งแต่ Azure, Microsoft 365, Windows, GitHub, ไปจนถึง LinkedIn และ Gaming.
จากพันธมิตร OpenAI สู่ความเป็นอิสระเชิงเทคนิค
Microsoft ลงทุนราว 13 พันล้านดอลลาร์ใน OpenAI เพื่อแลกกับสิทธิ์เข้าถึงเทคโนโลยี ความได้เปรียบด้านราคา และสิทธิ์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้บริษัทได้ “ออกสตาร์ตนำ” คู่แข่งในยุค AI. อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น Microsoft เริ่มเน้นการพัฒนาโมเดลและความสามารถด้าน AI ภายในเอง พร้อมวางตำแหน่ง Azure ให้รองรับโมเดลได้หลายค่ายเพื่อลดการพึ่งพาผู้ให้บริการรายเดียว และสร้างอำนาจต่อรองที่สูงขึ้นในระยะยาว.
AI ที่ฝังอยู่ในทุก workflow
จุดแข็งสำคัญคือการที่ Microsoft สามารถ “ใส่ AI เข้าไปในงานประจำวันของผู้ใช้” ได้แทบทุกจุด ไม่ว่าจะเป็น Copilot ใน Microsoft 365, Windows, GitHub Copilot สำหรับนักพัฒนา หรือฟีเจอร์ AI บน LinkedIn และเกมของ Activision Blizzard. นักพัฒนาบางรายชี้ว่า ความได้เปรียบจริง ๆ คือความสามารถในการให้ Copilot ทำงานอยู่ในบริบทของแต่ละแอป เช่น Word, Excel, Teams หรือ VS Code ซึ่งลูกค้าองค์กรใช้อยู่แล้ว ทำให้การนำ AI ไปใช้ (adoption) เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและเร็วมาก โดยแทบไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้.
มุมมองของวอลล์สตรีทต่ออนาคต AI ของ Microsoft
นักวิเคราะห์จำนวนมากยังให้มุมมองเชิงบวกกับ Microsoft โดยมองว่ารายได้จาก AI จะมาจากหลายทางพร้อมกัน ทั้งงาน training และ inference บน Azure,การเพิ่มมูลค่าจากแอปองค์กรที่มี AI เสริม (เช่น Office, Dynamics) และการ monetize ผ่าน LinkedIn กับธุรกิจเกม.
นักวิเคราะห์จาก RBC ชี้ว่าไม่มีบริษัทเทคโนโลยีรายใดที่มีพอร์ตผลิตภัณฑ์หลากหลายเทียบเท่า Microsoft ในการเอา AI ไปต่อยอด และให้ราคาเป้าหมายหุ้นที่ระดับ 640 ดอลลาร์ พร้อมมองว่าศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าตลาดของ Microsoft ยังสามารถขยายได้อีกหลายล้านล้านดอลลาร์ในทศวรรษหน้า.
ไปไกลกว่ารุ่นโมเดล: สู่ยุค AI Agent
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งเห็นตรงกันว่า “ก้าวถัดไป” ของข้อได้เปรียบ Microsoft จะมาจาก agentic AI หรือ AI agents ที่สามารถจัดการ workflow ซับซ้อนแทนมนุษย์ได้อย่างอัตโนมัติ. หาก Microsoft สามารถเชื่อมต่อ Copilot เข้ากับข้อมูล อนุญาต และระบบงานต่าง ๆ ในองค์กรได้ลึกขึ้น AI agent เหล่านี้อาจไม่ได้แค่ช่วยเขียนอีเมลหรือโค้ด แต่สามารถรับโจทย์ธุรกิจทั้งชุด แล้วลงมือดำเนินการหลายขั้นตอนเองบนแพลตฟอร์มของ Microsoft ซึ่งจะยิ่งล็อกอินลูกค้าองค์กร และสร้างแหล่งรายได้ AI ที่ยั่งยืนในระยะยาว.