17 ธ.ค. 2025 เวลา 07:34 • การศึกษา
หนานจิง

"ฉันเป็นเปอรานากันมิใช่คนจีน"

โจเซฟีน เจี่ย (Josephine Chia) ผู้ประพันธ์หนังสือชื่อดังของสิงคโปร์ อาทิ "Kampong Spirit: Gotong Royong, Goodbye My Kampong" "Growing Up in Kampong Potong Pasir" และ "Big Tree in a Small Pot" เป็นต้น
คนสิงคโปร์มักถามฉันว่า "คุณเป็นคนจีนหรือคนมลายู"
หลายปีมาแล้ว ในฐานะคนเปอรานากัน (Peranakan) ที่เติบโตในหมู่บ้านปาตงปาซีร์ (Kampung Patong Pasir) ฉันตกอยู่ในสภาวะวิกฤติด้านอัตลักษณ์ ถูกเย้ยหยันคำพูดว่า "โอรัง จีนา บูกัน จีนา (Orang Cina Bukan Cina; OCBC)" หมายถึง "คนจีนที่ไม่ใช่คนจีน" ผิวฉันคล้ำกว่าคนจีน พูดภาษาจีนก็ไม่ได้ พูดได้เพียงภาษามลายู ฉันก็ไม่มีชื่อจีนอย่างเป็นทางการ สิ่งเดียวที่พอเรียกว่า “จีน” เกี่ยวกับฉันคงมีเพียงนามสกุลเท่านั้น
เปอรานากันมักตกอยู่ระหว่างช่องว่างของความคิดเรื่องเชื้อชาติแบบดั้งเดิม หลายคนในสิงคโปร์แต่งกายและพูดเหมือนชาวมลายู จึงยากที่จะระบุตัวตนว่าเข้ากับชุมชนจีนได้อย่างเต็มที่ แต่ในเวลาเดียวกันเราก็กินหมูและฉลองตรุษจีน จึงไม่ถือว่าเป็นมลายูหรือมุสลิมด้วย
น่าเสียดายที่บัตรประชาชนของฉันระบุว่าเป็น “คนจีน” แต่ในใจฉันคงดีใจมากถ้าหน้าบัตรเขียนว่า “เปอรานากัน” ไม่ใช่ “จีน” (It feels awkward to be reflected as Chinese on my Identity Card)
เกิดในช่องแคบแต่ไม่ใช่คนจีน
เป็นความจริงเช่นนั้น ยกเว้นบรรพบุรุษที่มาจากมณฑลต่าง ๆ จากจีน เมื่อพิจารณา คนจีนสิงคโปร์ในยุคบรรพบุรุษผู้ริเริ่มส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่าจีนคือบ้านของตน พวกเราส่วนมากถือว่าตัวเองเป็นคนสิงคโปร์ก่อนเป็นอะไรอื่น และเปอรานากันก็เช่นเดียวกัน
แต่ในมรดกของเปอรานากันฝังรากไว้ด้วยความภาคภูมิใจในฐานะคน “Straits-born” คือ ผู้ที่เกิดและเติบโตในแถบช่องแคบมะละกา (Straits Settlements) วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของเราเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมจีน แต่ขนบธรรมเนียม อาหาร และลวดลายของเครื่องถ้วยที่รับมา ถูกปรับประยุกต์ให้เข้ากับวิถีชีวิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ช่องแคบมะละกาและผู้เกิดในช่องแคบ
ช่องแคบมะละกา (Straits Settlements) เป็นดินแดนภายใต้การปกครองของบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ (British East India Company) ประกอบด้วยปีนัง มะละกา และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นพื้นที่หลักที่เปอรานากันตั้งถิ่นฐานโดยทั่วไป
คนจีนที่เกิดในภูมิภาคนี้ถูกเรียกว่า "ผู้ที่เกิดในช่องแคบ (Straits-born)" ในความหมายกว้าง แต่ถ้าใช้แบบเคร่งครัดแล้ว คำว่า "Straits-born" หมายถึงผู้ที่รับเอาขนบและค่านิยมท้องถิ่นของมลายูและชาวอินโดนีเซียเข้ามา เช่นเดียวกับเปอรานากัน
จากแนวคิดนี้ คำว่า "คนจีนช่องแคบ (Straits-born Chinese)" จึงถูกบัญญัติขึ้นเพื่อแยกระหว่างคนจีนที่เกิดในภูมิภาคช่องแคบกับชาวจีนคนอื่น ๆ ที่อพยพมาแต่ยังคงยึดมั่นขนบจีนแบบเดิม ทั้งในภาษา ศาสนา การแต่งกาย และอาหาร ซึ่งพวกหลังมักยังยืนยันความเป็น “คนจีน” อย่างชัดเจน
อัตลักษณ์ของการผสมผสาน
คำว่า "เจอลบ (Chelop)" เป็นภาษาบาบ๋ามลายู ซึ่งภาษามลายูมาตรฐานใช้ "เจอลุบ (Celup)" หมายถึงผสม, ย้อมสี, จุ่ม เช่น โรตีที่ถูกจุ่มลงในแกงกะหรี่ และแป้งโรตีนั้นก็ย่อมติดน้ำแกงมาด้วย
เมื่อนำคำดังกล่าวมาใช้ในบริบทเชื้อชาติ จะหมายถึงการที่เปอรานากันรับเอาลักษณะทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติอื่น นอกเหนือจากความเป็นจีนเพียงอย่างเดียว? ในมุมมองของฉัน คำตอบคือใช่ เปอรานากันรับเอาลักษณะอื่นมาผสมจนแตกต่างจากชาวจีนสิงคโปร์ทั่วไป
เปอรานากันไม่เหมือนคนจีนสิงคโปร์ทั่วไป เพราะคนเปอรานากันรุ่นก่อนหลายคนพูดภาษาจีนไม่คล่อง และไม่ได้ปฏิบัติตามขนบจีนอย่างเคร่งครัด มรดกเปอรานากันมีองค์ประกอบของความเป็นจีนผสมกับอิทธิพลวัฒนธรรมอื่น ๆ ดังนั้นจึงสามารถพูดได้ว่า “ฉันเป็นเปอรานากันมิใช่คนจีน (I am Peranakan not Chinese)” อย่างมั่นใจ
"การยอมรับวัฒนธรรม" หรือ "การผสมวัฒนธรรม"
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีคนเปอรานากันจำนวนหนึ่งยืนยันอย่างหนักแน่นว่าพวกเขาเป็น “คนจีน” โดยโต้แย้งว่าวัฒนธรรมเปอรานากันเป็นเพียงผลจากการยอมรับวัฒนธรรมท้องถิ่น (Acculturation) กล่าวคือ ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีการแต่งงานข้ามเชื้อชาติกันจริงจังระหว่างคนจีน+คนมลายู หรือ คนจีน+คนอินโดนีเซีย พวกเขามองว่าชาวจีนที่อยู่ต่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับเอาวัฒนธรรมมลายูและอินโดนีเซียเพื่อความอยู่รอดและการปรับตัวในดินแดนใหม่
นิยามโดยกว้าง “เชื้อชาติผสม” (Hybrid Race) คือการผสมทางพันธุกรรมจากการแต่งงานข้ามเชื้อชาติ ดังนั้นคำถามคือ เปอรานากันเป็นเชื้อชาติผสมจริงหรือเพียงผลของการยอมรับวัฒนธรรม ฉันขอยกคำถามนี้ไว้ให้เป็นเรื่องของนักวิชาการจะถกเถียงต่อไป
อย่างไรก็ตาม มีเปอรานากันหลายคน (รวมถึงครอบครัวของฉัน) ที่มีรูปลักษณ์ไม่เหมือนคนจีนแบบดั้งเดิม และมีบรรพบุรุษที่มิได้มาจากจีนโดยตรง หากสังเกตให้ดี เราสามารถแยกเปอรานากัน (Baba-Nyonya; บาบ๋า-ย่าหยา) ออกจากชาวจีนสิงคโปร์ทั่วไปได้ ยายของฉันมีสายเลือดโปรตุเกสผสม นี่เป็นผลจากประวัติศาสตร์อาณานิคมมะละกา ซึ่งคนเปอรานากันจำนวนมากสามารถสืบย้อนไปถึงเชื้อสายที่หลากหลายเช่นนี้ได้
เจิ้งเหอ : กองเรือและการตั้งรกราก
เจิ้งเหอ (鄭和) ผู้บัญชาการทหารเรือที่มีชีวิตช่วงค.ศ. 1371–1433 เป็นแม่ทัพเรือชาวจีนมุสลิมและขุนนางในสมัยพระจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง (明永樂) ซึ่งมีบทบาทนำกองเรือมหาสมบัติไปตั้งถิ่นฐานและสำรวจนอกจีน เขานำกำลังเรือกว่า 370 ลำ และผู้คนประมาณ 28,000 คนไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อกองเรือจอดเทียบท่า คนบางส่วนอยู่ต่อเพื่อตั้งรกราก ในยุคที่ผู้หญิงชาวจีนไม่ค่อยได้รับอนุญาตให้เดินทางไกล ชายหนุ่มเหล่านี้จำต้องใช้ชีวิตในดินแดนใหม่ ผลก็คือพวกเขาแต่งงานกับหญิงท้องถิ่น ทั้งคนมลายูและคนอินโดนีเซีย
เรื่องเล่านี้ผนวกเข้ากับตำนานที่บันทึกใน "พระราชพงศาวลีกษัตริย์มลายู" หรือ "เซอจาระฮ์ เมอลายู/ซูลาลาตุส ซาลาติน (Sejarah Melayu/Sulalatus Salatin)" ซึ่งแต่งขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 15 หรือ 16 ถือเป็นบันทึกอันยอดเยี่ยมเกี่ยวกับต้นกำเนิดของชาวมาเลย์ แม้บางส่วนจะถูกมองว่าเป็นนิทาน แต่ก็กลายเป็นหนึ่งในตำนานที่อธิบายต้นกำเนิดของเปอรานากันได้
ตำนานหนึ่งเล่าว่า เจิ้งเหอนำองค์หญิงฮังลีโป (漢麗寶; Hang Li Po) ซึ่งคาดว่าเป็นพระธิดาของพระจักรพรรดิหย่งเล่อ ไปอภิเษกกับ "สุลต่าน มานซูร์ ชาห์ (Sultan Mansur Shah)" แห่งมะละกา (ค.ศ.1459-1477) และคนจากราชสำนักที่ติดตามพระนางก็มีผู้แต่ชายเป็นส่วนใหญ่ เหตุการณ์เช่นนี้จึงถูกเล่าขานว่าเป็นจุดเริ่มต้นของชุมชนเปอรานากัน บริเวณที่ประชาชนขององค์หญิงมาตั้งรกรากในมะละกาถูกเรียกว่า "บูกิต จีนา (Bukit China)" ซึ่งยังคงมีอยู่จนถึงวันนี้
ประวัติศาสตร์อาณานิคมมะละกาพอสังเขป
อาณาจักรมะละกาของสุลต่านสิ้นสุดลงเมื่อชาวโปรตุเกสเข้ายึดครองราวค.ศ.1511 ปกครองราว 130 ปี (ค.ศ.1511–1641) ก่อนที่ดัตช์จะเข้าปกครอง 183 ปี (ค.ศ.1641–1825) ภายหลังสนธิสัญญาแองโกล–ดัตช์ (Anglo-Dutch Treaty) ในปีค.ศ.1824 ดัตช์แลกเปลี่ยนปัตตาเวีย (อินโดนีเซีย) เพื่อแลกกับการให้อังกฤษเข้าควบคุมมะละกาในปีค.ศ.1825
คนโปรตุเกส คนดัตช์ คนมลายู คนอินโดนีเซีย และคนจีน ล้วนส่งอิทธิพลต่อวัฒนธรรมเปอรานากันรูปแบบต่าง ๆ แม้บางครอบครัวเปอรานากันจะไม่มีเชื้อสายจากชาติเหล่านั้นก็ตาม มรดกเปอรานากันจึงอุดมด้วยการผสมผสานทางวัฒนธรรม
ผู้หญิงเรียกว่า "นฺยอนฺยา/ย่าหยา (Nyonya)" ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาโปรตุเกส "เซนโฮรา/โดนา (Senhora/Dona)"; ขนมจดหมายรัก (Love Latters) ของชาวดัตช์ในภาษาเปอรานากันเรียก "โก้ย เบอลันดา (Kuih Belanda)" คนไทยเรียก "ขนมทองพับ"; เสื้อเกอบายา (Kebaya) ของหญิงชาวเปอรานากันก็ผสมอิทธิพลการปักลายลูกไม้ของโปรตุเกสกับดัตช์
การผสมผสานประเพณีเหล่านี้คือลักษณะเด่นของชาวเปอรานากัน นอกจากนี้ยังมีเปอรานากันเชื้อสายอินเดีย (Indian Peranakan) หรือ เฉตตีมะละกา (Chetti Melaka) ซึ่งเกิดจากชายชาวอินเดียที่แต่งงานกับหญิงท้องถิ่นและรับเอาวัฒนธรรมท้องถิ่นนั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของตน
ความแตกต่างทางกายภาพ
ชาวจีนสิงคโปร์หลายคนมองเห็นความแตกต่างของเปอรานากันทั้งทางกายภาพ วัฒนธรรม และสังคม พวกเขามักพูดด้วยความเป็นมิตรว่า “พวกคุณเป็นย่าหยา ใส่โสร่ง และทำอาหารอร่อยมาก! (You are nyonya people! You wear sarong. Cook very delicious food!)” และเมื่อฉันอาศัยอยู่ในอังกฤษเป็นเวลามากกว่า 30 ปี ฉันมักจะย้ำกับชาวอังกฤษว่าฉันไม่ใช่คนจีน แต่เป็นเปอรานากัน
แม่ของฉันยึดมั่นในวัฒนธรรมเปอรานากันและรักษาขนบประเพณีเหล่านั้นอย่างเข้มแข็ง สายเลือดของขนบเปอรานากันที่ถูกผสมมาตลอดนั้นคือมรดกที่ฉันภูมิใจ และแน่นอนว่าเราชาวเปอรานากันเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ในสิงคโปร์ที่หลากหลายและเต็มไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรม
📁อ้างอิง|参考文献📁
สามารถสนับสนุนเพจเพื่อเป็นทุนการศึกษาได้ที่
💵PromptPay: 0954289757
.
สามารถสั่งซื้อหนังสือนิยายเรื่อง "เป็นบาบ๋าเพราะรู้สึก" แบบ E-bookได้ที่
🛒https://www.mebmarket.com/ebook-408552-
โฆษณา